ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ...... ผ่าธุรกิจพระเครื่องเมืองไทยมูลค่าสองหมื่นล้านบาท

(D)
ผ่าธุรกิจพระเครื่องเมืองไทยมูลค่าสองหมื่นล้านบาท

ข้อมูลหลักก็ต้องให้เครดิตกับศูนย์วิจัยกสิกรไทยซึ่งต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ เพราะปกติวงการพระเครื่องออกดูเหมือนอยู่ “นอกวงธุรกิจ” ที่สำนักวิจัยใหญ่ ๆ มักมองข้ามไป แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสามารถรายงานออกมาได้ชัดเจนเป็นระบบก็ต้องขอปรบมือให้.........

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพระเครื่องแยกเป็นดังนี้
1.ธุรกิจการสร้างพระ
ในกระบวนการสร้างพระเครื่องนั้นต้นทุนการผลิตแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัสดุมวลสาร ปริมาณการสร้างแต่ละครั้ง วิธีการสร้าง ขนาดของพระเครื่องที่จะสร้าง การประกอบพิธีพุทธาภิเษก และการโฆษณาประชาสัมพันธ์การสร้างพระเครื่องในแต่ละรุ่น กล่าวคือ การสร้างพระเครื่องนั้นจะแยกเป็นเนื้อผง และเนื้อโลหะ โดยแยกรายละเอียดของต้นทุนการสร้างพระโดยสังเขป ดังนี้

- การสร้างพระเครื่องเนื้อผง
ค่าแกะบล็อคแม่พิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังสำหรับเป็นแบบพิมพ์ กด หรือปั๊มพระเครื่องประมาณ 4,000 บาท อัตรานี้ขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างด้วย โดยถ้าเป็นช่างฝีมือดีมีชื่อเสียง ราคาค่าแกะบล๊อกจะสูงขึ้นเป็น 5,000 - 6,000 บาท บางรายถึงหลักหมื่น บวกกับค่าเนื้อพระรวมทั้งค่าจ้างแรงงานสำหรับพระเครื่องทุกขนาด 3 บาท - 7 บาทต่อองค์ ซึ่งอัตราต้นทุนที่กล่าวมานี้เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ถ้าใช้เนื้อวัสดุ หรือมวลสารที่หายากหรือเป็นที่นิยมราคาที่ให้บูชาก็จะสูงขึ้นอีก หรือมีการทำพิมพ์พิเศษ เช่น ฝังตะกรุด โรยผงตะใบ ปิดทอง ก็จะมีสนนราคาเพิ่มขึ้น

-การสร้างพระเครื่องเนื้อโลหะ
ต้นทุนค่าบล๊อกประมาณ 5,000 - 7,000 บาททั้งนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือการแกะบล๊อกของช่างเช่นเดียวกับพระเนื้อผง ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆขึ้นอยู่กับเทคนิคการสร้างกล่าวคือ ถ้าเป็นการสร้างแบบปั๊มสำหรับเนื้อทองแดงขนาดใบมะขามต้นทุนประมาณ 2 - 3 บาทต่อองค์ เนื้อนวะโลหะ (โลหะธาตุ 9 ชนิด อาทิ ทองแดง เงินและทองคำ) ต้นทุนประมาณ 10 – 20 บาทต่อองค์ เนื้อเงินต้นทุนประมาณ 90 – 120 บาทต่อองค์ ส่วนเนื้อทองคำนั้นแล้วแต่น้ำหนักของพระเครื่อง ทั้งนี้ต้นทุนจะเปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนส่วนต่างๆ โดยเฉพาะประเภทของเนื้อโลหะที่ใช้และลักษณะการสร้าง

การสร้างแบบเหรียญ ต้นทุนค่าบล็อคจะเท่าๆกับการสร้างแบบพระเนื้อผง ซึ่งต้นทุนเฉลี่ยต่อเหรียญสำหรับเนื้อทองแดงประมาณ 3 - 5 บาท การสร้างแบบหล่อ ถ้าใช้เทคนิคการหล่อแบบเก่าหรือที่เรียกกันว่าเทมือหล่อโบราณ หรือแบบเบ้าทุบนั้นราคาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเป็นการหล่อแบบใด
พระเครื่ององค์เดียวหรือที่เรียกว่าช่อเดี่ยว และการหล่อแบบได้พระเครื่องหลายองค์ต่อการเทแบบแต่ละครั้ง ต้นทุนจะตกประมาณ 700 - 800 บาทต่อองค์ ส่วนถ้ามีการใช้เทคนิคการหล่อแบบสมัยใหม่หรือที่เรียกกันว่าหล่อเหวี่ยงหรือแบบฉีด ต้นทุนสำหรับพระกริ่งตกประมาณ 200 บาทต่อองค์สำหรับเนื้อโลหะทั่วๆไป


