ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ข่าวดี ... เอาเยี่ยงแต่อย่าเอาอย่าง นะครับ



(D)
อ่านข่าวจากหน้า web ข่าวสดออนไลน์ ดังที่นำมาเรียนให้ทราบข้างล่าง แล้วภูมิใจในเกียรติภูมิของความเป็นคนไทยมาก ... แต่ขอวิงวอนพระสงฆ์ลาวที่เข้ามาศึกษาธรรมะในไทยว่า จงเอาเยี่ยงพระสงฆ์ที่ดีทุกรูปทุกองค์ แต่อย่าเอาอย่างบางรูปบางองค์ที่ไม่ดี ด้วยการแอบเล่นการพนัน แอบเสพยาเสพติด และหรือมั่วสีกา นะครับพระคุณเจ้า ที่เคารพนับถือ

........................................................................

จำนวนคนอ่านล่าสุด 128 คน วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7141 ข่าวสดรายวัน


สปป.ลาวส่งพระเรียนในไทย



นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้มีมติเห็นชอบให้พระพรหมโมลี กรรมการมส. เดินทางไปหารือความร่วมมือส่งเสริมการศึกษาพระสงฆ์ กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เนื่องจากทางสปป.ลาวเห็นว่า การศึกษาสงฆ์ในประเทศไทยมีการดำเนินการที่เป็นระบบและมีคุณภาพ โดยมีทั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) รวมทั้งรัฐบาลลาวจะส่งเสริมให้พระสงฆ์มาศึกษายังประเทศไทยให้เป็นระบบมากขึ้น ปัจจุบันพระสงฆ์นานาชาติที่เข้ามาศึกษาในประเทศไทย มีอยู่ประมาณ 300-400 รูป กระจายอยู่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมหาเถรสมาคมได้แจ้งให้วัดที่มีความพร้อมให้การสนับสนุนการศึกษาของพระสงฆ์ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ เมื่อตนกลับจากการหารือแนวทางการส่งเสริมการศึกษาของพระสงฆ์สปป.ลาวแล้ว สำนักพุทธฯ จะดำเนินการร่างบันทึกลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และสปป.ลาว โดยจะให้ทางสปป.ลาวเดินทางมาลงนามยังประเทศไทย

"ที่ผ่านมาพระสงฆ์ลาวเข้ามาศึกษาในประเทศไทยกันเอง โดยไม่ได้ผ่านรัฐบาล ส่งผลให้รัฐบาลลาวไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด ในขณะเดียวกันเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะได้ติดตามได้ง่าย ซึ่งถือเป็นประเทศแรกที่จะมีการลงนามด้านการศึกษาสงฆ์อย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมาทางประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนการศึกษาสงฆ์นานาชาติอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูฏาน บังกลาเทศ ศรีลังกา พม่า อินโดนีเซีย แต่ไม่ได้มีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ซึ่งในอนาคต สำนักพุทธฯ จะมีการทยอยลงนามความร่วมมือการศึกษาสงฆ์นานาชาติเพิ่มขึ้น"นายอำนาจกล่าว

........................................................................

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 06:59 น.]



โดยคุณ กตเวท (151)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 07:08 น.] #1190945 (1/11)


(D)
โอมมมม มะลุกกุ๊กกุ๋ย

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 07:57 น.] #1190966 (2/11)


(D)


สวัสดียามเช้า ๆ ครับอาจารย์ป๋า สุขสบายดีนะครับ ดูแลสุขภาพบ้างนะครับ เป็นห่วงครับ ....ถูกต้องแล้วครับ ... ปัญหาที่เกิดขึ้นจะบรรเทาเบาลงไปครับผม ตอนนี้ปัญหาเรื่องการเข้ามาศึกษาของพระภิกษุสามเณรชาวต่างประเทศมีปัญหามากครับ พวกผมในฐานคณะทำงานจะได้ไม่ต้องมาทำเรื่องในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องครับ

