 (D)

วันนี้ว่างจัดครับ (หยุดงานมาดูแลเมีย )
วิธีง่ายๆ ในการเลือกซื้อรถมือสอง
วิธีง่ายๆ ในการเลือกซื้อรถมือสอง
หลายๆคนคงมองดูอะไรต่อมิอะไรรอบๆตัวในภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้ ก็ต้องบอกกับตัวเองว่าจะถ้าจะซื้ออะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง ให้ละเอียดซักนิด คิดสักหน่อย แล้วค่อยตัดสินใจ จะได้ไม่พลาดไงล่ะครับท่าน ถ้างั้นเราก็มาดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยการเลือกซื้อรถมือสองกันดีกว่าครับ
ก่อนจะซื้อลองบอกกับตัวเองก่อนว่าเป้าหมายมีอะไรจะได้ไม่สับสน เช่น
1. รถประเภทอะไร กระบะหรือเก๋ง?
2. ยี่ห้อเป้าหมาย ยี่ห้ออะไร?
3. งบประมาณ?
4. อายุรถที่ต้องการ?
5. สีจำเป็นหรือไม่?
วิธีสังเกตเบื้องต้น
1. ภายนอกรถ…. ลองยืนหันหน้าเข้าหาด้านหน้าของรถยนต์เป้าหมายตรงๆ โดยยืนห่างประมาณ 5 เมตรเป็นอย่างน้อย แล้งสังเกตรูปทรงของรถ ดูว่าสมส่วน ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ไม่บิดเบี้ยวเหมือนคนยืนเท้าเอวข้างเดียวนั่นเหละ
2. สีโดยทั่วไปเสมอกันหรือไม่.... (อันนี้ขอบอกให้ดูรถในที่สว่างเท่านั้น) จากนั้นก็เดินเข้าใกล้รถอีกนิดก้มลงดูว่าพื้นสีมีความสม่ำเสมอ ? (ภาษารถเขาเรียกว่าดูเม็ดสีครับ) เป็นคลื่นๆหรือเปล่า? ถ้าดูแล้วสีไม่เท่ากันตรงจุดไหน ก็ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนครับ ว่าเคยทำสีมา
3. ให้สังเกต.....แนวร่องระหว่างฝากระโปรงหน้า, เส้นขอบประตู หน้า-หลัง ซ้าย- ขวา ฝาท้ายรถ มีเส้นแนวเรียบ เสมอกันหรือไม่? หลังจากใช้สายตาแล้วก็ลงมือปฏิบัติกันบ้างล่ะ ลงมือเคาะโดยพยายามใช้ปลายเล็บจิกไปรอบๆ แล้วสังเกตเสียงและความรู้สึกหนาบางรอบตัวรถ รวมถึงหลังคารถ ถ้ามีจุดไหนที่เสียงดังทึบๆ มีโอกาสทำสีมาครับ เสียงโปร่งๆก็รอดไปขั้นหนึ่งครับ
4.เปิดฝาห้องเครื่อง.....แล้วสังเกตร่องน้ำทั้งสองข้าง คานหน้าเครื่อง ดูว่าความเรียบของสียังดีอยู่ไม่? โดยใช้มือลูบๆดู หากเห็นว่าหยาบและร่องไม่เสมอ ก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำสีมาแล้วยังเก็บไม่เรียบร้อย คานหน้าให้ดูรูว่าบิดเบี้ยว ถ้ามองดูรู้สึกว่าหนาๆ ภาษารถก็อาจจะบอกว่าโดนมาครับ จากนั้นก็ดูซอกประตู, ประตูรถ โดยใช้วิธีเดียวกับที่ได้กล่าวมาครับ เสริมด้วยลองพลิกขอบยางดูด้วย ว่ามีการเก็บสีมาหรือ?
5.สำหรับฝาท้ายรถ.....ก็ดูร่องน้ำคล้ายๆฝากระโปรงหน้า แต่ต้องลองขยับหรือเปิดพรมขึ้นมาอีกหน่อยเพื่อดูสีและความเรียบของพื้นยัง เดิมๆอยู่หรือไม่? สีมีการพ่นมาใหม่หรือเปล่าๆ? แล้วให้ช่วยสังเกตดูช่องที่ใส่ประกอบไฟท้ายมีการทำมาหรือไม่? เบี้ยวหรือไม่? สนิมมีหรือไม่?
6.มาดูระบบเครื่องยนต์....ให้ลองสตาร์ทเครื่องโดยไม่ต้อง เร่งคันเร่งมากนัก หากเครื่องติดง่ายก็ถือว่าผ่านขั้นที่ 1 จากนั้นลองเร่งคันเร่งเล็กน้อยแล้วปล่อย ฟังและดูว่าเครื่องเดินได้ราบเรียบหรือเปล่า? ถ้าเสียงเรียบก็ผ่าน พอเครื่องยนต์อุ่นขึ้นลองดูแรงดันเครื่องคร่าวๆ โดยชักสายวัดน้ำมันเครื่อง ดูว่ามีควันขาวๆลอยออกมาด้วยหรือไม่? หรือมีละอองน้ำมันกระเด็นออกมาด้วยหรือไม่? ถ้ามีก็ ไม่โอเคนะครับ เพราะเครื่องอาจหลวมแล้วนะครับท่าน หรือไม่ก็อาจจะมีน้ำเข้ามาผสมในห้องเครื่องก็อาจเป็นได้ครับ แล้วสังเกตควันที่ปลายท่ออีกนิด ถ้าควันขาวอมเทาๆมีกลิ่นเหม็นเหมือนน้ำมันไหม้แล้วมีละอองน้ำมันออกมาด้วย ก็ขอแนะนำว่าอย่าไปสนใจรถคันนี้จะดีกว่านะครับ ท่าทางจะไม่ค่อยดีซะแล้ว
7.ภายในห้องโดยสาร.... ตรวจดูอุปกรณ์บนหน้าปัด การใช้งานอยู่ในสภาพดีอยู่หรือเปล่า? ระบบไฟมีครบใช้ได้หรือไม่? แล้วลองขยับเกียร์ เพื่อสังเกตว่าหลวมโยกกลวงๆหรือเปล่า? เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ท ก็ลองเข้าเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ ให้สังเกตดูการกระตุก และจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ยังดีอยู่ หรือไม่? หรือเกียร์กระตุกมาก หรือเกียร์ไม่เปลี่ยน ก็แสดงว่ารถต้องการหมอแล้วครับ
8. ระบบช่วงล่าง.....ให้ลองวิ่งบนพื้นที่ไม้ราบเรียบแล้ว ฟังเสียงใต้ท้องรถว่ามีดังเหมือนมีอะไรหลวมๆเวลาที่ตกหลุมหรือพื้นไม่เรียบ ถ้ามีก็ให้สังเกตว่ามาจากจุดไหนเพื่อจะได้เช็คสาเหตุและประมาณค่าซ่อมได้ ครับ จากนั้นก็ลองวิ่งตรงๆและลองปล่อยพวงมาลัยรถ เป็นช่วงๆ เพื่อดูว่ารถวิ่งตรงหรือเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งหรือไม่  |
|