ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : วาจามีความสำคัญที่สุด



(D)
พระพุทธศาสนาประกาศความยิ่งใหญ่ของวาจา
ไว้ในพระพุทธศาสนสุภาษิตหลายที่หลายแห่ง เช่น

“ควรเปล่งวาจางาม”
“ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ”
“ไม่ควรเปล่งวาจาชั่วเลย” และ
“คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน” เป็นต้น

ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง ความยิ่งใหญ่ของวาจาแม้เพียงเท่าที่นำมาในที่นี้ ก็น่าจะพยายามเห็นความสำคัญอย่างยิ่งของวาจา ที่ตลอดมายากจะมีผู้ให้ความสนใจกับวาจา คือกับคำพูดทั้งของตนเอง และของใครทั้งหลายอื่น

ที่ว่าไม่ให้ความสนใจกับวาจาทั้งของตนเองและของใครอื่นทั้งปวง ก็มิได้หมายความว่าไม่มีความสนใจ ไม่เชื่อถือวาจาใดทั้งสิ้น ไม่ ได้หมายความเช่นนั้น ที่ว่ายากจะมีผู้ให้ความในใจกับวาจาของตนเอง หรือวาจาของผู้ใดอื่นทั้งสิ้นนั้นมุ่งหมายเตือนให้เข้าใจวาจาแต่ละประโยคแต่ ละข้อคำที่ดังเข้าหูเข้าหัวใจเรา

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 16:38 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 16:38 น.] #1181715 (1/10)


(D)
อย่าสักแต่ว่าได้ยิน แล้วก็ไม่พินิจพิจารณาเลยว่า วาจาที่ออกจากปากมนุษย์ด้วยกันกับเรา แม้จะต่างชาติชั้นวรรณะ มีความสูงต่ำร่ำรวยยากจนแตกต่างกัน และแน่นอนมีความดีความไม่ดีแห่งจิตใจที่ต้องแตกต่างกันแน่นอนด้วย เราผู้ได้ยินได้ฟังอาจจะมีจิตใจดีกว่าคนนั้นบ้าง เลวกว่าคนโน้นบ้างนี้เป็นธรรมดา ธรรมดาที่ยากจะหาผู้อาจหยั่งรู้ให้ถูกต้องได้ ถึงความเป็นจริงของทุกจิตใจ

แม้จะรู้ไม่ได้ ว่าใจใครเป็นอย่างไร แต่ก็รู้ได้แน่นอน ว่าแม้ความริษยามีในใจใครใดมาก ใจใครนั้นก็จะมีโทษมาก ให้โทษร้ายแรงมากทั้งแก่ตนเอง และทั้งแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย

ทีสำคัญควรเข้าใจความจริงประการหนึ่งว่า ความริษยานั้นจะเกิดได้ด้วยความรู้สึกไม่ดีต่อผู้ใดผู้หนึ่ง ไม่ใช่ความเกลียด แต่เป็นความรู้สึกว่าผู้ใดผู้หนึ่งนั้นมีดีกว่าตน เป็นที่สนใจมากกว่าตน ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญมาก จนน่ากลัวว่าจะเกินหน้าตน

หรือไม่ก็เป็นความรู้สึกทำนองหมั่นไส้ใครคนใดคนหนึ่งนั้น ความรู้สึกทำนองดังกล่าว ที่แท้จริงคือความริษยาที่จะพาให้โลกฉิบหาย มากน้อยหนักเบาเพียงไรขึ้นอยู่กับความแรงความอ่อนของความรู้สึกริษยา ที่ก็คือความอิจฉาที่รุนแรงนั่นเอง

บางคนไม่ใช่ผู้มีความริษยา ที่จะเป็นเหตุแห่งความฉิบหาย แต่อาจเป็นผู้ร่วมมือกับผู้มีความริษยา คือ ทั้งที่ความริษยาไม่ได้เกิดในใจตน แต่หลงร่วมก่อทุกข์โทษภัยกับผู้มีความริษยาได้ ด้วยการได้ยินได้ฟังวาจาของผู้มีความริษยา ที่กล่าวร้ายผู้ถูกริษยานานาประการ แล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริง

พลอยเห็นด้วยกับความไม่ดีไม่งามของผู้ถูกริษยา เห็นสมควรที่จะมีส่วนช่วยให้เป็นที่ปรากฏความไม่ดีแก่โลก เพื่อช่วยคนทั้งหลายในโลกให้ห่างไกลจากความไม่ดีของคนคนหนึ่งนั้น แม้คนคนหนึ่งนั้นมีความไม่ดีจริง ย่อมไม่ถูกริษยา ย่อมไม่มีผู้ริษยา ที่จะมุ่งให้โลกรู้เพื่อเข้าร่วมในการกีดกัน ในการทำลาย ไม่ให้คนคนนั้นอยู่อย่างได้ดีมีความสงบสุข

ดังนั้นควรมีสติใช้ความพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าตกเป็นผู้ร่วมมือกับผู้หนึ่งผู้ใด ที่มีใจริษยา ปรารถนาสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ที่มีฐานะน่าริษยาอย่างยิ่ง ในความรู้สึกของผู้ที่ความริษยาเกิด และเกิดอย่างรุนแรง

พอจะนำให้คิดให้พูด ให้ทำผู้ที่ถูกริษยาให้กลายเป็นคนไม่ดี ไม่เป็นที่ควรเชื่อถือของคนดีมีชื่อเสียงเกียรติยศ ที่จะสามารถทำลายผู้ที่เป็นคนดี ให้กลายเป็นคนไม่ดีในสายตาของผู้ได้ยินได้ฟังคำบอกเล่าของผู้ริษยา

อาจจะโดยตรงจากวาจาของผู้ริษยานั้น หรืออาจจะมีการฟังต่อๆ กันมา ด้วยความเชื่อ โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย ว่าเป็นความจริง หรือเป็นความไม่จริงเพียงไร ผลร้ายที่จะเปิดตามความเชื่ออย่างไม่เคลือบแคลงสงสัยเช่นนี้ แม้ผิด ก็จะเกิดโทษ มากน้อยหนักเบาเพียงใดก็ได้ แล้วแต่กรณี

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 16:38 น.] #1181717 (2/10)
ที่มา
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15214

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 18:03 น.] #1181770 (3/10)
สวัสดีครับ ท่านสิทธิโชติ กลับมาจากภาระกิจแล้วหรือครับ ... ขอบคุณมากครับ สำหรับพระธรรมโอวาทของสมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบัน ... อ่านแล้วให้สติสอนใจ ครับ ... สาธุ สาธุ

โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 19:14 น.] #1181812 (4/10)

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 22:09 น.] #1182072 (5/10)

โดยคุณ กตเวท (151)  [พ. 09 มิ.ย. 2553 - 22:10 น.] #1182078 (6/10)

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [พฤ. 10 มิ.ย. 2553 - 06:41 น.] #1182275 (7/10)

โดยคุณ wunchaicoth (8.1K)  [พฤ. 10 มิ.ย. 2553 - 08:36 น.] #1182315 (8/10)

โดยคุณ บ-ธนา (8.1K)  [พฤ. 10 มิ.ย. 2553 - 10:34 น.] #1182441 (9/10)

โดยคุณ aragon_ttt (5K)  [พฤ. 10 มิ.ย. 2553 - 18:21 น.] #1182768 (10/10)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1