โดยคุณ Lerm_kawilo (621)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 08:07 น.] #1190970 (3/11)
สวัสดียามเช้า ๆ ครับ

โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 08:19 น.] #1190983 (4/11)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 08:42 น.] #1190999 (5/11)
สวัสดียามสายครับท่านอาวิบูลย์และเพื่อนทุกๆท่าน ครับ
เรื่องพุทธศาสนาต้องท่านพี่สุบิน คงต้องเหนื่อยอีกน่ะครับ

โดยคุณ gotton (1.1K)(1)   [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 09:08 น.] #1191028 (6/11)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 09:19 น.] #1191043 (7/11)
ขอบคุณ ท่านกตเวท ... ท่านพี่สุบิน ... ท่านพี่เหริม ... ท่านJOMPOL10 ... ท่านสิทธิโชติ ครับ .....

เพิ่งทราบว่า ท่านพี่สุบิน / คนสุพรรณฯ มีหน้าที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณีเช่นนี้ กราบขออภัย ที่นำมะพร้าวห้าวมาขายสวน ครับผม .... ขออนุญาตเล่าอะไรให้ฟังเล่นๆนะครับ หลายปีก่อน ตอนที่ผมยังเป็นวิทยากร อาสาสมัคร ให้องค์กรหนึ่งนั้น มีหลายครั้ง ที่ผมต้องบรรยายแทนอาจารย์ที่จะต้องทำหน้าที่โดยตรงให้แก่ผู้รับการอบรม พูดง่ายๆก็คือ เป็นมวยแทนในบางโอกาส ถึงเรื่อง มีคนบางกลุ่ม บางคณะ ได้รับการสนับสนุนทางปัจจัย จาก ขบวนการคนนอกศาสนาพุทธ (เรื่องนี้หน่วยงานหนึ่งของราชการ กำลังติดตามพฤติกรรมในทางลับอยู่ครับ) ให้พยายาม ทำลายชื่อเสียง และความศรัทธา-เชื่อถือ ในพระพุทธศาสนาของเรา ด้วยการเข้าไปตีสนิทและ มอมเมา พระ-เณร ให้เสพยาบ้า ... เล่นการพนัน แล้วไปแจ้งตำรวจให้จับ ฯลฯ แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น คือให้สีกาเข้าไปทำลาย พระอาจารย์ดังๆ หรือพระภิกษุสงฆ์ ระดับสูงหน่อย เช่น รองเจ้าอาวาส หรือ เจ้าอาวาส ให้มัวหมองครับ .... เมื่อ 3-4 ปี ก่อนนี้ เรื่องทำลายบั่นทอนพระพุทธศาสนาเช่นนี้ มีบ่อยมากๆ เป็นข่าวหน้าหนึ่งของ นสพ.กันมากทีเดียว แต่พักนี้ จางลงแล้วครับ ....ขอให้ ทุกท่านอย่าไปปักใจกล่าวโทษ พระสงฆ์เจ้าท่านฝ่ายเดียวนะครับ ... มันมีขบวนการ ที่จะทำลายพระพุทธศาสนาของเราจริงๆครับ .... (ผมได้ยินมาน้อย ก็พูดได้เท่านี้แหละครับ)

โดยคุณ inta156 (57K)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 09:29 น.] #1191055 (8/11)


(D)
พระแท้ไหมครับ...ท่านพี่สุบิน ...

โดยคุณ จ๊าริมน้ำ (28.4K)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 10:26 น.] #1191126 (9/11)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 10:57 น.] #1191182 (10/11)
ความเสื่อมสิ้นแห่งพระพุทธศาสนา

ความเสื่อมสิ้นแห่งพระศาสนา ๕ ประการ ได้แก่ (สารสังคหะ อ้างในสังคีติยวงศ์ น.๕๔๕-๖)

