 (D)
อ่านพบใน"ข่าวสดออนไลน์" อดใจที่จะนำมาเสนอต่อให้เพื่อนๆอ่านไม่ได้ ... ท่านที่ได้อ่านโดยตรงแล้ว ก็ผ่านไปนะครับ 
วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7231 ข่าวสดรายวัน
ฮวงจุ้ยทำเนียบ
หลังจากโหรสำนักต่างๆ ทำนายว่า ระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ สถานการณ์การเมืองจะร้อนแรงขึ้น นำมาซึ่งความวุ่นวายในบ้านเมือง
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงนำผู้เชี่ยวชาญการดูฮวงจุ้ยมาปรับภูมิทัศน์ทำเนียบรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี
โดยนำต้นปาล์มยะวา ซึ่งมีลักษณะเหมือนใบพัดมาปลูก นอกจากเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายได้อีกทางหนึ่ง
สำหรับศาสตร์เกี่ยวกับฮวงจุ้ยนั้น อาจารย์ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย อธิบายไว้ว่า
ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์จีนโบราณ แบ่งได้เป็น 3 สำนักใหญ่ๆ คือ
สำนักดวงดาว ดูดวงคนประกอบกับการโคจรของดวงดาว
สำนักภูมิลักษณ์ ว่าด้วยการดูภูมิทัศน์ และชัยภูมิที่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย
สำนักหมวกดำ เน้นด้านไสยศาสตร์ เช่น การนำวัตถุต่างๆ มาแก้เคล็ด
สำหรับสำนักภูมิลักษณ์ซึ่งอาจารย์ศึกษาอยู่นั้น มีหลักเกณฑ์สำคัญที่ต้องดูอยู่ 5 ประการใหญ่ๆ คือ
1. ภูมิลักษณ์ภายนอก ที่มีผลกระทบกับตัวเรา เช่น การตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณ 3 แยก ทางฮวงจุ้ยถือว่าไม่ดี เพราะเป็นบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
หรือคนที่อยู่อาศัยอาจได้รับผลเสียจากควันรถ ทำให้อยู่อาศัยไม่สบาย
2. ภูมิลักษณ์ภายใน ซึ่งแยกย่อยได้เป็น
2.1 ดูหน้าตา รูปลักษณ์ เช่น ร้านค้าต่างๆ หากตกแต่งหน้าร้านสวยงาม ก็จะดึงดูดลูกค้าได้ดี
2.2 ดูโต๊ะทำงาน หากมีที่ตั้งเหมาะสมก็จะดูแลสั่งการลูกน้อง หรือบริวารได้ดี
2.3 ดูกระเพาะ หากเป็นบ้านก็หมายถึงห้องครัว ซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ การกินอยู่ของผู้อยู่อาศัย หรือหากเป็นสถานที่ทำงาน อาจหมายถึงแคชเชียร์ ซึ่งเป็นจุดนำเงินเข้าร้าน
2.4 ดูจุดนอน หากจุดนอนเหมาะสม ก็ทำให้หลับสบาย สุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี
3. เก๋าแช คือ การคำนวณการเดินของดวงดาว
4. คี้ริ้ว หรือ พลังชี่ เป็นคลื่นพลังที่อยู่รอบตัวเรา
5. ดูดวงคนกับดวงบ้านให้สมพงศ์กัน เทียบได้กับการเลือกดินให้เหมาะสมกับต้นไม้ที่ต้องการปลูก
แต่ปัจจุบันมีการนำฮวงจุ้ยไปปะปนกับศาสตร์แขนงอื่นๆ เช่น มีการอ้างถึงตัวเลขมงคล ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยจริงๆ จะไม่มีเรื่องตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง
ในประเทศไทย มีซินแสดูฮวงจุ้ยที่เชี่ยวชาญจริงๆ ไม่เกิน 8 คน เพราะเป็นศาสตร์ที่ผู้รู้มักจะถ่ายทอดให้เฉพาะคนในตระกูล
นอกจากนั้นในการถ่ายทอดวิชา ยังไม่ถ่ายทอดให้ภรรยาหรือลูกสาว เพราะหากภรรยาแต่งงานใหม่ หรือลูกสาวแต่งงานกับคนในตระกูลอื่น ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์นี้ก็อาจตกไปอยู่กับคนในตระกูลอื่นด้วย
ตามหลักโบราณเชื่อว่า ฮวงจุ้ยเป็นวิชาต้องคำสาป หากใครไม่รู้จริง นำวิชานี้ไปหลอกลวงผู้อื่นจะพบกับความวิบัติ ซินแสดูฮวงจุ้ยจึงต้องปฏิบัติตนให้ดี มีคุณธรรมนำตนอยู่เสมอ
สุดท้าย อาจารย์ภาณุวัฒน์ย้ำว่าฮวงจุ้ยไม่ได้ช่วยให้คนร่ำรวย หรือประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต
แต่เป็นการส่งเสริมให้คนรุ่งเรืองตามดวงชะตาที่ควรจะเป็น
ชีวิตจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่การกระทำ
จะหวังพึ่งฮวงจุ้ยอย่างเดียวคงไม่ได้
- จบข่าว ... โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และ เชื่อถือ นะครับ .... ภาพประกอบผมนำมาจากที่อื่นครับ  |
|