 (D)
รศ. ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ผู้เขียนหนังสือ ฃ, ฅ หายไปไหน ?
ได้ศึกษา ความเป็นมาของพยัญชนะทั้งสองตัวนี้ และชี้ให้เห็นว่า
หาก เริ่มนับตั้งแต่ที่พบ ฃ, ฅ ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยเป็นครั้งแรก
จน ถึง การประกาศเลิกใช้ ฃ, ฅ ในปทานุกรม พ.ศ. 2470
และพจนานุกรม พ.ศ. 2493 เป็นเกณฑ์
พยัญชนะทั้งสองมีที่ใช้อยู่ในภาษาไทย นานถึง 700 ปี
หาก แต่อัตราการใช้และความแม่นยำที่ใช้แตกต่างกันไปตามยุคสมัย เดิม ฃ, ฅ เป็นพยัญชนะแทนเสียง ซึ่งเคยใช้กันมาแต่เดิม
(ซึ่งแตกต่างจากเสียง ข และ ค)
แต่เสียงนี้ ได้หายไปในระยะหลัง
เป็นเหตุให้พยัญชนะทั้งสองตัวหมดความสำคัญลงใน ภาษา ไทยปัจจุบัน เมื่อ ครั้งที่มีการประดิษฐ์พิมพ์ดีดภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี 2434
ผู้ ประดิษฐ์ ได้ตัดตัว ฃ, ฅ ทิ้งไปด้วยเหตุว่า พื้นที่บนแป้นพิมพ์ดีดไม่เพียงพอ
และยังให้เหตุผลว่า เป็นพยัญชนะที่
"ไม่ค่อยได้ใช้ และ สามารถทดแทนด้วย ตัวพยัญชนะอื่นได้" นี่อาจเป็นครั้งแรกที่พยัญชนะ ฃ, ฅ ถูก "ตัดทิ้ง" อย่างเป็นทางการ
ส่วนครั้งต่อ ๆ มาก็คือ การประกาศงดใช้ ฃ, ฅ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
เมื่อครั้งปรับปรุงภาษาไทยให้เจริญ ก้าวหน้า ในยุครัฐนิยม
รวมถึงการประกาศ เลิกใช้ในปทานุกรม และพจนานุกรม ดังกล่าวแล้ว มีข้อน่าสังเกตว่า แต่ก่อนพยัญชนะ ฅ ไม่ได้ใช้ในคำว่า คน เลย
(ฅ ใช้ในคำ ฅอ ฅอเสื้อ เป็นอาทิ) ความสับสนในเรื่องนี้ คงเกิดมาจาก ก ไก่ คำกลอน ผลงานของ ครูย้วน ทันนิเทศ (ในหนังสือ แบบเรียนไว เล่มหนึ่ง ตอนต้น, พ.ศ. ๒๔๗๓) ที่แต่งว่า "ฅ ฅนโสภา" แล้วต่อมา หนังสือ ก ไก่ ฉบับประชาช่าง ก็แต่งว่า "ฅ ฅนขังขึง" ซึ่งเป็น ก ไก่คำกลอน
ฉบับที่คนรุ่นปัจจุบัน คุ้นเคยที่สุด แล้วก็เลยพลอยเข้าใจว่า ฅ ใช้ในคำว่า คน
ที่มา 108 ซองคำถาม |