ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

(D)
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก

พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย โดย ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:08 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:08 น.] #1131068 (1/15)


(D)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรวจพลสวนสนามในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:09 น.] #1131069 (2/15)


(D)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพล


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:09 น.] #1131071 (3/15)


(D)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:10 น.] #1131072 (4/15)
พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย โดย ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

คำว่า “พระมหากษัตริย์” นั้น เราได้นำมาใช้ในภาษาไทยกันจนคุ้นเคย จนบางครั้งอาจจะลืมไปแล้วว่า คำว่า “มหากษัตริย์” ที่แท้จริงแปลความว่า นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่เป็นดังนี้ เพราะเป็นธรรมเนียมนิยมว่า ผู้เป็นประมุขของรัฐทั้งหลายจะพึงมีหน้าที่ปกป้องอาณาเขตแว่นแคว้นของตนให้พ้นจากการรุกรานของอริราชศัตรู ดังปรากฏแนวคิดนี้ในเอกสารโบราณเรื่อง “ราโชวาทชาฎก” อันเป็นชาดกนอกนิบาต คือไม่ปรากฏอยู่ในพระสุตตันตปิฎก หากแต่พระคันถรจนาจารย์ได้รวบรวมข้อความว่าด้วยราชธรรมได้แก่ ธรรมะของพระมหากษัตริย์ทั้งหลายมาประมวลเข้า แล้วแต่งเรียบเรียงเป็นชาดก มีความหลายตอนกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ในฐานะผู้คุ้มครองพระราชอาณาเขตไว้ อาทิเช่น

“ราชาอันว่าสมเด็จพระบรมกระษัตราธิราช อนุรัก์ขันโต พึงรักษา ชคติ ซึ่งขันธสิมา มญฑล ปาวโฏ กอบด้วยความเพียรขวนขวาย อัต์เถสุ ในอรรถ อันเป็นประโยชน์ทั้งหลาย”

และอีกตอนหนึ่งว่า
“ราชาอันว่าสมเด็จพระบรมกระษัตราธิราช รัก์เขติ รักษา รัฏฐํ ซึ่งประชาราษฎร มาเนน ด้วยพระราชหฤไทยอันรัก รัฏ์ฐา อันว่าประชาราษฎรทั้งหลาย”

สำหรับประเทศไทย พระมหากษัตริย์ของไทยแต่ปางบรรพ์ก็ได้ทรงกระทำหน้าที่สำคัญข้อนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยาและแม้เมื่อไม่นานมานี้ ในยุคแรกเริ่มแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชก็ยังทรงนำทัพออกต่อสู้กับข้าศึกพม่าด้วยพระองค์เอง ล่วงมาถึงกาลสมัยปัจจุบันแม้การรบในลักษณะเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วก็ตาม แต่พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงเป็นมิ่งขวัญของเหล่าทหารหาญ และเหนือสิ่งอื่นใด ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ตามที่รัฐธรรมนูญได้ถวายพระเกียรติยศไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพสยาม”และนับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา รัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นภายหลังก็ได้มีบทบัญญัติทำนองเดียวกันนี้ปรากฏอยู่ทุกฉบับ และบางครั้งมีการบัญญัติเพิ่มเติมในตอนท้ายด้วยว่า “ทรงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทหารทั้งปวง” (ดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๙๒ มาตรา๑๑) อย่างไรก็ตาม สำหรับความตอนท้ายนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อมารวมทั้งฉบับปัจจุบันไม่ได้นำมาบัญญัติไว้


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:10 น.] #1131073 (5/15)
สำหรับถ้อยคำที่ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย” นี้จะมีความหมายเพียงใด นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งคือ ศาสตราจารย์ ดร. วิษญุ เครืองามได้อธิบายว่า “ในเรื่องนี้มีสองความเห็น คือ
(๑) การที่รัชธรรมนูญให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยนั้น เป็นการถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ตามแบบพิธีเท่านั้นแท้จริงแล้ว พระมหากษัตริย์จะทรงบังคับบัญชาและสั่งการทหารประการใดประการหนึ่งมิได้เพราะขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบัญชาของทหาร
(๒) การที่รัฐธรรมนูญให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยนั้น เท่ากับยอมรับว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพไทย ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ และมีพระราชอำนาจบังคับบัญชาการทหารและสั่งการเกี่ยวกับกองทัพได้ โดยทรงใช้พระราชอำนาจทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ทั้งนี้ พระบรมราชวินิจฉัยและพระบรมราชโองการที่ทรงสั่งการตามมาตรานี้จำต้องมีนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งมีผลเท่ากับว่าทรงสั่งการตามคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรีนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ พระมหากษัตริย์จึงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกกฎอัยการศึกตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามโดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ในด้านตัวบุคคลนั้น พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการหาร โดยทำเป็นประกาศพระบรมราชโองการเรื่องให้นายทหารรับราชการนั่นเอง”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความเห็นฝ่ายใดจะมีน้ำหนักยิ่งหรือหย่อนกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง มีข้อควรสังเกตว่า พระราชสถานะ “จอมทัพไทย” ตามรัฐธรรมนูญนี้ มิใช่เป็นแต่เพียงถ้อยคำในกระดาษเท่านั้น หากแต่ได้ประทับลงในจิตสำนึกของทหารไทยทุกคน เริ่มตั้งแต่ธงชัยเฉลิมพลประจำกองทหารนั้น ก็เป็นมงคลสูงสุดสำหรับหน่วยด้วยเหตุว่าเป็นของที่ได้รับพระราชทาน และได้บรรจุเส้นพระเจ้าไว้ในพระกรัณฑ์บนยอดปลายสุดของธง ดังนั้น เมื่อกองทหารและธงชัยเฉลิมพลไปปรากฏอยู่ ณ ที่ใด ก็เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้เสด็จพระราชดำเนินร่วมไปในกองทัพนั้นด้วย ทหารไทยจึงมีขวัญกำลังใจที่มั่นคง เพราะต่างตระหนักดีกว่า ตนปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติเช่นเดียวกับพระประมุขนั่นเอง


