ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ครบรอบ13 ปี เรื่องราวของ นายสมพงษ์ เลือดทหาร



(D)
หลายท่านยังคงจำกันได้นะครับ ถ้าลืมๆ ก็ขอนำข้อความจาก guru.sanook.com มาเสนอครับ

วันนี้ในอดีต

29 กันยายน พ.ศ. 2540 : สมพงษ์ เลือดทหาร คนขับรถแท็กซี่ ถูกศาลอาญาพิพากษาคดี

สมพงษ์ เลือดทหาร คนขับรถแท็กซี่ ถูกศาลอาญาพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง และให้คืนเงินรางวัล 200,500 บาทแก่ผู้เสียหาย จากเหตุการณ์ที่นายสมพงษ์ได้อ้างตนว่าเก็บกระเป๋าเงินของนักธุรกิจต่างชาติซึ่งมีเงินกว่า 20 ล้านบาทแล้วนำไปคืนให้เจ้าของ ทำให้สื่อมวลชนลงข่าวครึกโครม ประชาชนต่างชื่นชมและยกย่องการกระทำในครั้งนี้ มอบรางวัลและโล่ประกาศเกียรติคุณให้เขามากมาย แต่หลังจากนั้นตำรวจก็ได้สืบทราบว่า วีรบุรุษแท็กซี่ผู้นี้เป็นคนลวงโลก สร้างเรื่องขึ้นมาเพียงเพื่ออยากดัง ตำรวจจึงตั้งข้อหาหลอกลวงเจ้าพนักงาน ในที่สุดต้องจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ล่าสุดหลังจากพ้นคดี สมพงษ์พยายามกลับตัวกลับใจและเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งตามร้านอาหาร งานผ้าป่าและทอดกฐินตามต่างจังหวัด

.... ขอโทษและขออภัย สำหรับท่านสมาชิก ที่มีชื่อจริงเหมือนกันครับ ... นามสกุลไม่ใช่ซะอย่างอย่าไปกังวลนะครับ ....

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 07:18 น.]



โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 07:21 น.] #1325070 (1/21)
อีกข่าวหนึ่ง จากคม-ชัด-ลึก ครับ ... ยาวหน่อย ... แต่เป็นอุทธาหรณ์สอนใจได้ดีทีเดียวครับ

ข่าวเด็ดข่าวดังที่โชเฟอร์แท็กซี่เก็บทรัพย์สินหรือเงินสดของผู้โดยสารขี้ลืมและนำไปคืนปรากฏให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ แต่ไม่ว่าแต่ละเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ความโด่งดังคงมิอาจเทียบเท่า “สมพงษ์ เลือดทหาร โชเฟอร์จอมลวงโลก”ที่สร้างความฮืออาเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา


เหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างบทเรียนไว้มากมายทั้งการประโคมข่าวโดยขาดการตรวจสอบของสื่อมวลชนและการใช้ความคิดเพียงชั่ววูบเพราะต้องการชื่อเสียงที่โด่งดัง เหตุการณ์ควรจะดำเนินไปตามบทที่เขียนไว้หากแต่ไม่ตายตอนจบเพียงเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องที่ถูกแท็กซี่ที่คิดว่าเป็นคนดีอุปโลกน์ขึ้นมานั้น สุดท้ายผลที่ได้รับคือการเข้าไปชดใช้ผลกรรมในรั้วเรือนจำ ทีมข่าวผู้จัดการรายวันขอรำลึกเรื่องราวที่สร้างความฮือฮานี้ เพื่อเป็นบทเรียนให้รู้เห็นถึงสัจธรรมที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” กันอีกครั้ง...


