ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ******** โทษของการเป็นคนลวงโลก ********



(N)
สวัสดีครับทุกๆท่าน

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 12:59 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:00 น.] #1385504 (1/18)
วันศุกร์สุดสัปดาห์ ศอฉ นำธรรมะ "โทษของการเป็นคนลวงโลก" มาฝากกันครับ

๑) ทุกข์ทางใจ

จิต ที่เป็น ปกติสุขไม่อาจคิดพูดโกหกมดเท็จ การจะโกหกมดเท็จได้ต้องใช้จิตที่เป็นทุกข์เท่านั้น เพราะไหนจะต้องพยายามแต่งเรื่องขึ้นใหม่ ไหนจะต้องออกแรงบิดความจริงอันเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ด้วยปากอันเล็กกระจ้อยร่อย แม้แต่การกลับซ้ายให้กลายเป็นขวาเพียงนิดเดียว ก็อาจพาคนหลงตามคำหลอกของเราไปลงเหวได้แล้ว ทุกคำมุสาที่นึกว่าเล็กน้อย จึงอาจก่อมหันตภัยใหญ่หลวงเกินกว่าจะคาดเดาได้

การรู้ตัวว่าโดนหลอก เป็นความทุกข์ของผู้ถูกหลอก ถ้าเราเป็นคนหลอกเขา ใจเราจะเป็นสุขไปได้อย่างไร การสังเกตเข้ามาในตนเองจะทำให้เห็นทุกข์เป็นขณะ ๆ อย่างชัดเจน

ทุกข์ เริ่มต้นตั้งแต่เมื่ออยากหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะรู้สึกถึงความฝืดฝืน นั่นเพราะธรรมชาติของความจริงมีเหตุมีผล การอยากโกหกก็คือการอยากทำลายเหตุผล ซึ่งค้านกันกับสำนึกแบบมนุษย์ที่ต้องการเหตุผลตามจริง

ทุกข์จะทวีตัว ขึ้นเมื่อตัดสินใจหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นเหมือนใจถูกคลุมไว้ด้วยฝ้าหมอกมายา นั่นเพราะการตั้งใจแต่งเรื่องหลอกคนอื่น ก็คือการพลิกเอาตัวเองออกจากความจริงอันสว่างไปสู่ความเท็จอันมืด จึงไม่มีทางที่ใจจะสดใสโปร่งโล่งไปได้

ทุกข์จะทวีตัวขึ้นอีกเมื่อ พยายามคิดคำลวงให้คนอื่นหลงเชื่อ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นคล้ายมีตัวเราที่รูปร่างหน้าตาแตกต่างไปจากเดิมกำลังดิ้นพล่าน พยายามจินตนาการจับต้นชนปลายความจริงกับความเท็จให้ต่อกันติด ที่มโนภาพของตัวเราแตกต่างจากเดิม ราวกับแปลกไปไม่ใช่ตัวเรา ก็เพราะขณะจิตนั้นเราไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ตัวจริงตามที่กำลังเป็น

ทุกข์ จะทวีตัวขึ้นถึงขีดสุดเมื่อต้องฝืนขยับปากหลอกลวงคนอื่นให้หลงเชื่อ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นการออกแรงเค้นคำ แตกต่างจากเมื่อพูดความจริงอย่างสบายอารมณ์ นั่นเพราะเรารู้ว่าความจริงเป็นเส้นตรง แต่จะอาศัยปากของเราเข้าไปดัดเส้นตรงนั้นให้เบี้ยวบิดผิดรูป แน่นอนว่าจิตใจและปากคอของเราย่อมเบี้ยวบิดผิดตามไปด้วย ไม่อาจตรงอยู่ได้

ทุกข์ จะไม่จบโดยง่ายแม้เมื่อหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อได้สำเร็จ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นเป็นความรู้สึกเหมือนมีสองภาค ภาคหนึ่งรู้ความจริง อีกภาคหนึ่งรู้ว่ามีความลวงซ้อนความจริงขึ้นมา อีกทั้งต้องคอยปกปิดให้ดี ยิ่งภาคแห่งความลวงหนาขึ้นกลบภาคแห่งความจริงมากขึ้นเท่าใด เราจะยิ่งรู้สึกคล้ายเกิดหน้ากากปิดบังหน้าตาของตนมากขึ้นเท่านั้น จนวันหนึ่งส่องกระจกเงาแล้วอาจรู้สึกครึ่งจริงครึ่งฝัน ถามตัวเองว่านี่ใบหน้าของเราแน่หรือ?

