ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : บัว 4 เหล่า ธรรมะจากหลวงพ่อชา



(N)


สวัสดียามเช้าครับทุกๆท่าน

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:21 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:24 น.] #1350207 (1/19)


(N)


เช้านี้อากาศสดใส จิตใจเบิกบาน อิ่มบุญ อิ่มกุศล ครับ
คือศีลกินเจ คิดดี ทำดี มำบุญ ทำกุศล ทำใจให้บริสุทธิ์ ใจใสสะอาด
อย่าหลงอบายมุข เสพสุรา ของมีนเมา ไม่มัวเมาในการพนัน ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:25 น.] #1350208 (2/19)


(N)
บัว 4 เหล่า ธรรมะจากหลวงพ่อชา

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:25 น.] #1350210 (3/19)
บัว 4 เหล่า
ภายในโคลนนั่นน่ะ มีความเหม็นสาบเหม็นเน่าสารพัดอย่าง แต่ดอกอุบลทั้งหลายที่เกิดในที่นั้น ยิ่งสวย ยิ่งงาม ยิ่งต้นใหญ่ ลำใหญ่ ดอกใหญ่ โคลนทั้งหลายนั้นเป็นปุ๋ยของมัน
บัวทั้งหลายมันชอบปุ๋ย ติณชาติทั้งหลายชอบปุ๋ย ได้ปุ๋ยแล้วมันงาม ปุ๋ยนั้นเป็นของโสโครก เป็นของสกปรกเป็นของเหม็น กลิ่นสารพัดอย่าง มันจะเหม็นเท่าไรๆ สกปรกเท่าใดๆ บัวมันยิ่งชอบ ดอกมันยิ่งโต ลำมันใหญ่ ยิ่งยาวดอกบัวนั้นก็เปรียบกับจิตของเรา มันจมอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ราคะ โทสะ โมหะ สารพัดอย่าง อันมันเป็นโคลน ที่เป็นโคลนนี้ ท่านจึงจัดว่า ดอกบัวมันอยู่ในตม ที่มันอยู่ในโคลนนั้นน่ะ ท่านบอกว่า มันเป็นดอกบัวที่เสี่ยงเสี่ยงเพราะอะไร มันอยู่ในโคลนยังไม่มีหวังที่จะพ้นตมมาเลย มันจึงเป็นดอกบัวที่เสี่ยงมากทีเดียว มันเป็นเหตุที่ว่าเต่ามันก็จะกิน ปลามันก็จะกินได้ เพราะมันอยู่ในโคลน

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:25 น.] #1350211 (4/19)
จิตใจของเราก็เหมือนกันฉันนั้น ถ้ามันหมกอยู่ใน ราคะ โทสะ โมหะ มันเหมือนอยู่ในโคลน มัจจุราชตามเอาเป็นอาหารหมดละ มันอยู่ในโคลน มันหนาแน่น มันไม่ได้ยิน มันไม่ได้ฟัง มันไม่ได้อบรม มันหนา มันแน่น มันก็ยังมีที่หวังของมันจะเป็นได้หลายอย่าง จะเป็นปุถุชน หรืออันธภาพชนทั้งหลาย เป็นได้หลายอย่าง แล้วแต่จิตของตน อีกคนหนึ่งนั้น อีกจิตหนึ่งนั้น มันจะพ้นตมขึ้นมาแล้ว แต่มันอยู่ในกลางน้ำ ดอกบัวดอกนี้ก็ยังจะเสี่ยงอยู่เหมือนกัน นี่เพราะว่ามันจะเป็นอาหารเต่าหรือปลาอยู่เสมอ ยังไม่พ้น

