 (D)
สวัสดีครับ วันนี้อยู่บ้าน ฝนตก ว่างๆก็เลย นำเรื่องเก่ามาเล่าให้อ่าน
สำหรับใครที่คิดกำลังจะไปค้ำประกันอะไรสักอย่าง โปรดคิดให้ดีนะครับ ผมไปค้ำประกันรถยนต์ ให้น้าชายของกระผมคันหนึ่ง ใจจริงก็ไม่อยากจะทำหรอกครับ แต่เขาอ้างบุญคุณที่ฝากผมเข้าหน่วยงาน ปรึกษากับภรรยา ก็ โอเค ค้ำก็ค้ำ
เค้าก็ผ่อนมาระยะนึง และก็หายไป มารู้อีกที มีหมายศาลมาปิดที่บ้าน และรถยนต์นนจั้นก็ขายนอกระบบไปแล้ว และทำการขึ้นศาล ศาลท่านตัดสินให้จำเลยทั้งสาม มีน้าผม (จำเลยที่ 1) ผม(จำเลยที่2) และเพื่อนน้า(จำเลยที่3) ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงิน 387,050 บาท (ยังโชคดีที่ศาลท่าน ให้จ่ายสุทธิแค่นี้ ไม่มีดอกเบี้ย) ผมไม่มีปัญญาจ่ายหรอกครับ ภาระเยอะ จนเวลาล่วงเลยไป จนวันที่ 3 สิงหาคม 2553 มีไฟแน๊นซ์ และเจ้าพนักงานบังคับคดี มาที่บ้านผม (ติดตามจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ไม่ได้) เพื่อทำการบังคับคดีกับผม ให้ผมจ่าย ถ้าไม่มี ก็จะทำการยึดบ้าน และทรัพย์สินขายทอดตลาด ตอนแรกจะให้ผมจ่ายก่อน 50,000 บาท จะเอาที่ใหนล่ะครับ ตกลงกันได้ในที่สุด ผมจ่าย 5,000 บาท ในวันนั้น และในทุกๆเดือน ให้ผมจ่ายเดือนละ 5,000 บาท จนกว่าจะหมดหนี้ แต่โจทย์ (ไฟแน๊นซ์) ก็แนะนำว่า เนื่องจากผมมีภาระ เลี้ยงลูก ให้จ่ายไปก่อนเดือน สองเดือน แล้วค่อยไปทำเรื่องขอลดการจ่าย ตามกำลังที่ผมใหว ที่บริษัท (เจ้าหน้าที่คนนี้ ติดต่อเรื่องรถคันนี้กับผมมานาน จนค่อนข้างจะสนิทกัน และเขาสงสารผมที่ไม่รู้เรื่อง)
เป็นอันจบครับ ตกลงกันได้ ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ ผม ภรรยาของผม และลูกชายผม ยังมีบ้านอยู่
เอ้อ...อีกอย่าง กระผมขอขอบพระคุณ คุณพี่โพธิ์ทองมากนะครับ สำหรับพระที่มอบให้ น้ำใจประเสริฐมากๆครับ ขอให้คุณพี่มีความสุขมากๆนะครับ
สำหรับใครที่หลงมาอ่านกระทู้ของผม ถ้ากำลังจะค้ำประกันใคร ทบทวนด้วยนะครับ มันจะติดตัวยเราไปนาน ไม่จบง่ายๆ ขอบอก
พระสวย และน้ำใจคน ก็ช่างสวยงามจริงๆนะครับ
 |
|