ในทางปฏิบัติแล้ว การหลอกคนได้มักทำให้ภูมิใจ เพราะหลงนึกว่าตัวเองฉลาด และเห็นว่าคนอื่นโง่ ดังนั้น ทุกข์ที่เกิดจากการฝึกเป็นนักแต่งเรื่องจึงไม่ปรากฏชัดในช่วงต้นวัย ต่อเมื่อหลอกคนอื่นจนกระทั่งจิตทำงานเป็นอัตโนมัติ คล้ายหลอกได้แม้กระทั่งตัวเองให้เชื่ออะไรผิด ๆ หลงตัดสินใจโง่ ๆ และด้วยเหตุนี้เอง เราจึงตระหนักว่าที่สุดของการเป็นคนลวงโลก ก็คือการพาตัวเองไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ร้อนจากการไม่รู้จักตนเองเสียแล้ว

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:01 น.] #1385506 (2/18)
๒) การสั่งสมบาป

เมื่อ ทราบแล้วว่าความมืดเป็นเครื่องหมายของบาป เราก็สามารถสำรวจใจตนเองแล้วทราบได้ว่าการโกหกเป็นบาป เพราะไม่มีการโกหกครั้งใดที่ทำให้จิตของเราสว่างขึ้น มีแต่จะหม่นหมองลง กับทั้งไม่มีแก่ใจคิดอะไรในทางดี ในทางที่เจริญเอาเลย

แรงผลักดันให้ โกหกได้เต็มปากเต็มคำคือ โลภะ โลภะต้องชนะความอยากสบายใจ จึงขับให้เราก่อบาปด้วยการหลอกลวง แท้จริงมนุษย์เราต้องการความสบายใจเหนือสิ่งอื่นใด แต่เพราะอยากได้สิ่งที่ต้องการมากเกินไป หรือจำต้องเห็นแก่สิ่งอื่นยิ่งไปกว่าใจตน จึงยอมทำลายความสบายใจด้วยการพูดคำเท็จ

ที่น่ากลัวก็คือบาปสามารถ สั่งสมตัวได้ นั่นหมายความว่ายิ่งโกหกมากขึ้นเท่าไร ใจก็ยิ่งอึดอัดทรมานมากขึ้นเท่านั้น มองไปทางไหนความจริงทั้งหลายดูน่าบิดเบือนให้ผิดจากเดิมไปหมด

แม้ ขยับปากเอาตัวรอดหรือสร้างภาพให้ดูดี เช่น คนที่บ้านถามว่าไปไหนมา ความจริงเราไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูง แต่เราไพล่พูดโกหกว่าไปช่วยงานสำคัญที่นั่นที่นี่ ปากของเราก็ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดัดจิตให้เบี้ยวบิดผิดรูปแล้ว เพียงคำลวงเล็ก ๆ ก็จุดชนวนความคิดไม่ตรงไปตรงมาได้ ต่อไปเมื่อต้องตอบแบบเสียภาพลักษณ์นิดเดียว ระบบความคิดของเราจะพยายามสร้างคำพูดไปในทางรักษาภาพทันที โดยไม่คำนึงว่าภาพดี ๆ จะมีความจริงปนอยู่ด้วยมากน้อยเพียงใด

ความ คิดในทางปั้นน้ำเป็นตัวจะลดความฉลาดในการอธิบายให้คนเข้าใจความจริง ทั้งที่พูดความจริงโดยไม่ต้องให้คนฟังเสียความรู้สึกก็ได้ แต่เพราะมัวไปเชื่ออยู่ว่าขืนพูดความจริงก็พังเท่านั้น เลยเท่ากับปิดโอกาสฝึกใจให้ซื่อ ฝึกคิดให้ฉลาด น้อยคนจึงสามารถพูดแบบให้เกิดเรื่องดี ๆ โดยไม่ต้องแต่งเรื่องหลอก ๆ ขึ้นมา

ฉะนั้น เพียงไม่ตั้งใจไว้ก่อนว่าจะเว้นขาดจากการโกหก ก็นับว่ามีโทษแล้ว เพราะเมื่อถูกตั้งเงื่อนไขให้เกิดโลภะอย่างแรงกล้า ความอยากสบายใจก็ลดระดับแทบไม่เหลือ ยังผลให้สติพร่าเลือนลง เปิดช่องให้โลภะเข้าครอบงำจนโง่เขลา หลงนึกว่าบาปแห่งการโกหกเป็นสิ่งสมควรทำยิ่งกว่าบุญแห่งการพูดความจริงให้ เกิดประโยชน์