เหตุการณ์ที่เกือบจะกลายเป็นตำนานเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2540 รปภ.ประจำสนามบินดอนเมือง ชื่อ "วิโรจน์" โทรศัพท์แจ้งมายังรายการวิทยุ "ร่วมด้วยช่วยกัน" ว่า พบแท็กซี่ สร้างวีรกรรมน่ายกย่อง ด้วยการนำเงินสดกว่า 19 ล้านบาท พร้อมโฉนดที่ดิน

คืนให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สร้างความปลื้มปิติ ต่อเจ้าของเงินเป็นอย่างมาก หลังรับรู้เรื่องราวอันแสนประทับใจ เจ้าหน้าที่รายการรีบประกาศตามหาตัวโชเฟอร์คนซื่อทันที


เวลาเดียวกันนั้น สมพงษ์ แท็กซี่คนดี กำลังขับรถคู่ใจไปส่งผู้โดยสารยังตลาดมีนบุรี และเปิดฟังรายการร่วมด้วยช่วยกันพอดีจึงได้โทรศัพท์กลับไปโดยไม่ลืมที่จะแนะนำตัวเองว่า ชื่อ “สมพงษ์ เลือดทหาร” พร้อมเปิดฉากเล่าวีรกรรมอันสุดซาบซึ้ง...


เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเวลาราว 7 โมงเช้า วันที่ 1 ส.ค. สมพงษ์ รับผู้โดยสารชาวต่างชาติชื่อ "มิสเตอร์จอห์น" พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ และกระเป๋าถืออีก 2 ใบ หน้าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท พาไปส่งยังสนามบินดอนเมือง เมื่อส่งผู้โดยสารถึงที่หมายพร้อมสัมภาระก็รับผู้โดยสารชาวต่างชาติรายใหม่จากสนามบินดอนเมืองไปส่งย่านราชเทวี


แต่สิ่งที่ผู้โดยสารรายใหม่พบคือกระเป๋าตกอยู่ใต้เบาะนั่ง จึงถามโชเฟอร์คนซื่อด้วยภาษาไทยแบบงู ๆ ปลา ๆแต่ยังพอฟังรู้เรื่องว่ากระเป๋าเป็นของเขาใช่หรือไม่ สมองสั่งการไวเท่าความคิดว่าคงเป็นของชาวต่างชาติก่อนหน้านี้ จึงรับว่าใช่ และทันทีที่ผู้โดยสารลงจากรถ สมพงษ์ จึงเปิดกระเป๋าออกดู สิ่งที่อยู่ภายในกระเป๋าทำให้เขาแทบช็อคใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเงินสดที่อัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋าและโฉนดที่ดินอีกจำนวนหนึ่ง


ต่อมสามัญสำนึกของความเป็นพลเมืองที่ดี ของสมพงษ์เริ่มทำงานจึงรีบห้อตะบึงรถแท็กซี่คู่ใจกลับไปยังสนามบินดอนเมืองทันที


เมื่อไปถึง สมพงษ์ พบเจ้าของกระเป๋านั่งน้ำตาซึมอยู่หน้าอาคารผู้โดยสารในประเทศแต่เมื่อเห็นแท็กซี่คนซื่อนำกระเป๋ามาคืน ก็โผเข้ากอดและยกร่างจนตัวลอยด้วยความดีใจสุดประมาณ ประชาชนที่อยู่รอบบริเวณที่รับรู้วีรกรรมของ สมพงษ์ ต่างรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อนร่วมชาติและชื่นชมในการกระทำที่สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศอย่างมากทีเดียว


เพียงชั่วข้ามคืน "สมพงษ์" ดังเป็นพลุแตกหลังสื่อทุกแขนงนำเสนอวีกรรมอันน่าชื่นชมเพราะช่วยกู้ภาพลักษณ์ของประเทศและถูกยกสถานะเป็นบุคคลผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้านการท่องเที่ยวหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างแย่งกันมอบรางวัลตอบแทนความดี ทั้งเงินสด โล่เชิดชูเกียรติ เกียรติบัตรพลเมืองกิตติมศักดิ์ เกียรติบัตรรักษาพยาบาลฟรีตลอดชีวิต รายการทีวีต่าง ๆ พากันแย่งคิวสัมภาษณ์ยกย่องคนทำความดี...โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน


แต่สิ่งสะกิดใจ ต่อความดีที่นายสมพงษ์ ได้ก่อขึ้นคือตลอดระยะเวลาที่มีการกล่าวสรรเสริญสดุดี สมพงษ์ แท็กซี่คนซื่อนั้นไม่มีใครออกมายืนยันถึงสิ่งที่นายสมพงษ์ ได้ทำเอาไว้ในสนามบินดอนเมือง!?


