ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ให้อภัย พูดง่าย .. แต่ทำยาก



(D)
อภัย
เรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต .. ที่ทุกคนเข้าใจดี
เคยเป็นใช่มั้ย .. รู้ว่าต้องให้อภัย แต่จัดการกับใจตัวเองไม่ได้สักที


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:37 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:38 น.] #1146277 (1/18)


(D)
การที่จะยอมให้อภัยใครสักคน ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายและสั้น
เหมือน ตัวอักษรที่สะกดออกมาเป็นคำเลยแม้แต่ครั้งเดียว
การให้อภัยฝ่ายเดียวโดยที่อีก ฝ่ายไม่ยอมรับรู้เห็นด้วยนั้น
เป็นเรื่องที่น่าเซ็งที่สุดในตอนต้นๆ และจะกลับกลายเป็นความน่าเบื่อและน่ารำคาญ
เมื่อเวลาผ่านไปในนาน วัน ยิ่งนานเป็นปียิ่งไม่ไหว
เพราะฝ่ายหนึ่งจะสามารถมองอีกฝ่ายว่าเป็น คนงี่เง่าได้โดยปริยาย
แต่เราก็ยังคงต้องให้อภัยและ ไม่ควรไปมองว่าอีกฝ่ายนั้นงี่เง่า
เพราะไปๆ มาๆ เราก็จะกลายเป็นฝ่ายงี่เง่ายเสียเอง
ซึ่งถ้าชีวิตนำพาให้เราต้องตกที่นั่งอับเฉาพขนาดนั้น จริงๆ เราก็ต้องทำใจเป็นอุเบกขา
และภาวนาให้ทางเดินของเราและอีกฝ่ายเป็น เส้นขนาน


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:38 น.] #1146279 (2/18)


(D)
ความผิดบางสิ่ง
ถามว่าใคร ผิด .. ก็ไม่มีใครผิด
ต่างคนต่างมีเหตุผล แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหนักหนา จนทำให้ต้องมองหน้ากันไม่ได้
แล้วยังไง ต่อดี ???
ทางออกที่ดีอีกทางคือ
การ ให้อภัยตัวเองพร้อมๆ กับให้อภัยเพื่อนของเรา
ที่ว่าให้อภัยตัวเองก็คือ ให้อภัยที่มองเพื่อนในมุมมองของเราเพียงข้างเดียว
และให้อภัยเพื่อนที่ ไม่ได้มองเห็นไปในทางเดียวกับเรา
เพราะที่สุดแล้ว
เราก็ต้องยอมรับใน ความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคล
....
คำปลอบใจต่อๆ กันมา คือ "ทำอะไรไม่ได้ ก็ให้ ทำใจ"


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:39 น.] #1146282 (3/18)
บทความ "อภัยทาน"

อภัยทาน การยุติผลกรรมข้ามภพข้ามชาติ
โดย ปิยโสภณ (พระศรีญาณโสภณ) วัดพระราม9 กาญจนาภิเษก



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:39 น.] #1146284 (4/18)
ชีวิตคือการลงทุน

ชีวิตคือการลงทุน ตัวชีวิตคือต้นทุน สิ่งที่ได้มาหลังจากชีวิตคือกำไรทั้งหมด การเกิดมาในโลกนี้ เหมือนการมาเที่ยว หรือไปเที่ยวต่างประเทศ, เราชื่นชมได้ทุกอย่างที่เห็น แต่เมื่อจะเดินทางกลับจะต้องวางทุกอย่างไว้ที่เดิม เพราะนั่นเป็นสมบัติของแผ่นดินนั้น เก็บเอาเพียงความสุข ความเบิกบานใจ ไปติดตัวกลับบ้านก็พอ ชีวิตในโลกนี้ มีทั้งกำไรที่เป็นสินทรัพย์และกำไรที่เป็นอริยทรัพย์ สินทรัพย์ที่เราทิ้งไว้ให้เป็นสมบัติของโลกต่อไป ให้คนอื่นชื่นชมด้วย หากเรามีโอกาสกลับมาเที่ยว (เกิดใหม่) อีก เราก็มีโอกาสได้ชื่นชมอีก อริยทรัพย์ คือ บุญ ความสุข ความเบิกบานใจ อิ่มใจ พอใจ เป็นสมบัติแท้ของเราตามเราไปได้ทุกแห่งหน

การลงทุนให้ได้กำไร คือ หัดทำความพอใจในสิ่งที่เรามี ความโชคร้ายของมนุษย์ คือ การไม่รู้ว่าตนเองโชคดีทุกชีวิตล้วนมีภัย ภัยของชีวิตอาจเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที ภัยที่เกิดจากภายนอก ไม่ร้ายแรงเท่ากับภัยภายใน ภัยที่ผู้อื่นสร้างขึ้น กระทบเราน้อยกว่าภัยที่เราสร้างขึ้นเอง บางคนทำผิดแล้ว กลับมานั่งเสียใจในภายหลังก็บ่อย ภัยทั้งหลายล้วนเป็นยาพิษ ที่ปลิดชีวิตจิตใจเราได้ทั้งสิ้น มนุษย์อื่นทำลายเรา ก็ทำได้เพียงขณะหนึ่ง แต่จิตที่ตั้งไว้ผิดจะทำลายเราข้ามภพชาติ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงสอนเรื่อง “อภัยทาน” คือ การยกโทษ แสดงอโหสิกรรมต่อกัน

