ผมเองไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงเองนะครับ แต่ลูกชายเลี้ยง ตอนที่เริ่มเลี้ยงใหม่ ๆ ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า การทำบ่อต้องมีองค์ประกอบที่ถูกต้อง บ่อ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ บ่อเลี้ยง และ บ่อกรอง รวมทั้งต้องมีขนาดที่สัมพันธ์กันอีกด้วย ส่วนประกอบย่อย ๆ ได้แก่ วัสดุกรอง ที่ใส่ไว้ในบ่อกรอง, ปั๊มน้ำ ที่จะดูดน้ำจากบ่อกรองส่งกลับเข้าไปบ่อเลี้ยง และต้องมีขนาดและกำลัง ที่เหมาะสม สามารถจะทำให้น้ำเกิดการวนให้ได้รอบ... ในระยะแรกน้ำในบ่อจะเขียวแน่นอนต้องใช้ระยะเวลาสักพัก เพื่อให้เกิดภาวะที่สมดุลทางธรรมชาติ นั่นคือ จะมีตะไคร่เกิดขึ้นในบ่อ ซึ่ง ตะไคร่ จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ตะไคร่ที่แขวนลอยอยู่ในน้ำและเป็นตัวทำให้น้ำเขียวขุ่น และตะไคร่ที่พึ่งประสงค์เกิดขึ้นเกาะติดอยู่ที่ผนังข้างบ่อและพื้นบ่อ ที่ช่วยให้น้ำเขียวใส... ตะไคร่ที่แขวนลอยสามารถเจริญเติบโตได้ง่ายและรวดเร็วกว่า รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของตะไคร่ประเภทที่เกาะติดผนังซึ่งเราต้องการ... แสงแดดถ้ามีมากยิ่งทำให้ตะไคร่ที่แขวนลอยเติบโตเร็วยิ่งขึ้น จึงอาจจำเป็นต้องพรางแสงบ้างในระยะแรก เพื่อลดการเจริญเติบโตตะไคร่ที่แขวนลอย และให้เวลาสำหรับการเจริญเติบโตของตะไคร่ประเภทที่เกาะติดผนัง... เมื่อตะไคร่ที่เราต้องการเกิดขึ้นแล้ว ก็จะช่วยหยุดการเติบโตและขจัดตะไคร่ที่แขวนลอยด้วย การพรางแสงก็ลดลงได้ เพราะตะไคร่ที่เกาะติดผนังบ่อก็ต้องการแสงแดดเช่นเดียวกัน... ส่วนตะไคร่ที่แขวนลอยเมื่อน้ำไหลย้อนกลับเข้าบ่อกรอง จะถูกดักกรองและขจัดด้วยวัสดุกรองและแบ็คทีเรียที่เกิดขึ้นในบ่อกรอง(อาจช่วยโดยการใส่ ฟีชแบ็ค) รวมทั้งไม่มีตัวเร่งการเจริญเติบโต คือ ไม่มีแสงแดด ยังมีตัวช่วยอีกอย่างหนึ่ง คือ หลอด ยูวี ที่ติดไว้ในบ่อกรองช่องสุดท้าย จะช่วยหยุดการเจริญเติบโตตะไคร่ที่แขวนลอย ที่เหลือรอดจากช่องวัสดุกรองอื่น ๆ... คำแนะนำนี้อาจจะไม่สมบูรณ์นักหากจะนำไปใช้จริง เพียงแต่เป็นการเสนอเพื่อให้ทราบและเห็นภาพ ว่า น้ำเขียวขุ่นเกิดขึ้นเพราะอะไร จำมีวิธีการช่วยให้น้ำเขียวใสได้อย่างไรเท่านั้น รายละเอียดที่ชัดเจน ถูกต้อง ลองเข้าไปศึกษาจากกระทู้ถามตอบปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาคาร์พ http://koithai.com/index1.php ซึ่งผมเองก็ศึกษาหาความรู้จากกระทู้ถามต่าง ๆ ในเว็บนี้เหมือนกัน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ |
|