พล.ต.ต.กว้าง ชาญศิลป์ ผบก.ทท. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)ที่สั่งระงับการแจกโล่ประกาศเกียรติคุณในวันที่ 10 ส.ค.ทั้งนี้เพราะจากข้อมูลที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้น พบ พิรุธ หลายประการ เพราะจากการตรวจสอบ รปภ. ที่ชื่อ วิโรจน์ ผู้จุดประกายความดีของ สมพงษ์ ก็หาได้มีตัวตน รวมทั้ง มิสเตอร์จอห์น ชาวฝรั่งเศส จากรายชื่อผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ในวันและเวลาที่ สมพงษ์ ระบุไม่พบว่ามีชายชาวต่างชาติดังกล่าวเดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อดูจากภาพโทรทัศน์วงจรปิดในวันและเวลาที่ สมพงษ์กล่าวอ้างกลับไม่พบภาพของนายสมพงษ์ และ มิสเตอร์จอห์น ขี้ลืม รายนั้น


และจากการตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญของตำรวจที่สุด คือผลการตรวจพิสูจน์เสียงในโทรศัพท์ ที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นและรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องที่เพียงการอุปโลกน์ ขึ้น คือ "รปภ.วิโรจน์"กับ "นายสมพงษ์" คือคน ๆ เดียวกัน


เพียงชั่วข้ามคืนอีกเช่นกัน สมพงษ์ ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทันที เมื่อถูกออกหมายจับในความผิดฐานฉ้อโกง และหลอกลวงประชาชน หยุดพฤติกรรมลวงโลก ส่วนเงินรางวัลโล่เชิดชูเกียรติต่างๆ ถูกยึดคืนทั้งหมด!!!


หลังจำนนต่อหลักฐาน สมพงษ์ สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดแค่ต้องการล้อเล่นเท่านั้นแต่ที่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว เพราะการโหมกระพือข่าวของสื่อ ส่วนเสียง รปภ.วิโรจน์ เกิดจากการพูดโดยปิดรูจมูกไว้ข้างหนึ่ง


สมพงษ์ ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือนแต่ด้วยความประพฤติที่เรียบร้อยเป็นนักโทษชั้นดี ทำให้สมพงษ์ ติดคุกเพียง 1 ปี 2 เดือน ทิ้งอดีตอันขมขื่นไม่น่าจดจำไว้หลังกำแพงเรือนจำเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง


หลังพ้นกำแพงคุก "สมพงษ์" ทิ้งอาชีพแท็กซี่ที่สร้างความขมขื่นให้กับตัวเองและเลือกอาชีพนักร้องลูกทุ่งห้องอาหารย่านลาดกระบังแต่ร้องเพลงได้เพียงระยะเดียวก็ต้องกลับมาช่วยภรรยาดูแลพ่อตาที่ป่วยหนักแต่ยังยึดอาชีพนักร้องห้องอาหาร และมีอาชีพเสริม คือ ทำนากุ้ง บนพื้นที่ 5ไร่ของพ่อตา


เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด "สมพงษ์" ทุนที่ลงไปกับทำนากุ้งกุลาดำครั้งแรก ประมาณ 20,000 บาท ช่วงแรกขายได้ราคาดี แต่พอมีปัญหาเรื่องพบสารตะกั่วปลอมปนในกุ้ง ราคาก็ตกมากแม้จะเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงกุ้งขาวแทนแต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องอาหารที่แพงมากสุดท้ายต้องเลิกเลี้ยง สุดท้ายขาดทุนประมาณ 200,000 บาท เงินที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิตร่อยหรอเกือบหมด และอาชีพที่ "สมพงษ์" ยึดไว้ล่าสุดคือ นักร้องลูกทุ่งในชื่อ “พลพิมพ์ ฉิมมะวัล”ที่ครูเพลงของเขาตั้งชื่อให้เพราะหน้าตาที่ละม้ายนักร้องลูกทุ่งคนดัง ทศพล หิมพานต์จนได้รับฉายา “ทศพล 2”


ปิดฉากตำนานแท็กซี่ผู้ลวงโลก ทิ้งไว้เพียงบทเรียนอันล้ำค่าและสัจธรรมที่ยังคงอยู่ตามสุภาษิตไทยที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของสื่อที่ควรตรวจสอบข้อมูลของการนำเสนอจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครอีกต่อไป...