จะสังเกตเห็นได้ว่าต้นทุนในการสร้างพระนั้นไม่ได้สูง แต่เมื่อเทียบกับราคาพระเครื่องในท้องตลาดแล้วแตกต่างกันอย่างมากกล่าวคือ พระเครื่องเนื้อทองแดงสำหรับปรกใบมะขามราคาสูงถึง 20-30 บาทต่อองค์ เนื้อนวโลหะราคาสูงกว่า 100 บาทต่อองค์ เนื้อเงิน 300 - 500 บาทต่อองค์ เนื้อทองคำราคา 4,000 – 8,000 บาทต่อองค์ (เนื้อทองคำประมาณ 2 – 4 กรัมต่อองค์ ซึ่งคิดราคาทองที่บาทละ 9,500 บาท โดยทองคำ 1 บาท น้ำหนัก 15.2 กรัม) พระเครื่องที่เป็นเหรียญราคา 50 บาทขึ้นไป พระเครื่องเนื้อโลหะที่หล่อแบบโบราณราคา 2,000-3,000 บาทขึ้นไป
ส่วนพระเครื่องเนื้อโลหะที่หล่อแบบเทคนิคใหม่ราคา 1,500 -2,000 บาทขึ้นไป ซึ่งราคาดังกล่าวนี้เป็นราคาทั่วๆไป ยังไม่ได้รวมในกรณีที่พระเครื่องรุ่นนั้นเกิดเป็นที่นิยมราคาจะพุ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้นธุรกิจรับสร้างพระนั้นนับว่าเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรหลายเท่าตัวอย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของธุรกิจสร้างพระนั้นต้นทุนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนค่าสร้างพระเท่านั้น ค่าใช้จ่ายส่วนที่สำคัญคือ

- ค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีพุทธาภิเษก
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบพิธีที่จัด กล่าวคือ ถ้าเป็นพิธีโบราณเต็มรูปแบบนั้นต้องมีพระระดับเกจิอาจารย์เจ้าของพระเครื่องชุดนั้น 1 รูป พระเกจิอาจารย์นั่งปรก 4 ทิศ พระระดับทั่วไปอีก 32 รูป และพระสำหรับสวดชัยมงคลคาถาอีก 108 รูป ซึ่งค่านิมนต์พระระดับเกจิอาจารย์นั้นสูงถึงประมาณ 5,000 - 20,000 บาทต่อรูป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางและชื่อเสียงของพระเกจิอาจารย์นั้นๆ และค่านิมนต์พระทั่วๆไปประมาณ 1,000 บาทต่อรูป นอกจากนี้ยังต้องมีค่าเครื่องบวงสรวงประเภทบายศรี หัวหมู ขนมต้มแดงต้มขาว ผลไม้และอื่นๆ ตกประมาณ 10,000 บาท และค่าใช้จ่ายสำหรับพราหมณ์ในการประกอบพิธี

การสร้างพระในปัจจุบันไม่ค่อยมีการทำพิธีเต็มรูปแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นการประกอบพิธีแบบจัดสร้างโดยปลุกเสกเดี่ยว กล่าวคือ มีพระเกจิอาจารย์เพียงรูปเดียว และพระทั่วๆไปอีกเท่าใดก็ได้แต่ต้องเป็นจำนวนคี่ ทำให้ค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้เหลือเพียง 1 ใน 10 เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการทำพิธีแบบโบราณ อย่างไรก็ตาม วิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สำหรับผู้สร้างพระที่สร้างจำนวนไม่มากนัก คือ การขอนำพระเข้าพิธีพุทธาภิเษกร่วมกับผู้สร้างรายอื่นๆ ซึ่งทางวัดจะคิดค่าใช้จ่ายตามน้ำหนัก โดยส่วนใหญ่จะตกประมาณกิโลกรัมละ 500 บาท แต่วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก

- ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้นับเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่หรือกว่าครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งโดยปกติในการสร้างพระเครื่องแต่ละครั้งจะมีการตั้งงบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้ประมาณ 300,000 - 400,000 บาท โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีวิธีการจ่ายใน 2 รูปแบบด้วยกัน คือ จ่ายเป็นเงิน หรือจ่ายเป็นพระเครื่อง ซึ่งในกรณีที่จ่ายเป็นพระเครื่องนั้นจะมีการคิดราคาพระเครื่องครึ่งราคาของราคาที่ให้เช่า

แต่บางรายก็กล้าทุ่มกันเป็นล้าน หรือหลาย ๆ ล้าน ทำโบร์ชัวร์สี่สีสวยสดงดงาม ลงแอดโฆษณาในนิตยสารพระเครื่อง นสพ.รายวัน ยิงสปอตวิทยุทีวี เว็บไซต์ก็มีให้เห็นเหมือนกัน เรียกว่ามีการนำหลักการตลาดสมัยใหม่ การสร้างแบนด์ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล




กระบวนการสร้างพระเครื่องนั้นอาจดำเนินการโดยคณะกรรมการวัดเอง หรือคณะกรรมการที่เป็นคนภายนอกวัดที่อาสาเข้ามารับการจัดสร้างพระเครื่อง โดยอาจแบ่งผลประโยชน์ส่วนหนึ่งเป็นค่าดำเนินการ ซึ่งการจัดสร้างพระเครื่องโดยการดำเนินการของคณะกรรมการวัดมักประสบปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องมีการจ่ายล่วงหน้า ส่วนการสร้างพระเครื่องที่ดำเนินการโดยคนนอกนั้นอัตราเสี่ยงของวัดนั้นไม่มี เนื่องจากผู้จัดสร้าง( นักลงทุน ) เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด