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:01 น.] #1385507 (3/18)
๓) ความเป็นอยู่ที่เลวร้าย

ไม่ มีความ รู้สึกอึดอัดอันใดย่ำแย่ไปกว่าความรู้สึกอึดอัดอันเกิดจากการโกหก เพราะบาปข้ออื่นยังทำลงไปแบบมีเหตุผลให้โล่งใจกันได้ เช่น เราอาจฆ่าโจรโฉดตามหน้าที่ของตำรวจ เราอาจโกงใครเพราะเขาโกงก่อน เราอาจกินเหล้าเพื่อไม่ให้คนรินเสียใจ แต่ถ้าต้องฝืนใจโกหกครั้งหนึ่ง เราก็ต้องฝืนทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับความจริงอันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่หนึ่งครั้ง เมื่อสั่งสมมากแล้ว ในที่สุดทั้งอกทั้งใจก็เต็มแน่นไปด้วยความอึดอัดครัดเครียด และสับสนอยู่กับตนเองว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ อันไหนตื่นอันไหนฝัน เห็นความจริงเป็นสิ่งไม่น่าเชื่อ กับทั้งมีนิสัยดื้อด้าน ไม่ยอมรับความจริงอย่างน่าสลดสังเวชได้

เมื่อบาปจากการการโกหกถูก สั่งสมมากแล้ว คนโกหกย่อมเลื่อนฐานะเป็นคนลวงโลก ดูเผิน ๆ เหมือนโกหกได้หน้าตาย คิดแต่งเรื่องได้เป็นตุเป็นตะในเวลาอันรวดเร็ว หลอกได้แม้กระทั่งเครื่องจับเท็จ ซึ่งสะท้อนว่าสามารถสะกดจิตตัวเองให้สำคัญไปว่ากำลังพูดเรื่องจริงอย่างเป็น ธรรมชาติ แต่นั่นแหละคือความผิดธรรมชาติอย่างใหญ่หลวง จนก่อให้เกิดกระแสในตัวที่น่าระแวง ไม่ชวนให้อยากคบ อยู่ใกล้แล้วอึดอัด เหมือนอีกาที่ซื่อกับใครไม่เป็น หรือเหมือนลิงที่พร้อมจะล้อเลียนเราทั้งต่อหน้าและลับหลัง

การโกหก หลอกลวงแต่ละครั้งคือการบิดเบือนความจริง ซึ่งก็มีผลสะท้อนให้ความจริงของเราบิดเบี้ยวไปด้วย อาจจะในรูปของการโดนใส่ไคล้ หรืออาจจะในรูปของการถูกเข้าใจผิด คิดให้ดีก็สมกันแล้ว ไม่มีทางที่เราจะบังคับใครต่อใครให้พูดถึงเราตรงตามความจริงไปทั้งหมด เท่า ๆ กับที่เราเองก็ไม่ได้พูดถึงตัวเองตรงตามจริงทุกครั้ง เช่นที่เป็นกันมากคือโกหกเพื่อรักษาหน้า ไม่ยอมรับผิด เป็นต้น

จิต ของคนลวงโลกย่อมมีความบิดเบี้ยว กลับกลอกไปมา แม้แต่เจ้าตัวเองก็ควบคุมไม่ได้ว่าจะให้ชอบอะไรหรือรักใคร คล้ายตกอยู่ในห้วงฝันหลอนที่โยกเยกไหวเอนอยู่เกือบตลอดเวลา

จิตที่ บิดเบี้ยวย่อมเหมาะกับภพใหม่ที่เบี้ยวบิด เต็มไปด้วยความหลอกหลอนให้ผิดหวัง วันนี้นึกว่าดี พรุ่งนี้กลายเป็นร้ายให้ช้ำใจ น่าอึดอัดระอา ถ้ายังมีวาสนาพอจะเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ ก็ย่อมตกอยู่ในภาวะผันผวนไม่แน่นอนอย่างรุนแรง

หากตายเยี่ยงคนลวงโลก ผู้ยังไม่อิ่มไม่พอกับการปั้นน้ำเป็นตัว แต่ยังพอมีบุญพยุงไม่ให้ร่วงหล่นถึงนรก ก็อาจไปเสวยภพของพวกหาสัจจะได้ยากในระดับเดรัจฉานภูมิ เช่น อีกา หรือลิงป่าบางจำพวก เป็นต้น

แต่หากตายเยี่ยงคนลวงโลกที่ดีแต่เยาะ หยัน เห็นคนอื่นโง่กว่าตนเสมอ ก็จัดว่ามีความเหมาะกับสภาพความเป็นอยู่ที่ถูกกดขี่อย่างน่าสะพรึงกลัว ดังเช่นนรกภูมิสถานเดียว!