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:25 น.] #1350212 (5/19)
เหล่าที่ 3 เสมอน้ำ พ้นตมแต่ยังเสมอน้ำ อันนี้ก็ยังเสี่ยงอยู่เหมือนกัน ยังจะเป็นอาหารของปลา และเต่าอยู่ทั้งนั้นอันนี้มันเกิดความรู้สึกขึ้นมา มีญาณของพระพุทธเจ้าของเราที่ท่านหยั่งซึ้งลงไปว่า สัตว์โลกเป็นอย่างไร เหล่าที่ 4 นี้ เรียกว่า พ้นโคน พ้นตม พ้นน้ำมาจะบานแล้ว บัว 4 เหล่านี้คือ อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญูเนยยะ ปทปรมะ นั่นแหละ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:26 น.] #1350213 (6/19)
พระพุทธเจ้าของเราจึงมาตรัสเสียว่า เออ มันเป็นอย่างนี้อยู่ โลกมันก็ต้องเป็นอย่างนี้อยู่ ไม่ให้มันเป็นอย่างนี้มันก็ไม่เป็นโลก จะต้องทำอย่างไร พระพุทธเจ้าท่านรู้แจ้งโลกนี้ดี จึงทรงชื่อว่า โลกวิทู ในจิตของท่าน รู้แจ้งโลกว่า มันเป็นอย่างนี้ โลกมันเป็นอย่างนี้ เหมือนบัวในตมในโคลนมันเหม็นสาบ ดอกบัวไปเกิดที่ตรงน้ำ มันโผล่น้ำขึ้นมา มันมีกลิ่นหอมน่าทัศนาดูทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพราะดอกบัวดอกนี้มันเกิดมาจากโคลนสกปรก จิตใจของเราทั้งหลายก็เหมือนกันสัตว์โลกทั้งหลายก็เหมือนกัน มันปกปิดอยู่ด้วยอาสวธรรมทั้งหลายทั้งนั้นแหละ ถึงพระพุทธเจ้าก็ดี พระอรหันตสาวกก็ดี ก็ต้องเกิดมาจากโคลนอย่างนั้น มีราคะ
โทสะ โมหะปกคลุมอยู่ทั้งนั้นแหละ หุ้มห่ออยู่ทั้งนั้นแหละ แต่พระพุทธองค์ก็พ้นมาได้ สาวกทั้งหลายก็พ้นมาได้ ท่านแยกกันอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่มีอันนั้นเป็นเหตุ ผลมันก็เกิดขึ้นไม่ได้

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:26 น.] #1350214 (7/19)


(N)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:27 น.] #1350215 (8/19)


(N)
ขอบคุณบทความจาก http://www.baanjomyut.com/pratripidok/cha/05.html

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:42 น.] #1350225 (9/19)
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านสิทธิโชติ .... พรุ่งนี้ก็จะออกเทศกาลถือศีลกินเจ แล้วสิครับ ... ขอบคุณที่นำคติธรรมคำสอน บัวสี่เหล่า สี่ประเภทมาเตือนสติอีกครั้ง ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:48 น.] #1350233 (10/19)


(N)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.92.*) [15 Oct 2010 06:42] #1350225 (9/9)

อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านสิทธิโชติ .... พรุ่งนี้ก็จะออกเทศกาลถือศีลกินเจ แล้วสิครับ ... ขอบคุณที่นำคติธรรมคำสอน บัวสี่เหล่า สี่ประเภทมาเตือนสติอีกครั้ง ครับ





สวัสดียามเช้าครับท่าน สว

เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงเกิดความท้อพระทัยว่าจะไม่แสดงธรรมโปรดมหาชน ต่อมาท่านได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า ดังนั้นแล้วจึงดำริที่จะแสดงธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป
บัว ๔ เหล่า ได้แก่

๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)

๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 06:49 น.] #1350235 (11/19)
บัวเหล่าที่ 1 , 2 และ 3 มีโอกาสได้โผล่พ้นน้ำและเบ่งบาน

บัวเหล่าที่ 4 พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

โดยคุณ artjung (622)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 07:09 น.] #1350250 (12/19)
สวัสดีตอนเช้าครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 07:31 น.] #1350270 (13/19)