โดยคุณ worawitk (588)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 07:39 น.] #1325083 (2/21)
คนขอนแก่น ต.ท่าศาลา อ.มัญจาคีรี...บ้านผมเอง คร๊าบบบบ

ตอนแรกผมไปคุยใหญ่เลยคับว่าคนบ้านผม...พอเรื่องแดงขึ้นมา ผมไม่กล้าพูดด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนขอนแก่น
มาคุยได้อีกที ก็ตอนที่ สมรักษ์ คำสิงค์ ได้เหรียญทองโอลิมปิคนี่แหละคับ


โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 07:44 น.] #1325089 (3/21)
เมื่อก่อนเป็นข่าวดังมากจนเพื่อนผมที่ชื่อสมพงษ์ เซ็งไปหลายวัน

โดยคุณ kaicpac (1.2K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 07:55 น.] #1325104 (4/21)
ยังจำได้แม่นเลยครับ....

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 08:12 น.] #1325131 (5/21)
สวัสดีครับ และขอบคุณทุกๆท่านที่ได้กรุณาแวะมาเยี่ยมชม และทักทายกันนะครับ ... ผมนำเรื่องนี้มาลงไม่ใช่จะว่ากล่าวประณาม คุณสมพงษ์ เลือดทหาร นะครับ เพราะ เขา ถูกศาลตัดสินลงโทษแล้ว และเขาได้ชดใช้ สิ่งที่เขาทำพลาดไปแล้ว .... ตอนนี้เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งแล้วครับ

แต่สิ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ สังคมบ้านเมืองเรา ทำอะไรๆง่ายและเร็วเกินไป โดยมิได้ไตร่ตรอง หรือกลั่นกรองเสียก่อน ที่จะยกย่องใครแบบเอาหน้า หรือบางครั้งก็ลงโทษใครโดยมิได้ศึกษาให้รอบคอบถี่ถ้วนเสียก่อน เท่านั้นแหละครับ

โดยคุณ bhichai (1.7K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 08:16 น.] #1325138 (6/21)
ว่าแล้วครับ...ได้ยินชื่อแล้วคุ้นๆ...

โดยคุณ cholatan (2.8K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 08:22 น.] #1325149 (7/21)
จำได้ครับ

โดยคุณ หาญชัย (578)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 08:31 น.] #1325162 (8/21)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 09:03 น.] #1325194 (9/21)
ตำนานแท็กซี่ลวงโลก

ข่าวเด็ดข่าวดังที่โชเฟอร์แท็กซี่เก็บทรัพย์สินหรือเงินสดของผู้โดยสารขี้ลืมและนำไปคืนปรากฏให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ แต่ไม่ว่าแต่ละเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ความโด่งดังคงมิอาจเทียบเท่า “สมพงษ์ เลือดทหาร โชเฟอร์จอมลวงโลก”ที่สร้างความฮืออาเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา

เหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างบทเรียนไว้มากมายทั้งการประโคมข่าวโดยขาดการตรวจสอบของสื่อมวลชนและการใช้ความคิดเพียงชั่ววูบเพราะต้องการชื่อเสียงที่โด่งดัง เหตุการณ์ควรจะดำเนินไปตามบทที่เขียนไว้หากแต่ไม่ตายตอนจบเพียงเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องที่ถูกแท็กซี่ที่คิดว่าเป็นคนดีอุปโลกน์ขึ้นมานั้น สุดท้ายผลที่ได้รับคือการเข้าไปชดใช้ผลกรรมในรั้วเรือนจำ ทีมข่าวผู้จัดการรายวันขอรำลึกเรื่องราวที่สร้างความฮือฮานี้ เพื่อเป็นบทเรียนให้รู้เห็นถึงสัจธรรมที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” กันอีกครั้ง...

