 (D)

เหมือนเดิมครับ ทั้งเนื้อข่าว และรูปภาพ ลอกมาจาก นสพ.ข่าวสดออนไลน์ วันนี้ นำมาเสนอให้ระมัดระวังกันไว้มากๆหน่อยครับ .... ขอขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์ ครับ.... เชิญอ่านครับ
จำนวนคนอ่านล่าสุด 660 คน วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7182 ข่าวสดรายวัน
"แค่5นาทีก็หายได้" จับลักรถแก๊งใหญ่ โจรกรรมทั่วปท.ส่งขายใต้
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว ธนพัฒน์ เจียรสถิต สมศักดิ์ กิจการนันทศรี เรื่อง/ภาพ
"คนร้ายเป็นแก๊งโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ ตระเวนลักรถมาแล้วมากมายทั่วประเทศส่งไปขายทางภาคใต้ เราติดตามพฤติกรรมมานานแล้ว รอจนสายรายงานเข้ามาว่าแก๊งนี้กำลังก่อเหตุในพื้นที่ จึงให้สายสืบวางแผนจับ กุมตัว ตอนนี้กำลังขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เหลือ ใครสงสัยตกเป็นเหยื่อขอให้มาติดต่อดูตัวคนร้ายได้"
คือ คำกล่าวทิ้งท้ายของ พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ภาค 2 ภายหลังพิชิตคดีรวบคนร้ายแก๊งลักรถรายใหญ่ได้สำเร็จ ได้ตัวผู้ต้องหาถึง 6 ราย
มีทั้งหัวหน้าแก๊งและลูกสมุนที่ร่วมลงมือก่อเหตุ
พฤติการณ์แก๊งโจรกรรมรายนี้จะตระเวนลักรถไปทั่ว เมื่อได้รถมาก็จะส่งต่อไปแยกชิ้นส่วนชำแหละขายยังภาคใต้ในราคาคันละไม่ถึงแสน ส่วนใหญ่เลือกรถกระบะเพราะขโมยง่ายขายคล่อง ใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาทีก็ได้รถไป
แก๊งนี้อาละวาดมานานแล้วแต่สุดท้ายก็จนมุมตำรวจแปดริ้วจนได้
โดนรวบทั้งหัวหน้าแก๊งและลูกสมุน!?!
ย้อนไปดูเบื้องหลังการจับกุมเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. วันนั้นตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.ฉะเชิงเทรา ชุดสืบสวนสภ.แสนภูดาษ และตำรวจภ.จว.สมุทรสาคร ร่วมกันจับกุม นายประภรณ์ หรือ "เจี๊ยบ" ปู่เปี่ยมช้าง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/9 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายติ ปิ่นทอง อายุ 61 ปี อยู่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 9 ต.คลองอุดมชลจร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นายคมสันต์ เรืองรักษา อายุ 29 ปี และ น.ส.มิ่งขวัญ เรืองรักษา อายุ 25 ปี สองพี่น้อง อยู่บ้านเลขที่ 34/42 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม.
ทั้งหมดนี้เป็นคนร้ายแก๊งโจรกรรมรถ
พร้อมยึดของกลางเป็นแม่แรง 26 ตัว รถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ถล 1338 กทม. อะไหล่รถยนต์อีกกว่า 100 รายการ และบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนหลายแสนจึงยึดเป็นหลักฐาน
เบื้องหลังการจับกุม เกิดจากการที่นายประภรณ์เข้าไปลักรถกระบะอีซูซุ ทะ เบียน ถล 1338 ซึ่งจอดอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และเตรียมนำส่งให้เครือข่ายในพื้นที่จ.สมุทรสาคร แต่ถูกสายตำรวจแจ้งเบาะแสเข้าจับกุมเสียก่อน
หลังจากนั้นตำรวจจึงขยายผลไปถึงพวกที่เหลือจนถูกจับไปตามๆ กัน
กล่าวถึงวิธีโจรกรรมรถ นายประภรณ์สารภาพว่า ร่วมมือกับนายต๋อง หรือ "ปู" ปิ่นทอง อายุ 29 ปี บ้านเดิมเลขที่ 63/9 ถ.ภาษีเจริญ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถคันนี้และทำกันมานานแล้ว ซึ่งรถแต่ละคันใช้เวลาลงมือประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ที่ผ่านมาโจรกรรมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มาไม่ต่ำกว่า 30 คัน เมื่อได้รถมาจะขับไปยังห้องของ นายติ ซึ่งเป็น พ่อนายต๋อง เพื่อเปลี่ยนทะเบียนและถอดอุปกรณ์ที่เจ้าของอาจจำได้ ก่อนนำรถไปส่งมอบให้นายต๋องกับนายแสงพร้าว สมาพวก อายุ 39 ปี บ้านอยู่ อ.หาด ใหญ่ จ.สงขลา เพื่อนร่วมแก๊งอีกคน เพื่อนำไปจำหน่ายที่ภาคใต้ ในราคาคันละ 70,000 - 80,000 บาท โดยมี น.ส.มิ่งขวัญ จ่ายเงินค่าเหนื่อยให้ครั้งละประมาณ 1 หมื่นบาท
ตำรวจจึงวางแผนจับ!!