(N)
ขอบคุณครับ พอดีไปอ่านเจอใน www.bt-50.com เรื่อง โทษของการดื่มสุรา เข้าครับ ขอนำมาเสริมในกระทู้นะครับ

โทษของการดื่มน้ำเมา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรุปโทษของการดื่มสุราไว้ ๖ ประการ คือ

ทำให้เสียทรัพย์ เพราะไหนจะต้องซื้อเหล้ามาดื่มเอง ไหนจะต้องเลี้ยงเพื่อน งานการก็ไม่ได้ทำ ดังนี้แม้เป็นมหาเศรษฐี ถ้าติดเหล้าก็อาจจะล่มจมได้
ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เพราะกินเหล้าแล้วขาดสติไม่สามารถ ควบคุมตนเองได้ จะเห็นได้ว่าในวงเหล้ามักจะมีเรื่องชกต่อยตีรันฟันแทงอยู่เสมอ เพื่อนรักกันพอเหล้าเข้าปากประเดี๋ยวเดียวก็ฆ่ากันเสียแล้ว
ทำให้เกิดโรคหลายอย่าง ทั้งโรคตับแข็ง โรคกระเพาะ โรคหัวใจ โรคเส้นโลหิตในสมองแตก โรคทางระบบประสาท ฯลฯ
ทำให้เสียชื่อเสียง เพราะไปทำสิ่งที่ไม่ดีเข้า ใครรู้ว่าเป็นคนขี้เมา ก็จะดูถูกเหยียดหยาม ไม่มีใครไว้วางใจ
ทำให้แสดงอุจาดขาดความละอาย พอเมาแล้วอะไรที่ไม่กล้าทำ ก็ทำได้ จะนอนอยู่กลางถนน จะเอะอะโวยวาย จะถอดเสื้อผ้าในที่สาธารณะ ทำได้ทั้งนั้น
ทำให้สติปัญญาเสื่อมถอย พอเมาแล้ว จะคิดอะไรก็คิดไม่ออก อ่านหนังสือก็ไม่ถูก พูดจาวกวน พอดื่มหนักๆ เข้าอีกหน่อยก็กลายเป็นคนหลง ลืม ปัญญาเสื่อม
เหล้าจึงผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ผลาญทรัพย์ ผลาญไมตรี ผลาญสุขภาพ ผลาญเกียรติยศ ผลาญศักดิ์ศรี ผลาญสติปัญญา

การดื่มเหล้านั้นทำให้เกิดความสุขได้บ้างสำหรับคนที่ติด แต่เป็นความ สุขหลอกๆ บนความทุกข์ เหล้าทำให้เพลิดเพลิน แต่เป็นการเพลิดเพลินใน เรื่องเศร้า

การดื่มน้ำเมา นอกจากจะเป็นการมอมเมาตัวเองวันแล้ววันเล่า ยังเป็น การบั่นทอนทุกสิ่งทุกอย่างของตนเองอีกด้วย แม้ที่สุดความสุขทางใจที่คนเมาเห็นว่าตนได้จากการเสพสิ่งเสพย์ติดนั้น ก็เป็นความสุขจอมปลอม

.... ผมเวลานี้ แทบจะเลิกดื่มมาเกือบปีแล้ว เพราะสุขภาพเป็นอุปสรรคครับ ....