๑. อธิคมอันตรธาน ความเสื่อมสิ้นแห่งมรรคผลนิพพาน ความเสื่อมสิ้นแห่งมรรคผลนิพพานนั้น
หมายความว่า เมื่อไม่มีพระอรหันต์เรื่อยมาจนถึงไม่มีพระโสดาบันเมื่อใด เมื่อนั้น ก็ชื่อว่าเป็นความ
เสื่อมสิ้นแห่งอธิคมคือมรรคผลนิพพาน

๒. ปฏิปัตติอันตรธาน ความเสื่อมสิ้นแห่งการปฏิบัติ
ความเสื่อมสิ้นแห่งการปฏิบัตินั้น ในเบื้องต้นก็เสื่อมสิ้นการปฏิบัติเพื่อฌานวิปัสสนามรรคผลก่อน
คือว่าบุคคลผู้ปฏิบัติไม่ได้มุ่งฌาณ ไม่ได้มุ่งวิปัสสนา ไม่ได้มุ่งผล เมื่อการปฏิบัติในด้านนี้เสื่อมลง
ไปแล้วก็เหลือแต่การปฏิบัติพระวินัย ในการปฏิบัติพระวินัยนั้นข้อเล็ก ๆ ก็เสื่อมไปก่อน คือไม่ใส่ใจ
ในข้อปฏิบัติพระวินัยที่เป็นส่วนเล็กน้อย ก็ขาดวิ่นเรื่อยไปจนถึงเหลือแต่ปาราชิก ๔ แปลว่า
รักษาศีล ๔ คือ รักษาการเว้นปาราชิก ๔ ข้อไว้ จนเมื่อไม่รักษาสิกขาบททั้ง ๔ ข้อนี้ไว้เมื่อใด
ด้วยกันทั้งหมด เมื่อนั้นก็เป็นอันว่าถึงความเสื่อมสิ้นของการปฏิบัติ

๓. ปริยัติอันตรธาน ความเสื่อมสิ้นของปริยัติ
คือการเป็นพระศาสนา เมื่อยังมีการเรียนพระศาสนา ยังมีการทรงจำอยู่มากบ้างน้อยบ้าง
ก็ยังไม่เสื่อมสิ้น จนเมื่อใดไม่มีใครทรงจำพระพุทธศาสนาไว้ได้ ก็เรียกว่าเป็นปริยัติอันตรธาน

๔. ลิงคอันตรธาน ความเสื่อมสิ้นแห่งเพศ
คือเมื่อยังทรงเพศอยู่ เพศก็ยังไม่เสื่อมสิ้น เมื่อใดเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเครื่องหมายที่เป็น
เพศบรรพชิตไว้เลย เมื่อนั้นก็ชื่อว่าเป็น ลิงคอันตรธาน

๕. ธาตุอันตรธาน ความเสื่อมสิ้นแห่งธาตุ
หมายความว่าความเสื่อมสิ้นพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งท่านพยากรณ์ว่าในอนาคตข้างหน้าโอกาสหนึ่ง
พระบรมสารีริกธาตุก็จะเสื่อมสิ้นไป

นี่เป็นเค้าของเรื่องศาสนาอันตรธาน ความเสื่อมสิ้นแห่งพระศาสนาที่มีแต่งกันเป็นหลักฐานในลังกา
แต่ในชั้นบาลีก็มีพบเท่าที่อ้างมาข้างต้น ซึ่งท่านอธิบายว่า ที่ตรัสว่าพรหมจรรย์หรือว่าสัทธรรมจะตั้งอยู่พันปีนั้น
ก็หมายถึงว่าจะมีพระอรหันต์ที่เป็นผู้บรรลุปฏิสัมภิทาคือความแตกฉานในปฏิสัมภิทาอยู่ตลอดพันปี
ส่วน ๕๐๐ ปีนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติครุธรรมป้องกันไว้จึงไม่เป็นไปดั่งนั้น.


ที่มา : ๔๕ พรรษาของพระพุทธเจ้า
พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วัดบวรนิเวศน์วิหาร

โดยคุณ Ronado (10.2K)  [ศ. 18 มิ.ย. 2553 - 22:59 น.] #1191848 (11/11)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1