ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ภาพในอดีตที่อยากให้ดู



(D)
การโบยลงทันฑ์นักโทษในอดีต


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 06:46 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 06:49 น.] #1133870 (1/30)
ในสมัยนี้ไม่มีภาพเช่นนี้แล้วน่ะครับ


โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 07:11 น.] #1133876 (2/30)


(D)
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านสิทธิโชติ ... ผมเข้าใจว่ากฎหมายลงโทษด้วยการ โบย ของไทยยกเลิกไปหมดแล้วใช่ไหมครับ จึงไม่มีภาพเช่นข้างบนให้ชมอีก ... มนุษย์เรามักคุยว่า ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย ... แต่บางคร้งก็ทำอะไรที่โง่กว่า และสมควรได้รับการ "โบย" ซะบ้าง อย่างน้อยก็โดนอัดซะหน่อยก็ยังดี จริงไหมครับท่านสิทธิโชติ

โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 07:46 น.] #1133895 (3/30)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 08:45 น.] #1133920 (4/30)
พิจารณาภาพอย่างละเอียดถี่ถ้วน ... น่าจะเป็นการ ตัดคอ นะครับ ... ดาบเห็นรางๆอยู่ในมือเพชรฆาต แต่ที่เห็นเป็นเส้นดำยาวๆ จนทำให้ผมเข้าใจผิดว่าเป็นหวายสำหรับโบยนั้น น่าจะเป็นเพราะภาพเปื้อน-มีตำหนิอะไรสักอย่างครับ เพราะถ้าสังเกตดีๆมือไม่ได้จับไอ้เส้นดำๆยาวๆนั่นครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 08:58 น.] #1133934 (5/30)
คนชั่วต้องได้รับการลงโทษตามแต่ความผิด มิใช่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:07 น.] #1133940 (6/30)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.122.*) [3 May 2010 08:45] #1133920 (4/5)

พิจารณาภาพอย่างละเอียดถี่ถ้วน ... น่าจะเป็นการ ตัดคอ นะครับ ... ดาบเห็นรางๆอยู่ในมือเพชรฆาต แต่ที่เห็นเป็นเส้นดำยาวๆ จนทำให้ผมเข้าใจผิดว่าเป็นหวายสำหรับโบยนั้น น่าจะเป็นเพราะภาพเปื้อน-มีตำหนิอะไรสักอย่างครับ เพราะถ้าสังเกตดีๆมือไม่ได้จับไอ้เส้นดำๆยาวๆนั่นครับ


คุณอาวิบูลย์ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นการลงโทษด้วยการโบยหรือตัดคอ แต่สิ่งที่สำคัญคือการนำคนชั่วคนผิดมาลงโทษตามอาญาบ้านเมืองครับ


โดยคุณ mai111 (12.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:09 น.] #1133943 (7/30)


(D)


ยืนยันตาม คุณอาBCC-106 ครับ
เป็นการประหารชีวิตด้วยการตัดคอครับ

.............................................

โทษประหารชีวิต เป็นการลงโทษที่รุนแรงที่สุดที่ใช้ต่อผู้กระทำความผิด ถือว่าเป็น การลงโทษที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
จุดมุ่งหมายของการประหารชีวิตคือ การกำจัดผู้กระทำผิดให้พ้นไปจากสังคมด้วยวิธีการฆ่า ในสมัยโบราณการลงโทษประหาร เรียกว่า "กุดหัว" โดยใช้ดาบฟันคอ นักโทษเด็ดขาด