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 09:02 น.] #1350347 (14/19)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.92.*) [15 Oct 2010 07:31] #1350270 (13/13)


ขอบคุณครับ พอดีไปอ่านเจอใน www.bt-50.com เรื่อง โทษของการดื่มสุรา เข้าครับ ขอนำมาเสริมในกระทู้นะครับ

โทษของการดื่มน้ำเมา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรุปโทษของการดื่มสุราไว้ ๖ ประการ คือ

ทำให้เสียทรัพย์ เพราะไหนจะต้องซื้อเหล้ามาดื่มเอง ไหนจะต้องเลี้ยงเพื่อน งานการก็ไม่ได้ทำ ดังนี้แม้เป็นมหาเศรษฐี ถ้าติดเหล้าก็อาจจะล่มจมได้
ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เพราะกินเหล้าแล้วขาดสติไม่สามารถ ควบคุมตนเองได้ จะเห็นได้ว่าในวงเหล้ามักจะมีเรื่องชกต่อยตีรันฟันแทงอยู่เสมอ เพื่อนรักกันพอเหล้าเข้าปากประเดี๋ยวเดียวก็ฆ่ากันเสียแล้ว
ทำให้เกิดโรคหลายอย่าง ทั้งโรคตับแข็ง โรคกระเพาะ โรคหัวใจ โรคเส้นโลหิตในสมองแตก โรคทางระบบประสาท ฯลฯ
ทำให้เสียชื่อเสียง เพราะไปทำสิ่งที่ไม่ดีเข้า ใครรู้ว่าเป็นคนขี้เมา ก็จะดูถูกเหยียดหยาม ไม่มีใครไว้วางใจ
ทำให้แสดงอุจาดขาดความละอาย พอเมาแล้วอะไรที่ไม่กล้าทำ ก็ทำได้ จะนอนอยู่กลางถนน จะเอะอะโวยวาย จะถอดเสื้อผ้าในที่สาธารณะ ทำได้ทั้งนั้น
ทำให้สติปัญญาเสื่อมถอย พอเมาแล้ว จะคิดอะไรก็คิดไม่ออก อ่านหนังสือก็ไม่ถูก พูดจาวกวน พอดื่มหนักๆ เข้าอีกหน่อยก็กลายเป็นคนหลง ลืม ปัญญาเสื่อม
เหล้าจึงผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ผลาญทรัพย์ ผลาญไมตรี ผลาญสุขภาพ ผลาญเกียรติยศ ผลาญศักดิ์ศรี ผลาญสติปัญญา

การดื่มเหล้านั้นทำให้เกิดความสุขได้บ้างสำหรับคนที่ติด แต่เป็นความ สุขหลอกๆ บนความทุกข์ เหล้าทำให้เพลิดเพลิน แต่เป็นการเพลิดเพลินใน เรื่องเศร้า

การดื่มน้ำเมา นอกจากจะเป็นการมอมเมาตัวเองวันแล้ววันเล่า ยังเป็น การบั่นทอนทุกสิ่งทุกอย่างของตนเองอีกด้วย แม้ที่สุดความสุขทางใจที่คนเมาเห็นว่าตนได้จากการเสพสิ่งเสพย์ติดนั้น ก็เป็นความสุขจอมปลอม

.... ผมเวลานี้ แทบจะเลิกดื่มมาเกือบปีแล้ว เพราะสุขภาพเป็นอุปสรรคครับ ...



ขอบพระคุณท่าน สว ที่นำเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับโทษของการดื่มสุรามาฝากครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 09:09 น.] #1350363 (15/19)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 09:11 น.] #1350366 (16/19)


(N)

โดยคุณ แก้วนพเก้า (1.8K)(2)   [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 11:47 น.] #1350597 (17/19)
สาธุ..สาธุ...สาธุ.. อนุโมทนาด้วยครับพี่ ธรรมมะประเสริฐก่อเกิดปัญญา

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 14:26 น.] #1350797 (18/19)
บัวเหล่าที่ 5 มีไหมครับ ท่านสิทธิโชติ .... แล้วพวก บัวแล้งน้ำ นี่จัดว่าเป็น บัวเหล่าที่ 5 หรือเปล่าครับ .... ฟังเพลงดูนะครับ

http://www.youtube.com/watch?v=E201t6Ox0CU&feature=related

โดยคุณ Ronado (10.2K)  [ศ. 15 ต.ค. 2553 - 18:20 น.] #1351016 (19/19)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1