เหตุการณ์ที่เกือบจะกลายเป็นตำนานเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2540 รปภ.ประจำสนามบินดอนเมือง ชื่อ "วิโรจน์" โทรศัพท์แจ้งมายังรายการวิทยุ "ร่วมด้วยช่วยกัน" ว่า พบแท็กซี่ สร้างวีรกรรมน่ายกย่อง ด้วยการนำเงินสดกว่า 19 ล้านบาท พร้อมโฉนดที่ดิน
คืนให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบริเวณอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สร้างความปลื้มปิติ ต่อเจ้าของเงินเป็นอย่างมาก หลังรับรู้เรื่องราวอันแสนประทับใจ เจ้าหน้าที่รายการรีบประกาศตามหาตัวโชเฟอร์คนซื่อทันที

เวลาเดียวกันนั้น สมพงษ์ แท็กซี่คนดี กำลังขับรถคู่ใจไปส่งผู้โดยสารยังตลาดมีนบุรี และเปิดฟังรายการร่วมด้วยช่วยกันพอดีจึงได้โทรศัพท์กลับไปโดยไม่ลืมที่จะแนะนำตัวเองว่า ชื่อ “สมพงษ์ เลือดทหาร” พร้อมเปิดฉากเล่าวีรกรรมอันสุดซาบซึ้ง...

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเวลาราว 7 โมงเช้า วันที่ 1 ส.ค. สมพงษ์ รับผู้โดยสารชาวต่างชาติชื่อ "มิสเตอร์จอห์น" พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ และกระเป๋าถืออีก 2 ใบ หน้าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท พาไปส่งยังสนามบินดอนเมือง เมื่อส่งผู้โดยสารถึงที่หมายพร้อมสัมภาระก็รับผู้โดยสารชาวต่างชาติรายใหม่จากสนามบินดอนเมืองไปส่งย่านราชเทวี

แต่สิ่งที่ผู้โดยสารรายใหม่พบคือกระเป๋าตกอยู่ใต้เบาะนั่ง จึงถามโชเฟอร์คนซื่อด้วยภาษาไทยแบบงู ๆ ปลา ๆแต่ยังพอฟังรู้เรื่องว่ากระเป๋าเป็นของเขาใช่หรือไม่ สมองสั่งการไวเท่าความคิดว่าคงเป็นของชาวต่างชาติก่อนหน้านี้ จึงรับว่าใช่ และทันทีที่ผู้โดยสารลงจากรถ สมพงษ์ จึงเปิดกระเป๋าออกดู สิ่งที่อยู่ภายในกระเป๋าทำให้เขาแทบช็อคใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเงินสดที่อัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋าและโฉนดที่ดินอีกจำนวนหนึ่ง

ต่อมสามัญสำนึกของความเป็นพลเมืองที่ดี ของสมพงษ์เริ่มทำงานจึงรีบห้อตะบึงรถแท็กซี่คู่ใจกลับไปยังสนามบินดอนเมืองทันที

เมื่อไปถึง สมพงษ์ พบเจ้าของกระเป๋านั่งน้ำตาซึมอยู่หน้าอาคารผู้โดยสารในประเทศแต่เมื่อเห็นแท็กซี่คนซื่อนำกระเป๋ามาคืน ก็โผเข้ากอดและยกร่างจนตัวลอยด้วยความดีใจสุดประมาณ ประชาชนที่อยู่รอบบริเวณที่รับรู้วีรกรรมของ สมพงษ์ ต่างรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อนร่วมชาติและชื่นชมในการกระทำที่สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศอย่างมากทีเดียว

เพียงชั่วข้ามคืน "สมพงษ์" ดังเป็นพลุแตกหลังสื่อทุกแขนงนำเสนอวีกรรมอันน่าชื่นชมเพราะช่วยกู้ภาพลักษณ์ของประเทศและถูกยกสถานะเป็นบุคคลผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้านการท่องเที่ยวหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างแย่งกันมอบรางวัลตอบแทนความดี ทั้งเงินสด โล่เชิดชูเกียรติ เกียรติบัตรพลเมืองกิตติมศักดิ์ เกียรติบัตรรักษาพยาบาลฟรีตลอดชีวิต รายการทีวีต่าง ๆ พากันแย่งคิวสัมภาษณ์ยกย่องคนทำความดี...โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

แต่สิ่งสะกิดใจ ต่อความดีที่นายสมพงษ์ ได้ก่อขึ้นคือตลอดระยะเวลาที่มีการกล่าวสรรเสริญสดุดี สมพงษ์ แท็กซี่คนซื่อนั้นไม่มีใครออกมายืนยันถึงสิ่งที่นายสมพงษ์ ได้ทำเอาไว้ในสนามบินดอนเมือง!?