ดาบที่ใช้ในการประหารมีรูปร่างต่างๆ กัน ครูเพชฌฆาตเป็นผู้จัดทำดาบขึ้น มีดาบปลาย แหลม ดาบปลายตัด และดาบหัวปลาไหล การประหารชีวิตครั้งใดจะใช้ดาบชนิดใด ให้อยู่ในดุลพินิจของครู เพชฌฆาต
เพชฌฆาตผู้ทำหน้าที่ประหารชีวิตมี ๓ คน คือ ดาบที่หนึ่ง และตัวสำรองอีก ๒ คน เรียกว่า ดาบสอง และ ดาบสาม ถ้าดาบหนึ่งฟันคอไม่ขาด ดาบสองจะต้องซ้ำ ถ้ายังไม่ขาดดาบสามก็ต้องเชือดให้ขาด
พิธีการประหารชีวิตด้วยดาบ มีวัตถุเครื่องมือใช้และพิธีทางไสยศาตร์หลายอย่าง เช่นมีสายมงคลล้อม รอบบริเวณประหาร กันผีตายโหงจะเฮี้ยน การตัดสายมงคลต้องใช้มีดโดยเฉพาะ จะใช้ของอื่นไม่ได้ เป็นต้น

โดยคุณ mai111 (12.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:11 น.] #1133945 (8/30)


(D)


ในสมัยรัชกาลที่ ๕ การประหารชีวิตนักโทษด้วยดาบมักทำพิธีกันที่วัด โดยคุมตัวผู้ต้องโทษประหาร เดินทางโดยทางเรือออกจากคุกในลักษณะจองจำครบ ๕ ประการ โดยสรุปขั้นตอนการประหารชีวิตด้วยดาบ ดังนี้

๑. เมื่อลูกขุน ณ ศาลาลูกขุน ณ ศาลหลวง วางโทษประหารชีวิต ก็จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประหารชีวิต
๒. ก่อนจะนำตัวไปประหารชีวิต จะต้องถูกเฆี่ยน ๓ ยกๆละ ๓๐ ที รวม ๙๐ ที
๓. จัดอาหารคาวหวานมื้อสุดท้ายให้นักโทษกินก่อนประหาร และนิมนต์พระมาเทศน์ให้ฟัง
๔. นักโทษประหารถูกจับนั่งมัดกับหลักไม้กางเขนแบบกาจับหลัก
๕. เพชฌฆาตเอาดินเหนียวอุดหู อุดปาก และแปะไว้ที่ต้นคอนักโทษ เพื่อกำหนดตรงที่จะฟันจาก นั้นเพชฌฆาตดาบสองจะร่ายรำไปมา เพื่อรอจังหวะให้จิตนักโทษสงบ พร้อมกับเพชฌฆาตดาบหนึ่งลงดาบ ฟันคอทันที
๖. เมื่อประหารแล้ว เจ้าหน้าที่จะตัดส้นเท้า เพื่อถอดตรวนออกแล้วสับร่างกายหรือแล่เนื้อให้ทาน แก่แร้งกา
๗. เอาหัวเสียบประจาน

โดยคุณ mai111 (12.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:14 น.] #1133946 (9/30)


(D)


วิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้

สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม

สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์

สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก
ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก

สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด

สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด

สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย

สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า

สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน)ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย

สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย

สถาน10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ)

สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก

สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน)

สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอม แล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า

สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาดสาดลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย

สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า

สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ

สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย

สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่

สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้ กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย

สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย

สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:23 น.] #1133952 (10/30)
ขอบพระคุณท่าน mai111 มากๆครับ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:24 น.] #1133953 (11/30)
จุดมุ่งหมายของการประหารชีวิตคือ การกำจัดผู้กระทำผิดให้พ้นไปจากสังคมด้วยวิธีการฆ่า ในสมัยโบราณการลงโทษประหาร เรียกว่า "กุดหัว" โดยใช้ดาบฟันคอ นักโทษเด็ดขาด

เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เห็นการลงโทษด้วยการประหารชีวิตไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใดก็ตาม


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:35 น.] #1133958 (12/30)
พี่ติ่งครับ ไปเที่ยวประจวบฯ ขอให้เดินทางปลอดภัย ครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:43 น.] #1133963 (13/30)


