(N)
เพื่อนๆที่โชคดี ได้รับรางวัล จากรายการชิงโชค หรือรายการที่คล้ายๆกัน ต้องระวังและอย่าลืม ภาระ "ภาษีเงินได้จากรางวัล" นะครับ ... ผมนำข่าวจาก "ข่าวสดออนไลน์" มาให้อ่าน เป็นเกร็ดความรู้และอุทธาหรณ์ครับ ....
วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7263 ข่าวสดรายวัน
ภาษีรางวัล
คอลัมน์ที่ 13
กลายเป็นความโชคร้ายที่ตามมาจากโชคดี เมื่อเด็กหญิงผู้ชนะทายผลการประกวดตั้งชื่อลูกหมีแพนด้า "หลินปิง" ซึ่งได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,600,000 บาท
ถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 270,000 บาท และดอกเบี้ยอีกเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน
แม้จะเสียภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว 50,000 บาท แต่ไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะไม่รู้ข้อกฎหมาย
ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร หมวด 3 เรื่องภาษีเงินได้ ในส่วนที่ 2 ว่าด้วยการเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา ตามมาตรา 40 เกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน
สำหรับกรณีผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเงินสด หรือของรางวัลจากการประกวด แข่งขัน หรือชิงโชคนั้น รางวัลที่ได้รับถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร
คือเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7)
กรมสรรพากรมีคำสั่งที่ ป. 115/2545 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการตัวแทน ประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต ข้อ 4(1) กรณีมีการจ่ายเงินพิเศษเป็นครั้งคราวระหว่างปี เช่น รางวัล โบนัส หรือประโยชน์จากการได้ไปสัมมนาหรือท่องเที่ยว
ให้นำเงินพิเศษนั้นคูณด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) เพื่อหาจำนวนเงินพิเศษเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี รวมเข้ากับค่าตอบแทนที่จ่ายตามปกติที่คำนวณได้เสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีใหม่ ตามเกณฑ์ในมาตรา 48(1)
กล่าวคือนำมาหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และคำนวณภาษี ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาเป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด
ให้นำภาษีที่คำนวณจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามปกติทั้งปี (ก่อนจ่ายเงินพิเศษ) หักออกได้
ผลลัพธ์ให้นำมารวมกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินที่จ่ายตามปกติในคราวนั้น
จะได้เป็นเงินภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายทั้งสิ้น ในคราวที่มีการจ่ายเงินพิเศษ
ดังนั้น ผู้ได้รางวัลมีหน้าที่ต้องนำมูลค่าของรางวัลที่ได้รับไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาประจำปี ด้วยแบบฯ ภ.ง.ด.90 (คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป) รวมกับเงินได้ประเภทอื่นๆ (ถ้ามี)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี ผู้มีรายได้ในรอบปีนั้นๆ มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนด ภายในเดือนม.ค.-มี.ค.ของปีถัดไป
สำหรับผู้มีเงินได้บางกรณีกฎหมายยังกำหนดให้ยื่นแบบฯ เสียภาษีตอนครึ่งปี สำหรับรายได้ ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีที่ต้องชำระและเงินได้บางกรณี กฎหมายกำหนดให้
ผู้จ่ายทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่จ่ายบางส่วน เพื่อให้มีการทยอยชำระภาษีขณะที่มีเงินได้เกิดขึ้นอีกด้วย
ตัวอย่างเช่น กรณีการขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล มีแต่ละประเภทรางวัล หากไม่เกิน 20,000 บาท จ่ายเงินรางวัลเป็นเงินสด
จะต้องชำระค่าอากร/ค่าภาษี ก่อนรับเงินรางวัล หากเกินกว่า 20,000 บาท จ่ายเงินรางวัลเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด
ส่วนค่าอากรแสตมป์/ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาล ชำระค่าอากรแสตมป์ร้อยละ 50 สตางค์ สลากพิเศษชำระค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 บาท
และผู้โชคดีมีหน้าที่ต้องนำมูลค่าของรางวัลที่ได้รับไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วย
- จบข่าวครับ - ท่านใดมีความรู้ ในเรื่องนี้ โปรดให้ความรู้เพิ่มเติมด้วย จักเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะ ถูกรางวัลสลากกินแบ่ง .... ผมและเชื่อว่าอีกหลายๆคนไม่ทราบ ว่าจะต้องยื่นเสียภาษีเงินได้อีก หลังจากหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ... เคยได้ยินมาว่า ไม่ต้องเสียภาษี จริงเท็จประการใดครับ ... ท่านผู้รู้จริงช่วยที .... งวดหน้าผมจะถูกรางวัลที่ 1 แล้วครับ  |
|