| หัวข้อกระทู้ : ด่วน !พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีผลบังคับใช้พรุ่งนี้ ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศเฮ |
 (D)
ผู้สื่อข่าว รายงานว่า วันนี้ (๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓) ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๕๓
โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีที่ ๖๐ วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อเป็นการถวายพระราชกุศล และเพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป หรือวันอาทิตย์ที่ ๑๖ พฤษภาคม
สำหรับ นิยามความหมายสำคัญตาม พระราชกฤษฎีกา ประกอบด้วย
- ผู้ต้องกักขัง หมายความว่า ผู้ต้องโทษกักขังแทนโทษจำคุกหรือผู้ถูกกักขังแทนค่าปรับ ซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลถึงที่สุดก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
-ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ หมายความว่า ผู้ต้องโทษปรับ ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับโดยผู้นั้นได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และมิได้กระทำผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด
- ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดซึ่งเป็นผู้ได้รับการพัก การลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจำทหาร หรือได้รับการลดวัน ต้องโทษจำคุกตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ ซึ่งมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษหรือ การลดวันต้องโทษจำคุกก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
-นักโทษเด็ดขาด หมายความว่า ผู้ซึ่งในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับเป็นนักโทษเด็ดขาด ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ หรือนักโทษตามกฎหมายว่าด้วยเรือนจำทหาร
- กำหนดโทษ หมายความว่า กำหนดโทษที่ศาลได้กำหนดไว้ในคำพิพากษาและระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเมื่อคดีถึงที่สุด หรือกำหนดโทษตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้ลงโทษหรือกำหนดโทษ ดังกล่าวที่ได้ลดโทษลงแล้วโดยการได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือโดยเหตุอื่น
-ต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรก หมายความว่า ต้องโทษเพราะถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี โดยมิได้ถูกศาลพิพากษาให้เพิ่มโทษฐานกระทำความผิดอีก
 |
|
|