(D)
ขอบคุณ คุณ mai111 มากๆครับ ที่นำสาระดีดี มีประโยชน์มาฝาก ให้ทราบกัน ถึงวิธีลงโทษคนชั่ว และขจัดคนเลวในสังคมสมัยก่อน ให้ คนรุ่นหลังได้ทราบ ความเป็นมา และจะได้เก็บไว้สอนใจตัวเองให้ทำดี ละความชั่วครับ ขอบคุณครับ

โดยคุณ mai111 (12.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 09:48 น.] #1133968 (14/30)


(D)
พี่สิทธิโชคครับ
ตอนนี้ยังมีการประหารชวิตอยู่ครับ
แต่เปลี่ยนวิธีการจากยิงเป้า
มาใช้วิธ๊ฉีดยาแทน

ตามข่าวเลยครับ
......................

"บางขวาง" ประเดิมประหาร 4 นักโทษ ด้วยการฉีดยาพิษ

เรือนจำกลางบางขวาง ได้ฤกษ์ประหารชีวิต 4 นักโทษในคดียาเสพติด 3 รายและคดีฆ่าคนตาย 1 ราย ด้วยวิธีฉีดยาหรือสารพิษเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน ใช้เวลาการประหารชีวิตเพียง 25 นาที

วานนี้ 12ธ.ค. เรือนจำกลางบางขวาง ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการประหารชีวิตแบบฉีดยาหรือสารพิษ ให้กับผู้ต้องขังจำนวน 4 ราย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา(ฉบับที่ 16) พ.ศ.2546 มาตรา 19 เปลี่ยนการประหารชีวิตจากการยิงเป้ามาเป็นฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า สำหรับนักโทษที่ถูกดำเนินการประหารชีวิตแบบใหม่มีจำนวน 4 รายคือ 1.นช.บุญลือ นาคประสิทธิ 2.นช.พันพงษ์ สินธุสังข์ 3.นช.วิบูลย์ ปานะสุทธะ ซึ่งนักโทษทั้ง 3 คน ต้องโทษคดียาเสพติด โดยเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2541 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมจำเลยทั้ง 3 คน ฐานร่วมกันผลิตเมตแอมเฟตามีน หรือยาบ้า จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์การผลิต พร้อมกับยาบ้า จำนวน 115,800 เม็ด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ประหารชีวิต จำเลยทั้ง 3 อุทธรณ์ขอให้ลดโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง 3 คน ฎีกา แต่ศาลฎีกาพิพากษายืน

สำหรับนักโทษคนที่ 4 คือ นช.พนม ทองช่างเหล็ก พฤติกรรมความผิด เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2542 จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายแสงชัย ทองเชื้อ ผู้ตายจำนวน 4 นัด ขณะนั่งรับประทานอาหารร่วมกับพวก ที่ตำบลวิชัยใต้ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ได้จับกุมและแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้การประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาพิพากษายืน

รายงานข่าวแจ้งว่า บรรยากาศก่อนการประหารชีวิตในวันนี้ ทางเรือนจำกลางบางขวางเบิกตัวนักโทษ 4 คนออกมาเพื่อเขียนพินัยกรรมหรือโทรศัพท์สั่งเสียญาติซึ่งนักโทษพนม ทองช่างเหล็กโทรศัพท์ไปที่บ้านติดต่อภรรยาและลูก ส่วนคนอื่นเขียนพินัยกรรม จากนั้นนำอาหารมื้อสุดท้ายให้รับประทาน ซึ่งเป็นต้มข่าไก่ เขียวหวานลูกชิ้นปลากราย แกงหน่อไม้ 2 ชุด ส่วนของหวานมีบัวลอยแก้ว บัวลอยเผือก ฟักทองต้มและส้มเขียวหวาน แต่นักโทษทั้ง 4 คน รับประทานอาหารไม่ลง ขอสูบบุหรี่แทน