ไทยเรามีประเพณีอย่างหนึ่งคือ เมื่อจุดธูปขอขมาศพก็จะขออโหสิกรรมต่อกัน คืออย่าได้มีเวรต่อกันในภพหน้าให้ทุกอย่างจบลงที่ภพชาตินี้ แม้ศัตรูคู่อาฆาตก็ต้องอโหสิกรรมต่อกัน

บางครั้ง พิธีสำคัญในชีวิต เรามักจะไปขอพรผู้ใหญ่ และกล่าวว่ากรรมใดที่เราได้ล่วงเกิน ขอให้ท่านยกโทษให้ คือ ให้สิ่งที่เราทำเป็นอโหสิกรรม ทำให้ใจเราว่างเพียงพอเพื่อรองรับความดี ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ เช่น พิธีบวช เป็นต้น

การแสดงอภัยทาน เป็นการชำระใจ แม้จะดูพูดง่าย แต่ก็ทำได้ยาก หากไม่ฝึกทำจนเป็นปกติ เพื่อให้เข้าใจง่ายและอยากทำให้ได้ ขอให้เรามาพิจารณาเหตุผล ถึงความต่อเนื่องของผลกรรมที่มีผลข้ามภพข้ามชาติว่า ให้ผลเผ็ดร้อนเพียงใด และยังเป็นผลที่เราหนีไม่ได้อีกด้วย

เราต้องถามตนเองก่อนว่า เราต้องการยุติการเผล็ดผลของกรรมกับคน ๆ นั้น เพียงภพนี้ หรือต้องการจะพบเขา จะเจอเขาอีกต่อไป เราต้องการจะยุติปัญหาเหล่านี้เพียงภพชาตินี้ หรือต้องการลากยาวไปถึงชาติข้างหน้า เรามีสิทธิเสรีในตัวเรา

บางคนรักมาก หลงมาก เพราะเขาดีมาก ก็ปรารถนาให้พบกันทุกภพทุกชาติ บางคนก็อธิษฐานไม่ขอร่วมเดินทาง แต่ก็ไม่ยกโทษ ในที่สุดผลของการไม่ยกโทษ คือไม่ยอมให้อภัย ก็เหมือนการผูกสิ่งที่เราไม่ชอบไว้ที่เอวตนเองตลอดเวลา

การให้อภัย จะทำให้เราสามารถยุติปัญหาต่าง ๆ ได้ เหมือนคนล้างแก้วน้ำสะอาด ทำให้เหมาะสมที่จะรองรับน้ำบริสุทธิ์ที่เทลงไปใหม่ เหมือนการโยนของที่เราไม่ชอบทิ้งเสีย โดยไม่ต้องเสียดาย

การให้อภัย คือการแสดงกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อภัยทานเวลาจะให้ ไม่ต้องไปขอใคร ไม่เหมือนใครมาขอเงินเรา เราต้องควักกระเป๋าให้ แต่ให้อภัย เราไม่ต้องหาจากไหน และไม่รู้สึกว่าเป็นการสูญเสีย


ขอให้เราภูมิใจ เมื่อมีใครมาขอโทษ เมื่อมีใครให้อภัยเรา หรือเมื่อสำนึกได้ว่า เราได้ทำอะไรผิดพลาดไป ก็ขอโทษกัน การขอโทษหรือการให้อภัย

มิใช่การเสียหน้า หรือเสียรู้ มิใช่การได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างใด หากแต่เป็นการชำระใจให้สะอาด เหมือนภาชนะสกปรก ก็ชำระล้างให้สะอาด

จะคิดอย่างไรมิใช่ประเด็น แต่สำหรับเราผู้แสดงออกว่า เราให้อภัยในเรื่องนี้ต่อบุคคลผู้นี้แล้ว นั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งนั้นจะถูกบรรจุลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์คือจิตของเราทันที

การผูกอาฆาต ความพยาบาท ความอิจฉา โกรธ เกลียด ความคิดแก้แค้น ทิฐิมานะ เป็นต้น เป็นเสมือนเชื้อไวรัส อภัยทาน คือ เครื่องมือแอนตี้ไวรัส ส่วนจิตของเรา เหมือนคอมพิวเตอร์

ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ อาจจะดูเหมือนยาว แต่มีใครบอกได้ว่าเราจะอยู่ได้ปลอดภัยถึงวันไหน เราต้องการความทรงจำที่เลวร้าย หรือต้องการความทรงจำที่ดีในชีวิต