พล.ต.ต.กว้าง ชาญศิลป์ ผบก.ทท. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)ที่สั่งระงับการแจกโล่ประกาศเกียรติคุณในวันที่ 10 ส.ค.ทั้งนี้เพราะจากข้อมูลที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้น พบ พิรุธ หลายประการ เพราะจากการตรวจสอบ รปภ. ที่ชื่อ วิโรจน์ ผู้จุดประกายความดีของ สมพงษ์ ก็หาได้มีตัวตน รวมทั้ง มิสเตอร์จอห์น ชาวฝรั่งเศส จากรายชื่อผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ในวันและเวลาที่ สมพงษ์ ระบุไม่พบว่ามีชายชาวต่างชาติดังกล่าวเดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อดูจากภาพโทรทัศน์วงจรปิดในวันและเวลาที่ สมพงษ์กล่าวอ้างกลับไม่พบภาพของนายสมพงษ์ และ มิสเตอร์จอห์น ขี้ลืม รายนั้น

และจากการตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญของตำรวจที่สุด คือผลการตรวจพิสูจน์เสียงในโทรศัพท์ ที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นและรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องที่เพียงการอุปโลกน์ ขึ้น คือ "รปภ.วิโรจน์"กับ "นายสมพงษ์" คือคน ๆ เดียวกัน

เพียงชั่วข้ามคืนอีกเช่นกัน สมพงษ์ ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทันที เมื่อถูกออกหมายจับในความผิดฐานฉ้อโกง และหลอกลวงประชาชน หยุดพฤติกรรมลวงโลก ส่วนเงินรางวัลโล่เชิดชูเกียรติต่างๆ ถูกยึดคืนทั้งหมด!!!

หลังจำนนต่อหลักฐาน สมพงษ์ สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดแค่ต้องการล้อเล่นเท่านั้นแต่ที่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว เพราะการโหมกระพือข่าวของสื่อ ส่วนเสียง รปภ.วิโรจน์ เกิดจากการพูดโดยปิดรูจมูกไว้ข้างหนึ่ง

สมพงษ์ ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือนแต่ด้วยความประพฤติที่เรียบร้อยเป็นนักโทษชั้นดี ทำให้สมพงษ์ ติดคุกเพียง 1 ปี 2 เดือน ทิ้งอดีตอันขมขื่นไม่น่าจดจำไว้หลังกำแพงเรือนจำเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

หลังพ้นกำแพงคุก "สมพงษ์" ทิ้งอาชีพแท็กซี่ที่สร้างความขมขื่นให้กับตัวเองและเลือกอาชีพนักร้องลูกทุ่งห้องอาหารย่านลาดกระบังแต่ร้องเพลงได้เพียงระยะเดียวก็ต้องกลับมาช่วยภรรยาดูแลพ่อตาที่ป่วยหนักแต่ยังยึดอาชีพนักร้องห้องอาหาร และมีอาชีพเสริม คือ ทำนากุ้ง บนพื้นที่ 5ไร่ของพ่อตา

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด "สมพงษ์" ทุนที่ลงไปกับทำนากุ้งกุลาดำครั้งแรก ประมาณ 20,000 บาท ช่วงแรกขายได้ราคาดี แต่พอมีปัญหาเรื่องพบสารตะกั่วปลอมปนในกุ้ง ราคาก็ตกมากแม้จะเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงกุ้งขาวแทนแต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องอาหารที่แพงมากสุดท้ายต้องเลิกเลี้ยง สุดท้ายขาดทุนประมาณ 200,000 บาท เงินที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิตร่อยหรอเกือบหมด และอาชีพที่ "สมพงษ์" ยึดไว้ล่าสุดคือ นักร้องลูกทุ่งในชื่อ “พลพิมพ์ ฉิมมะวัล”ที่ครูเพลงของเขาตั้งชื่อให้เพราะหน้าตาที่ละม้ายนักร้องลูกทุ่งคนดัง ทศพล หิมพานต์จนได้รับฉายา “ทศพล 2”

ปิดฉากตำนานแท็กซี่ผู้ลวงโลก ทิ้งไว้เพียงบทเรียนอันล้ำค่าและสัจธรรมที่ยังคงอยู่ตามสุภาษิตไทยที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของสื่อที่ควรตรวจสอบข้อมูลของการนำเสนอจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครอีกต่อไป...