จากนั้นเจ้าหน้าที่อ่านฎีกาและนำนักโทษทั้ง 4 คนไปฟังพระเทศน์ก่อนจะขึ้นรถส่งวิญญาณ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าที่ใช้ในสนามกอล์ฟ นำนักโทษไปสู่แดนประหาร และแวะศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ เพื่อให้นักโทษกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเรือนจำ จากนั้นนำมาที่ศาลาหน้าอาคารฉีดสารพิษและทำการปิดตานักโทษด้วยผ้าดำ รวมทั้งให้นักโทษถือดอกไม้ธูปเทียนไหว้ โดยหันหน้าไปทางวัดแพรกใต้ที่อยู่ติดแดนประหาร

จากนั้นนำนักโทษเข้าอาคารฉีดสารพิษ โดยยังคงล่ามโซ่ตรวนไว้และให้นักโทษนอนบนเตียงประหารชีวิต ซึ่งมีผ้าขาวสำหรับห่อศพวางรองอยู่ และทำการขึงแขนนักโทษให้ติดกับเตียงทั้ง 2 ข้างในท่ากางแขน และนำเข็มฉีดยาปักไปที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง และทำการฉีดยาจำนวน 3 เข็ม เข็มที่ 1 คือยานอนหลับ เข็มที่ 2 เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และเข็มที่ 3 คือยาหยุดการเต้นของหัวใจ ก่อนให้แพทย์และให้คณะกรรมการ ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนอัยการจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้แทนกรมราชทัณฑ์มาช่วยตรวจด้วย

จากนั้นนำนักโทษที่เสียชีวิตแล้วใส่ในโรงเย็น ซึ่งมีความเย็น –18 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ก่อนจะให้แพทย์ตรวจเป็นครั้งสุดท้าย และให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศล ซึ่งการประหารชีวิตครั้งนี้เป็นครั้งแรกจัดเตรียมทีมประหารชีวิตไว้ 3 คน และสำรองไว้ 1 คน โดยขั้นตอนทั้งหมดสำหรับการประหารชีวิตในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

โดยคุณ mai111 (12.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 10:01 น.] #1133976 (15/30)


(D)


พระมหานันทา พระนักเทศน์นักโทษประหาร

"พระนักเทศน์นักโทษประหาร" เป็นฉายาที่ พระมหานันทา นนฺทปญฺโญฺ เจ้าอาวาสวัดบางแพรกใต้ อ.เมือง จ.นนทบุรี."

บอกว่าไม่อยากรับและก็ไม่อยากเป็น ซึ่งชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูของนักฟังเทศน์ ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่พระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงอะไรมากนัก แต่ท่านกลับเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในหมู่นักโทษเด็ดขาดของเรือนจำบาง ขวาง นักโทษบางคนมีโอกาสฟังเทศน์ของท่านเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็ไม่มีโอกาสอีกเลย


จากประสบการณ์เดินเข้าออกคุกบางขวางนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ เมื่อครั้งยังเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส มีคำพูดหนึ่งของนักโทษมักพูดให้ได้ยินอยู่เสมอๆ ว่า "ถ้าผมไม่ติดคุก ผมคงไม่มีโอกาสฟังเทศน์และปฏิบัติธรรม" ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพระมหานันทา ขณะเดียวกันท่านก็พูดไว้อย่างน่าคิดว่า


"วันนี้เรามีโอกาสฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมก็จงทำเสีย อย่าบอกว่าไม่ว่างหรือไม่มีเวลา เพราะท่านอาจจะว่างและมีเวลาก็ต่อเมื่อไปอยู่ในเรือนจำเสียแล้ว และอาตมาไม่อยากเทศน์ให้ใครฟังเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต"

นักโทษประหาร ที่ถูกประหารชีวิตโดยวิธีการใช้เข็มฉีดยาเป็นครั้งแรก ที่เรือนจำบางขวาง จากนั้นก็ไม่มีการประหารอีกเลย