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:11 น.] #1131075 (6/15)
สำหรับถ้อยคำที่ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย” นี้จะมีความหมายเพียงใด นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งคือ ศาสตราจารย์ ดร. วิษญุ เครืองามได้อธิบายว่า “ในเรื่องนี้มีสองความเห็น คือ
(๑) การที่รัชธรรมนูญให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยนั้น เป็นการถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ตามแบบพิธีเท่านั้นแท้จริงแล้ว พระมหากษัตริย์จะทรงบังคับบัญชาและสั่งการทหารประการใดประการหนึ่งมิได้เพราะขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบัญชาของทหาร
(๒) การที่รัฐธรรมนูญให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยนั้น เท่ากับยอมรับว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพไทย ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ และมีพระราชอำนาจบังคับบัญชาการทหารและสั่งการเกี่ยวกับกองทัพได้ โดยทรงใช้พระราชอำนาจทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ทั้งนี้ พระบรมราชวินิจฉัยและพระบรมราชโองการที่ทรงสั่งการตามมาตรานี้จำต้องมีนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งมีผลเท่ากับว่าทรงสั่งการตามคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรีนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ พระมหากษัตริย์จึงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกกฎอัยการศึกตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามโดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ในด้านตัวบุคคลนั้น พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการหาร โดยทำเป็นประกาศพระบรมราชโองการเรื่องให้นายทหารรับราชการนั่นเอง”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความเห็นฝ่ายใดจะมีน้ำหนักยิ่งหรือหย่อนกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง มีข้อควรสังเกตว่า พระราชสถานะ “จอมทัพไทย” ตามรัฐธรรมนูญนี้ มิใช่เป็นแต่เพียงถ้อยคำในกระดาษเท่านั้น หากแต่ได้ประทับลงในจิตสำนึกของทหารไทยทุกคน เริ่มตั้งแต่ธงชัยเฉลิมพลประจำกองทหารนั้น ก็เป็นมงคลสูงสุดสำหรับหน่วยด้วยเหตุว่าเป็นของที่ได้รับพระราชทาน และได้บรรจุเส้นพระเจ้าไว้ในพระกรัณฑ์บนยอดปลายสุดของธง ดังนั้น เมื่อกองทหารและธงชัยเฉลิมพลไปปรากฏอยู่ ณ ที่ใด ก็เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้เสด็จพระราชดำเนินร่วมไปในกองทัพนั้นด้วย ทหารไทยจึงมีขวัญกำลังใจที่มั่นคง เพราะต่างตระหนักดีกว่า ตนปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติเช่นเดียวกับพระประมุขนั่นเอง


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:11 น.] #1131077 (7/15)
ขอขอบพระคุณข้อมูลและแหล่งที่มา http://guru.sanook.com/encyclopedia/พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย/

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:12 น.] #1131079 (8/15)
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

โดยคุณ ธรรมสว่าง (2.4K)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 21:50 น.] #1131132 (9/15)
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 22:08 น.] #1131156 (10/15)
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

โดยคุณ kookkai (91)(2)   [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 22:44 น.] #1131221 (11/15)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 29 เม.ย. 2553 - 23:45 น.] #1131330 (12/15)
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 30 เม.ย. 2553 - 10:57 น.] #1131632 (13/15)
ทรงพระเจริญ

โดยคุณ nava75 (565)  [ศ. 30 เม.ย. 2553 - 14:26 น.] #1131796 (14/15)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [ศ. 30 เม.ย. 2553 - 20:07 น.] #1131973 (15/15)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่ยืนนาน

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1