คดีนี้เป็นคดีใหญ่คนร้ายมีเครือข่ายโยงใยกว้างขวาง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. (รักษาราชการผบช.ภ.2) มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุวิระ พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผบก. ภ.จว.ฉะเชิง เทรา พ.ต.อ.วินัย จิตต์ปรุง รองผบก. จัดทีมตามล่าโดยมี พ.ต.อ.ธนู วงมณี ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท. วิฑูลย์ ขุนบุญจันทร์ สวญ.สภ.แสนภูดาษ เป็นชุดทำงาน
ตำรวจใช้เวลาสืบไม่นานก็รู้ว่านาย
ต๋องกับนายแสงพร้าว หนีไปกบดานอยู่ที่
อู่ซ่อมรถและรับปะยางแห่งหนึ่งในต.จอหอ กลางเมืองโคราช เย็นวันที่ 22 ก.ค. พ.ต.อ. ธนู พ.ต.ท.ณรงฤทธิ์ เพ็ชรศักดิ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท. ิพิมล ระวัง สว.สส. จึงนำกำลังจับกุมไว้ได้
นายต๋องให้การรับสารภาพว่า โจร กรรมรถยนต์ในพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออก เขตปริมณฑลและกรุงเทพฯ จากนั้นจะนำไปขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามใบสั่งซื้อของเอเยนต์รายใหญ่ในภาคใต้ รถแต่ละคันใช้เวลาลงมือไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้นก็จะได้รถแล้ว ทำมานับร้อยคัน
ตำรวจตรวจสอบประวัตินายต๋อง พบว่าหมอนี่เริ่มประกอบอาชีพโจรกรรมรถยนต์เมื่อ 3-4 ปีก่อน โจรกรรมรถครั้งแรกที่จ.สงขลา บ้านเกิด แล้วนำไปชำ แหละขายตามอู่ซ่อมรถในจังหวัดเดียว กันจนถูกจับกุมขึ้นศาล และหลบหนีประกันในระหว่างขึ้นศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งระหว่างประกันตัวสู้คดีนายต๋องยังคงลงมือโจรกรรมรถยนต์ต่อเนื่อง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเป็นค่าทนายความและค่าดำเนินการในชั้นศาล โดยโจรกรรมรถยนต์ในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐมหลายคัน กระ ทั่งถูกจับกุม และในระหว่างประกันตัวที่ศาลจังหวัดนครปฐม ก็ได้หลบหนีอีกครั้งและออกตระเวนโจรกรรมรถยนต์ในเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สมุทร ปราการ ปทุมธานี กรุงเทพฯ ล่าสุดมาถูกจับกุมตัวได้ยกแก๊งในครั้งนี้
นายต๋องมีหมายจับของสถานีตำรวจต่างๆ อีกถึง 28 คดี!!?
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายต๋องไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดโจรกรรมรถในท้องที่สภ.แสนภูดาษ พร้อมทั้งให้ผู้ต้องหาสาธิตวิธีการโจรกรรมรถยนต์ ซึ่งคนร้ายลงมือได้อย่างรวดเร็ว จึงแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการถูกจับ หรือรับของโจร ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี
นอกจากนี้ ตำรวจเมืองแปดริ้วยังประสานไปยังตำรวจสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 30/11 หมู่ 1 ต.คลองแห อ.หาด ใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2ชั้นตามคำให้การของนายต๋องว่า ที่นั่นเป็นโกดังเก็บชิ้นส่วนรถที่ถูกโจร กรรม พอไปถึงก็ต้องตะลึงเมื่อพบชิ้นส่วนรถยนต์โดยเฉพาะยี่ห้ออีซูซุ โตโยต้า รุ่นวีโก้ และเชฟโรเลต ถูกชำแหละกองไว้ไม่ต่ำกว่า 10 คัน ป้ายทะเบียนรถอีก 20 แผ่น จึงยึดเป็นของกลาง
เจ้าหน้าที่จะได้ประสานหาผู้เสียหายต่อไป
ส่วนคนร้ายก็ก้มหน้าเข้าคุก!?!
- จบข่าวที่ลอกมาเสนอครับ - |