ทุกวันนี้พระมหานันทายังเดินเข้าคุกบางขวางเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงวันสำคัญทางศาสนาและเทศกาลสำคัญๆ ของปี จนกลายเป็นว่า อาตมาเป็นส่วนหนึ่งของคุกบางขวางไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะกรรมในอดีตชาติที่เคยสร้างมากับนักโทษจึงต้องมาเทศน์โปรดกัน ถึงในคุกเช่นนี้ การเทศน์โปรดนักโทษทั่วๆ ไปอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่เทศน์โปรดนักโทษประหารนี่สิเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ เห็นเขาเป็นๆ ตอนเข้าทางประตูหน้าพอรุ่งเขามาที่วัดเป็นร่างไร้วิญญาณ

โบสถ์ของวัดซึ่งล้อมด้วยกำแพงคุกถึง ๓ ด้าน




กิจนิมนต์ครั้งสุดท้ายที่พระมหานันทา ถูกนิมนต์ไปเทศน์เพื่อไปโปรดนักโทษประหาร คือ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖ ในครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่นักโทษประหารถูกประหารชีวิตโดยวิธีการใช้เข็มฉีด ยาเป็นครั้งแรกที่เรือนจำบางขวาง จากนั้นก็ไม่มีการประหารอีกเลย โดยในครั้งนั้นมีการประหารชีวิต ๔ คน คือ น.ช.พนม ทองช่างเหล็ก คดีฆ่าคนตาย น.ช.บุญลือ นาคประสิทธิ คดียาบ้า น.ช.พันพงษ์ สินธุสังข์ และ น.ช.วิบูลย์ ปานะสุทธ
“คนทั่วๆ อาจจะไม่รู้การได้มีชีวิตและลมหายใจอยู่บนโลกทุกวันนี้เป็นความสุขอย่างยิ่ง แต่นักโทษประหารที่รอคำสั่งประหารเกือบ ๑๐๐ คน เขาจะมีความสุขอย่างยิ่งอยู่ ๒ วัน คือ วันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ ๑๖.๐๐ น.ของเย็นวันศุกร์ถึง ๐๘.๐๐ น.ของเช้าวันจันทร์ จากนั้นอีก ๕ วัน ก็ต้องใช้ชีวิตที่ต้องรอลุ้นว่าคำสั่งประหารจะตกอยู่ที่ใคร“พระมหานันทา กล่าว

โกดังเก็บศพนักโทษประหาร ซึ่งมีอยู่รายเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มารับศพ



พร้อมกันนี้ พระมหานันทายังบอกด้วยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มีต่อนักโทษประหาร ตั้งแต่ปีมหามงคล ๒๕๔๖ มาถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้รับกิจนิมนต์ไปเทศน์โปรดนักโทษประหารเลยสักรายเดียว ซึ่งหมายถึงหลังจากโปรดนักโทษประหาร ๔ รายด้วยการฉีดยาก็มีกิจนิมนต์อีกเลย และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มักจะอธิษฐานจิตเสมอๆ ว่า ขออย่าให้เจ้าหน้าที่เรือนจำบางขวางสงฎีกามานิมนต์อีกเลยตลอดทั้งชีวิต เมื่อไม่ต้องเทศน์ประตูผีที่เคยเปิดปีละหลายๆ ครั้งก็ถูกปิดตายไปด้วย ถ้าเป็นไปได้อยากโบกปูนปิดประตูนี้เสียเลย