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000121688

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 09:05 น.] #1325198 (10/21)
เจตนาการนำเสนอบทความนี้เพื่อสื่อให้เห็นการรับฟังข่าวสารที่ได้รับมานั้นควรที่จะมีการตรวจสอบข้อมูลหรือข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเสียก่อน ครับ

โดยคุณ มานิต (3.2K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 09:31 น.] #1325235 (11/21)
จริงค่ะ คนเราทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นบางคนคิดว่าทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป แต่จริงๆแล้วทำชั่วยังไงซักวันกรรมต้องตามสนอง ไม่ช้าก็เร็ว หรืออาจค่อยๆคืบคานมาแบบทีละเล็กละน้อยก็ได้ค่ะ ปัจจุบันขอให้คนเราทำดีกันไว้ดีกว่าค่ะ ถึงไม่มีคนเห็นว่าเราทำดีไม่ต้องมาเป็นข่าวแต่ตัวเราเองจะสบายใจและสุขใจด้วยค่ะ ความดีอยู่ในตัวเราค่ะ ทำดีก็สุขใจสุขกายค่ะ

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 09:36 น.] #1325242 (12/21)


(D)


สวัสดีอาจารย์อา เฮียเจ็ด และทุกๆท่านครับ.............

มนุษย์ปถุชนแล้วแต่มีกิเลสครอบงำ สักแต่ว่าใครจะจัดการกิเลสให้อยู่ในระบบได้มากกว่ากัน...

เรื่องราวที่ผ่านมาย่อมเป็นบทเรียนให้ผู้ที่กระทำผิดได้สำนึกรู้ถึงกิเลสแห่งตนเอง (ถ้าหากจิตสำนึกได้)

เมื่อได้รู้สำนึกถึงเหตุของความผิดพลาดแล้ว น่าจะได้รับการอภัย..............

หากผู้ให้อภัยนั้นหันมามอบความรักให้แก่กัน....ในโลกใบนี้แล้วไซร์ ทุกอย่างย่อมดูสวยงาม ดั่งคำที่ว่า

@@@ไม่มีความผิด หรือการกระทำใดๆ ที่ความรักจะให้อภัยไม่ได้@@@

******************************************************
รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย.......ฯลฯ




โดยคุณ toei89 (625)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 10:44 น.] #1325323 (13/21)

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 10:55 น.] #1325333 (14/21)
เค้าเองก้อได้ชดใช้กรรมความผิดที่ตัวเองได้กระทำไปแล้ว
@@@ไม่มีความผิด หรือการกระทำใดๆ ที่ความรักจะให้อภัยไม่ได้@@@

โดยคุณ Lerm_kawilo (621)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 11:06 น.] #1325341 (15/21)

โดยคุณ inta156 (57K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 13:05 น.] #1325471 (16/21)
ท่าน..สว ของกระผม ฟิตเบี๊ยยย...ขนาดนี้ เดี๋ยวพาไปตั่งฮั่งเส็ง...

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 13:30 น.] #1325514 (17/21)
ขอบคุณครับ พี่วี ... ผมเกรงว่า เจ๊ (ขา) หมู แกจะรสนิยมเหมือนผม น่ะสิครับ คือ ชอบผู้หญิงเหมือนกัน

โดยคุณ Ronado (10.2K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 15:54 น.] #1325651 (18/21)

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 18:09 น.] #1325806 (19/21)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 20:38 น.] #1326022 (20/21)
โดยคุณ inta156 (183.89.207.*) [29 Sep 2010 13:05] #1325471 (16/19)

ท่าน..สว ของกระผม ฟิตเบี๊ยยย...ขนาดนี้ เดี๋ยวพาไปตั่งฮั่งเส็ง...



เจ๊หมูบอกว่าถอยดีกว่า 5555555555555555555

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 29 ก.ย. 2553 - 20:39 น.] #1326024 (21/21)


(D)


รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย.......ฯลฯ


เฮียน้ำครับ รักกันตลอด ครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1