 (D)
วิธีปฏิบัติในการใส่บาตร
เมื่อนำอาหารใส่บาตรออกจากบ้านไปรอคอยใส่บาตรพระสงฆ์อยู่นั้น ควรตั้งใจว่าจะทำบุญใส่บาตรแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรในพระพุทธศาสนาโดยไม่เฉพาะเจาะจงแก่พระสงฆ์หรือสามเณรรูปใดรูปหนึ่ง ดังนั้นเมื่อพระสงฆ์หรือสามเณรรูปใดเดินผ่านมา ณ ที่นั้น ก็ตั้งใจใส่บาตรพระสงฆ์หรือสามเณรรูปนั้น และรูปอื่นๆ ต่อไปตามลำดับ
การตั้งใจใส่บาตรแบบไม่เฉพาะเจาะจงอย่างนี้ มีผลานิสงฆ์มากกว่าการตั้งใจใส่บาตร โดยเจาะจงแก่พระสงฆ์หรือสามเณร รูปใด รูปหนึ่งโดยเฉพาะ
คำอธิษฐานก่อนใส่บาตร
ปกติก่อนจะใส่บาตรนั้น ต้องตั้งจิตอธิษฐานก่อน โดยถือขันข้าวด้วยมือทั้ง 2 ข้างนั้นกระหย่ง (หมายถึง การนั่งคุกเข่าเอาปลายเท้าตั้งลงที่พื้น ส้นเท้าทั้ง 2 รับก้น) ยกขันข้าวขึ้นเสมอหน้าผากพร้อมกับกล่าวคำอธิษฐานก่อนการทำบุญด้วยสิ่งของต่างๆ ดังนี้
สุทินนัง วาตะ เม ทานัง อาสะวักขะยะวะหัง โหตุ
(คำแปล ทานของเราให้ดีแล้วหนอ ขอจงเป็นเครื่องนำมาซึ่งความหมดสิ้นอาสวะกิเลส)
เมื่ออธิษฐานจบแล้ว ลุกขึ้นยืน ใช้มือจับทัพพี ตักข้าวให้เต็มทัพพี บรรจงใส่ให้ตรงบาตร อย่าให้เม็ดข้าวตกออกมานอกบาตรให้ระมัดระวังหน่อย (ปัจจุบันนิยมใส่บาตรด้วยข้าวสุกที่บรรจุในถุงพลาสติก) กรณีเม็ดข้าวติดทัพพี อย่าเอาทัพพีเคาะกับขอบบาตรอย่างเด็ดขาด กิริยาที่ตักข้าวใส่บาตรนั้น อย่าตักแบบกลัวว่าข้าวจะหมดเร็ว มีภาษิตโบราณว่า อย่าขี้เหนียวขณะทำบุญ
ระหว่างที่ใส่บาตรนั้น อย่าชวนพระท่านพูดคุยด้วย และอย่าถามพระว่า .. ท่านชอบฉันอาหารแบบนี้ไหม ท่านต้องการเพิ่มอีกไหม ทำนองนี้ เพราะมีคำพังเพยอยู่ว่า .. ตักบาตรอย่าถามพระ
เมื่อใส่ข้าวสุกและกับข้าวแล้ว หากมีดอกไม้ธูปเทียนจะถวาย ถ้าเป็นชายนิยมส่งดอกไม้ธูปเทียนถวายกับมือพระ และถ้าเป็นหญิงต้องรอให้พระท่านปิดฝาบาตรก่อน จึงค่อยวางดอกไม้ธูปเทียนถวายบนฝาบาตร
เมื่อใส่บาตรเสร็จแล้ว กรณีมีโต๊ะวางของหรือมีรถยนต์จอดอยู่ให้วางขันข้าวไว้ที่โต๊ะหรือบนรถยนต์ที่จอดอยู่ ยืนตรงน้อมตัวลงยกมือไหว้พระสงฆ์ กรณียืนใส่บาตรกลางทาง ควรนั่งกระหย่งแล้ววางขันไว้ข้างตัว ยกมือไหว้พระสงฆ์พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่า
นัตติ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง เอเตนะ สัจจุวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทาฯ
(คำแปล สรณะอย่างอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสรณะ อันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยสัจจะนี้ขอความเจริญรุ่งเรือง จงมีแก่ข้าพเจ้า ตลอดกาลเทอญฯ)
หากมีการใส่บาตรพระรูปต่อๆ ไป ก็ให้ปฏิบัติในลักษณะดังที่กล่าวมาทุกครั้งไป จนกว่าจะใส่บาตรเสร็จ
การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
หลังจากการใส่บาตรแล้ว เมื่อกลับถึงบ้าน ควรกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรตลอดจนบรรพบุรุษ และพ่อแม่ (กรณีที่ท่านล่วงลับไปแล้ว) โดยกล่าวคำกรวดน้ำอย่างย่อดังนี้
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
(คำแปล ขอส่วนบุญนี้ จงไปถึงแก่ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลายจงมีความสุขฯ)
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=11398
เพื่อนๆสมาชิก เคยทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ในบวรศาสนา เพื่อเป็นการสืบสานศาสนาพุทธให้ยืนยาวต่อไปมาแล้วทุกท่าน หวังว่าบทความที่ผมลอกมานี้ คงไม่เป็นการ นำมะพร้าวห้าวมาขายสวน นะครับ ... ขอให้โชคดี มีความสุข ครับ ... (กระทู้นี้ของผมประเดิมปรับปรุง server ใหม่ครับ)  |
|