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ไปเทศน์โปรดนักโทษประหาร พระมหานันทา บอกว่า สิ่งที่นักโทษประหารมีเหนือกว่าคนปกติทั่วๆ ไป คือ ตายแบบรู้ตัวรู้วันเวลา ปกติแล้วคนทั่วๆ จะตายแบบไม่รู้ตัว หรือเรียกว่าตายแบบไม่มีสติ แต่นักโทษประหารตายอย่างมีสติ รู้กำหนดลมหายใจจะสิ้นเมื่อไร การที่รู้ตัวก่อนตายทำให้สามารถเตรียมตัวก่อนตาย สามารถทำกิจอะไรก่อนตายได้ เขียนจดหมายบอกลา ฝากคำพูด และแบ่งทรัพย์สมบัติได้ ส่วนคนที่ตายแบบไม่รู้ตัวเลยนั้น ร้อยทั้งร้อยไม่เคยเตรียมอะไรไว้เลย ดังนั้นคนเราจึงควรตั้งชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทเพราะความตายเปรียบเสมือน เงาที่ตามตัวเราตลอดเวลา
เทศน์ให้นักโทษประหารฟังมันเป็นบทพิสูจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าว่ากรรมนั้นมี จริง ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าชาตินี้กรรมก็ตามทัน นักโทษบางคนหนีอาญาแผ่นดินกว่า ๑๐ ปี แต่ก็ถูกจับประหารชีวิตเพื่อชดใช้กรรม ถ้ากรรมไม่มีเขาต้องหนีกรรมพ้น เขาต้องไม่ถูกประหารเมื่อเรามีโอกาสฟังพระเทศน์ก็จงรีบฟัง ถ้าตั้งใจฟังก็จะเกิดปัญญา หากนำหัวข้อธรรมะไปปฏิบัติชีวิตก็จะเจริญรุ่งเรืองเหมือนได้อยู่เมืองสวรรค์ ถ้าไม่ฟังเทศน์นอกจากไม่เกิดปัญญาแล้วอาจจะนำพาชีวิตไปสู่นรกได้ ฉันได้ยินนักโทษพูดเสมอว่า นี่ถ้าไม่ติดคุกคงไม่ได้ฟังเทศน์ ไม่มีโอกาสได้สวดมนต์ และปฏิบัติธรรม หากเข้าวัด ฟังเทศน์และปฏิบัติธรรมตั้งแต่อยู่นอกคุก วันนี้คงไม่ต้องมานั่งฟังเทศน์ในคุกคนส่วนใหญ่มักอ้างว่าไม่มีเวลา


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเปลี่ยนวิธีการประหารจากการประหารชีวิตด้วยวิธีการใหม่คือ การแทนวิธีการประหารชีวิต แบบเดิมนั่นคือวิธีการยิงเป้าซึ่งใช้มา ๖๘ ปี แต่ประเด็นเทศน์ยังคงเดิม คือ เทศน์เรื่องกฎแห่งกรรมอย่างเดียว หัวข้อธรรมอื่นคงไม่มีประโยชน์อะไร เริ่มจากการให้ศีลก่อน ที่สำคัญคืออย่าไปซ้ำเติมนักโทษ ต้องเทศน์ให้อยู่ในกรอบของพระ ต้องไม่อิงกฎหมาย ต้องอิงธรรมะของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะเรื่องกรรม สิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ตอนท้าย คือ การอโหสิกรรม ต่อผู้คุม ผู้ประหาร เพื่อให้หมดเวรกรรมต่อกัน


“เหตุของการตายไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ว่าจะได้ขึ้น สวรรค์หรือตกนรก แต่มันอยู่ที่การกำหนดจิตก่อนชีวิตจะดับ เมื่อจิตของเราผ่องใส จิตมีสติ สุคติเป็นที่หวังในเบื้องหน้าดังพระบาลีว่า จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตไม่เศร้าหมองสุคติเป็นที่หวังได้” พระมหานันทา กล่าวทิ้งท้าย

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 10:05 น.] #1133979 (16/30)
หมายความว่าตั้งแต่ ปี 2546 ยังไม่มีการลงโทษด้วยการประหารชีวิตอีกเลย

ขอบคุณท่าน mai111 อีกครั้งครับ


โดยคุณ BankHiWay (7.8K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 10:10 น.] #1133984 (17/30)

โดยคุณ toei89 (625)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 10:27 น.] #1134017 (18/30)

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 10:41 น.] #1134033 (19/30)