ดังนั้นหากการจัดสร้างไม่ประสบผลสำเร็จผู้จัดสร้างจะเป็นผู้แบกรับภาระขาดทุนทั้งหมด โดยมากการแบ่งผลประโยชน์จะอยู่ในอัตราที่ตกลงกัน เช่น วัดร้อยละ 60 และคณะกรรมการที่ดำเนินการจัดสร้าง( นักลงทุน ) ร้อยละ 40 หรือคนละครึ่ง ( วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง ) หรือแบ่งพระเครื่องไปจำหน่ายตามสัดส่วนผลประโยชน์ที่ตกลงกันไว้ แต่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ร่วมกัน



ที่มา "ศรีคณปติ ดอทคอม"

โดยคุณ degdee (1.7K)  [อา. 01 ส.ค. 2553 - 09:48 น.]



โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 01 ส.ค. 2553 - 11:04 น.] #1243926 (1/6)
ยิ่งสื่อต่างๆ โหมลง ความเห็น แง่คิด มากๆขึ้น วันต่อวัน ... ผมคิดว่า อีกหน่อย หน่วยงานของรัฐ คงพิจารณา เก็บภาษีเงินได้ ในการขาย วัตถุมงคล และพระเครื่องพระบูชาแน่ๆ ... สมัยก่อน เขาซื้อ เขาขาย ก็รู้กันอยู่ในหมู่ในกลุ่ม เดี๋ยวนี้ วัฒนาการทางสื่อสารมวลชนก้าวไปไกลมาก ทำอะไรสักอย่างรู้กันหมด ..... เกือบ 10 ปีก่อน โหมข่าว เสี่ย ฮ่องกง มากว้านซื้อพระเครื่องพระบูชาไป หลายสิบล้าน คนแตกตื่่นกันใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้ เหตุการณ์ทำนองนี้ ไม่ค่อยมีข่าว ... ไม่รู้เข้าข่าย ปั่นราคาหรือไม่ ... คนนอกอย่างผม ไม่รู้จริงว่า เขาเล่น เขาทำอะไรกัน ... อย่าว่าแต่มือใหม่เลยครับ มือเก่าขึ้นสนิมก็เถอะ บางทีก็ไม่รู้จริงเหมือนกัน

โดยคุณ parinya_utra (1.1K)  [อา. 01 ส.ค. 2553 - 11:07 น.] #1243929 (2/6)
ดีมากครับข้อมูลที่ได้มา เพราะ ทุกวงการไม่ใช่เฉพาะพระเครื่องอย่างเดียว

ยิ่งสร้างกระแสได่มากเท่าไหร่ ก็จะเป็นผลดี หรือ ผลเสีย ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาผู้ทำ

จะถือว่าเป็นเรื่องปกติ ก็ได้ หรือ ไม่ปกติก็ได้ น่ะครับ

โดยคุณ phoenix (2.9K)(2)   [อา. 01 ส.ค. 2553 - 20:26 น.] #1244449 (3/6)
ข้อมูลน่าจะเก่าเยอะแล้วครับพี่ ตอนนี้ต้นทุนในการสร้างพระน่าจะสูงกว่านี้เยอะมากๆเลยครับ

โดยคุณ phoenix (2.9K)(2)   [อา. 01 ส.ค. 2553 - 20:26 น.] #1244450 (4/6)
ข้อมูลน่าจะเก่าเยอะแล้วครับพี่ ตอนนี้ต้นทุนในการสร้างพระน่าจะสูงกว่านี้เยอะมากๆเลยครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [จ. 02 ส.ค. 2553 - 10:59 น.] #1244944 (5/6)
โดยคุณ phoenix (115.67.123.*) [1 Aug 2010 20:26] #1244449 (3/4)

ข้อมูลน่าจะเก่าเยอะแล้วครับพี่ ตอนนี้ต้นทุนในการสร้างพระน่าจะสูงกว่านี้เยอะมากๆเลยครับ

..................
คิดว่าเมจากเดิมประมาณ 2 เท่าครับพี่....
ทองคำคำนวนที่ 9,700 ปัจจุปันทองคแท่ง 20,000

แต่เหรียญ ประมาณ 3 เท่าครับ(ต้นทุน)


.................................................................................

รู้มากบางทีเช่าแล้วเครียด อย่าเช่าครับ ถ้าศรัทธาก็เช่าไปไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าเช่าเก็งกำไร
ก็เรื่องของใครของมันครับ มันมีมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว แค่ตลอดใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น Demand
มากขึ้น Supply ก้ตามมาหละคร๊าพพพพพ ...


จาก ศาสดาจารย์ดอกเตอร์ pui_l
(การตลาด ป.เอก เกียรตินิยมอันดับ1 สถานบัน MIT สหร๊าด...)

โดยคุณ gotton (1.1K)(1)   [อ. 03 ส.ค. 2553 - 10:35 น.] #1246252 (6/6)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1