เราต้องการนั่งนอนอย่างมีความสุข มีชีวิตอยู่ด้วยความอิ่มเอิบหรือต้องการมีชีวิตอยู่ด้วยการถอนหายใจ ด้วยความทุกข์และกังวลใจ สิ่งเหล่านี้ กำหนดได้ที่ตัวเราเอง กำหนดวิธีคิดให้ถูกต้อง


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:40 น.] #1146286 (5/18)
ขอขอบคุณ http://www.palungjit.com/ ที่อนุญาติให้คัดลอกและเผยแพร่ต่อ


โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 21:43 น.] #1146293 (6/18)


(D)
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งระยอง สุภาพบุรุษตัวจริง "ยุ้ย ระยอง" ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำพูด ครับ


โดยคุณ รักษ์ต้มเลือดหมู (2.6K)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 22:30 น.] #1146391 (7/18)


(D)
ขอบคุณท่าน สิทธิโชติ มากครับที่แวะเที่ยวหา ผมได้เสื้อให้ท่านเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่า สีเทาไม่มี ผมเลยจัดสีขาวให้แทนคงไม่ตำหนินะครับ ท่านคงจะได้รับวันเสาร์ครับท่าน

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 22:46 น.] #1146400 (8/18)
สวัสดีครับท่านรักษ์ต้มเลือดหมู ขอบคุณมากน่ะครับสำหรับอาหารเช้าเกาเหลาเลือดหมู รวมถึงเป็ดพะโล้ ขาหมู หมูกรอบ อร่อยมากๆครับ เรื่องเสื้อต้องขอบคุณอีกครั้ง ดีใจที่ได้ใส่เสื้อร้านรักษืต้มเลือดหมูครับ



โดยคุณ Ronado (10.2K)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 23:05 น.] #1146441 (9/18)

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 23:23 น.] #1146478 (10/18)

โดยคุณ s4110488 (334)  [พฤ. 13 พ.ค. 2553 - 23:30 น.] #1146492 (11/18)

โดยคุณ ศรารีย์ (682)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 01:04 น.] #1146564 (12/18)

โดยคุณ toei89 (625)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 03:12 น.] #1146604 (13/18)

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 06:25 น.] #1146652 (14/18)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 06:51 น.] #1146676 (15/18)
..... ในภาษาไทย คำว่า "อโหสิกรรม" มีความหมายว่าการเลิกแล้วต่อกัน การไม่เอาโทษกัน การเลิกจองเวรกัน ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เมื่อได้ประพฤติล่วงเกินผู้อื่น ก็ควรขอให้ผู้นั้นยกโทษให้ และทำนองเดียวกัน หากมีผู้มาขออโหสิกรรมจากเรา ก็ควรยกโทษให้ ไม่อาฆาต พยาบาท จองเวรกัน เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ ก็จะก่อให้เกิด ความรักใคร่ แล้วอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ..........

ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทำกรรมดี หรือกรรมชั่ว โดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้น จะต้องได้รับผลกรรม ตามสมควร แก่การกระทำ ของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่น คนที่คดโกง ก็จะได้รับผลกรรมนั้น .........

แต่กรรมที่ทำไว้นั้น ถ้าเป็นกรรมเบา อาจจะไม่ส่งผลก็ได้ หากทำให้กรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม วิธีทำกรรมให้เป็นอโหสิกรรม วิธีหนึ่ง คือการยกโทษให้ เช่น เมื่อประพฤติล่วงเกินผู้อื่น ด้วย กาย วาจา หรือใจ แล้วไปขอให้ผู้ที่เราประพฤติล่วงเกินให้ เมื่อท่านยกโทษให้แล้ว ก็ถือว่า กรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม ไม่ให้ผลอีกต่อไปทั้งในชาตินี้ และชาติหน้า .......

(คัดลอกบางส่วนมาจากข้อความใน GURU ของ GOOGLE ครับ)

ผมไม่ทราบเรื่องอะไรต่ออะไรที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผมไปเที่ยวอ.ปาย แต่อ่านเห็นในกระทู้ ก็ขอ ยกย่อง ด้วยความนับถือ "ป๋ายุ้ย" ปากกับใจ ตรงกันและเป็นคนดีที่ควรแก่การยกย่องท่านหนึ่งแห่งระยอง และท่าน pproximo ที่เป็นสุภาพบุรุษ .....

ประสบการณ์ของตัวผมเองกับเวปนี้ ไม่ได้รับ อโหสิกรรม ทั้งที่ผมคิดว่าผมไม่ผิด แต่ผมก็กล้าที่จะขอโทษ ขออโหสิกรรม .... เมื่อไม่ได้รับอโหสิกรรม ก็ให้เป็นบทเรียน และให้มันเป็นไปตามกรรมของผมเอง ครับผม


โดยคุณ Ting_sathu (8.9K)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 10:27 น.] #1146812 (16/18)

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 20:16 น.] #1147187 (17/18)

โดยคุณ โลมาสีขาว (5.6K)  [ศ. 14 พ.ค. 2553 - 21:42 น.] #1147307 (18/18)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1