โดยคุณ เสือน้อย8ริ้ว (778)(2)   [จ. 03 พ.ค. 2553 - 11:57 น.] #1134161 (20/30)
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล

โดยคุณ skith (1.4K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 12:01 น.] #1134174 (21/30)

โดยคุณ jcainfo (6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 12:07 น.] #1134185 (22/30)
กฎหมายไม่ใช่แค่เศษกระดาษ (เหมือนเดี๋ยวนี้)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 13:45 น.] #1134354 (23/30)
โดยคุณ jcainfo (124.121.246.*) [3 May 2010 12:07] #1134185 (22/22)

กฎหมายไม่ใช่แค่เศษกระดาษ (เหมือนเดี๋ยวนี้)



ท่านเจครับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เหนื่อยใจครับ

โดยคุณ mai111 (12.6K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 14:39 น.] #1134417 (24/30)


(D)


โดยคุณ สิทธิโชติ (58.8.86.*) [3 May 2010 10:05] #1133979 (16/23)

หมายความว่าตั้งแต่ ปี 2546 ยังไม่มีการลงโทษด้วยการประหารชีวิตอีกเลย

.................................................

ประหารครั้งสุดท้ายปีที่แล้วครับ นักโทษค้ายาบ้า

..............................................

ราชทัณฑ์ฉีดยาประหาร2นักโทษค้ายาบ้า 3 เข็ม

เรือนจำกลางบางขวางจะประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เปลี่ยนจากยิงเป้า ล่ามโซ่ตรวนนอนบนเตียงปูผ้าขาวห่อศพวางขึงแขนติดกับเตียงในท่ากางแขน และนำเข็มฉีดยาปักไปที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างจำนวน 3 เข็มเข้าโรงเย็นแช่อีก 12 ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เรือนจำกลางบางขวางจะประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดรายสำคัญ 2 ราย คือ นช.บัณฑิต เจริญวานิช อายุ 45 ปี และนช.จิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ อายุ 52 ปี นักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งถูกจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด โดยจะประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษในแดนประหาร ในเวลา 17.00 น. ซึ่งการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากประเทศไทยแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 16) พ.ศ.2546 มาตรา 19 เปลี่ยนการประหารชีวิตจากการยิงเป้ามาเป็นฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย

ขั้นตอนก่อนประหารชีวิตหลังฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษตกมายังกรมราชทัณฑ์ เรือนจำจะปกปิดเป็นความลับจนกว่าจะเก็บนักโทษทั้งหมดเข้าเรือนนอนในเวลา 15.30 น. จากนั้นเรือนจำจะเบิกตัวนักโทษที่ต้องรับโทษประหารชีวิตออกมาและแจ้งให้ทราบถึงผลฎีกาเพื่อให้เขียนพินัยกรรมสั่งเสียหรือให้โทรศัพท์สั่งเสียกับญาติพี่น้องก่อนประหารชีวิต 1 ชั่วโมง จากนั้นเรือนจำจะจัดอาหารมือสุดท้ายให้แก่นักโทษ และนิมนต์พระสงฆ์วัดบางแพรกใต้เข้ามาแสดงธรรม เมื่อถึงเวลาจะนำนักโทษประหารขึ้นรถและนำตัวเข้าสู่แดนประหาร ซึ่งก่อนเข้าสู่แดนประหารผู้คุมจะนำนักโทษเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อเจตตคุปต์และกราบไหว้ต้นโพธิ์ 3 ต้น หน้าแดนประหาร จากนั้นจะนำตัวนักโทษเข้าสู่ห้องฉีดสารพิษและปิดตานักโทษด้วยผ้าดำ รวมทั้งให้นักโทษถือดอกไม้ธูปเทียนและหันหน้าไปทางวัดบางแพรกใต้ที่อยู่ติดกับแดนประหาร

สำหรับขั้นตอนในแดนประหาร เรือนจำจะยังคงล่ามโซ่ตรวนไว้และให้นักโทษนอนบนเตียงประหารชีวิต ซึ่งมีผ้าขาวสำหรับห่อศพวางรองอยู่ และทำการขึงแขนนักโทษให้ติดกับเตียงทั้ง 2 ข้างในท่ากางแขน และนำเข็มฉีดยาปักไปที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง และทำการฉีดยาจำนวน 3 เข็ม เข็มที่ 1 คือยานอนหลับ เข็มที่ 2 เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และเข็มที่ 3 คือยาหยุดการเต้นของหัวใจ โดยขั้นตอนการฉีดยาประหารชีวิตจะใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากนั้นแพทย์และคณะกรรมการ ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนอัยการจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ จะตรวจสอบว่านักโทษประหารเสียชีวิตตามคำพิพากษา จากนั้นนำศพนักโทษบรรจุในโลงเย็น ซึ่งมีความเย็น -18 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ก่อนจะให้แพทย์ตรวจเป็นครั้งสุดท้าย และให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลในวันรุ่งขึ้น

สำหรับนายบัณฑิต เจริญวานิช และนายจิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ กับพวกอีก 3 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค. พ.ศ. 2544 พร้อมของกลางยาบ้า 114,219 เม็ด ต่อมาศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตนายบัณฑิต และนายจิรวัฒน์ คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์สินของนายบัณฑิต และนายจิรวัฒน์ จำนวน 73 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 41,666,289 บาท

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 14:51 น.] #1134424 (25/30)


(D)
ได้รับสาระและความรู้ที่เป็นประโยชน์จากท่านmai111 มากๆครับ เรื่องเหล่านี้สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการถ่ายทอดให้เยาวชนได้รับฟังเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ครับ


โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 18:11 น.] #1134570 (26/30)
สมควรเก็บกระทู้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการประหารชีวิตตามกฎหมาย ไว้ให้ลูก-หลาน-เหลน ได้อ่าน เพื่อไม่ให้ก่ออาชญากรรมทำผิด รวมทั้ง ผลิต - ขาย - เสพ ยาเสพติดให้โทษ ทุกชนิด ครับ ... (ขายพระเก๊ ไม่ถึงประหารชีวิต แต่โดนประหารทางใจและความเชื่อถือครับ)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 20:16 น.] #1134677 (27/30)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.128.*) [3 May 2010 18:11] #1134570 (26/26)

สมควรเก็บกระทู้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการประหารชีวิตตามกฎหมาย ไว้ให้ลูก-หลาน-เหลน ได้อ่าน เพื่อไม่ให้ก่ออาชญากรรมทำผิด รวมทั้ง ผลิต - ขาย - เสพ ยาเสพติดให้โทษ ทุกชนิด ครับ ... (ขายพระเก๊ ไม่ถึงประหารชีวิต แต่โดนประหารทางใจและความเชื่อถือครับ)



สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนควรที่จะนำไปเผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างเป็นตัวอย่างที่ดีครับ

โดยคุณ อากู๋ (59)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 21:40 น.] #1134783 (28/30)
สยองครับ
ใครที่คิดทำความชั่ว ก็จงนึกถึงภาพตอนที่ต้องถุกประหารชีวิตไว้บ้างนะครับ

เผื่อจะได้เกรงกลัวกันบ้าง อิอิ

โดยคุณ Ronado (10.2K)  [จ. 03 พ.ค. 2553 - 22:12 น.] #1134859 (29/30)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 04 พ.ค. 2553 - 05:52 น.] #1135080 (30/30)
โดยคุณ อากู๋ (124.121.184.*) [3 May 2010 21:40] #1134783 (28/29)

สยองครับ
ใครที่คิดทำความชั่ว ก็จงนึกถึงภาพตอนที่ต้องถุกประหารชีวิตไว้บ้างนะครับ

เผื่อจะได้เกรงกลัวกันบ้าง อิอิ



ผมอาฉิก (7) เห็นด้วยกับท่านอากู๋ครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1