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:01 น.] #1385509 (4/18)
ขอบคุณทุกๆท่าน ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:03 น.] #1385511 (5/18)
ขอบคุณบทความจาก http://variety.teenee.com/saladharm/22632.html

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:21 น.] #1385533 (6/18)


(N)
สวัสดีหลังอาหารเที่ยงครับ ท่านสิทธิโชติ ... ว่าจะทำตัวเป็นเสมือน ชาวฝรั่งเศส ซะหน่อย ตรงที่ว่า งีบหลังอาหารกลางวัน ... ก็มาพบ ธรรมะ คำสอนเรื่อง "โทษของการเป็นคนลวงโลก" เสียก่อน อ่านจบแล้ว ก็ทำให้รู้ว่า โทษของการเป็นคนลวงโลก นั้น มีจริง แต่ทำไมคนเราจึงยังทำตัวเป็นคนลวงโลกอยู่อีกเล่าครับ ... ผมเอง จะพยายาม เตือนสติ เตือนใจ ว่า จะไม่ทำตัวเป็นคนลวงโลก อีกต่อไป เพราะเวลาผมมันเหลือน้อยเต็มทีแล้วละครับ ... ขอบคุณมากๆครับ ....

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 13:42 น.] #1385570 (7/18)
คนลวงโลก ที่ได้ใช้กรรมที่เขาก่อขึ้นไปแล้ว และขณะนี้ ก็เป็นคนดีแล้วคนหนึ่ง ก็คือ คนขับTaxi คนนั้น นั่นแหละครับ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 16:55 น.] #1385835 (8/18)

โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 17:13 น.] #1385871 (9/18)

โดยคุณ COWBOYCM (1.1K)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 17:22 น.] #1385885 (10/18)
ขอบคุณมากครับท่านสิทธฺโชติ

ทุกวันนี้ ผมพยายาม ตั้งใจทำดี และซื่อสัตย์กับความรู้สึก ความคิดของตัวเองมากถึงมากที่สุดครับ

สาเหตุที่คนเราชอบ โกหก พูดเพ้อเจ้อ สาเหตุหลัก อาจเป็นการปกป้องตัวเองจากความเห็แก่ตัวของเรา ให้ปลอดภัยจากหลายสิ่งที่จะเข้ามาทำลาย ทำร้ายต่อตนเองครับ แต่บางครั้งเลยเถิดกระทบ ให้ผลร้ายกับผู้อื่น ให้ผู้อื่นเจ็บแค้นขุ่นเคืองได้ครับ

และเป็นบาปที่ทำได้ง่าย หากทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นความเคยชินกับบาปนั้น
พระพุทธองค์จึงบัญญัติ เป็นแนวทางขั้นพื้นฐาน 5 ข้อ
เป็น เบญจศีล หรือ ศีล 5
อาจเป็นเพราะว่าพระองค์ ทรงมองเห็นว่าเป็นบาป ทางเสื่อมที่ทำได้โดยง่ายๆ
จนบางครั้ง ไม่ทันคิดยับยั้งชั่งใจด้วยครับ

ต้องฝึกครับ เราต้องฝึกทุกๆครั้ง ที่เรารู้สติ ยากก็ต้องทำครับ ทำบ่อยๆคงดีขึ้น
แต่ บางครั้งการพูดอ้อม เพื่อหลีกเลี่ยงก็เป็นการดีกว่าที่เราจะพูด ตรงๆ
ต้องดูตามสถานะการณ์ กาลเวลาครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 19:42 น.] #1386092 (11/18)
สวัสดีครับพี่สิทธิโชติ... วันพฤหัสหน้าถ้าไม่มีเรื่องด่วนมาแทรก...เราเจอกันนะครับ (เดี๋ยวชวนคุณอาวิบูล กะพี่ป๊อกด้วยนะครับ) รอบนี้คิวผมนะครับพี่

โดยคุณ nat-36 (213)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 19:45 น.] #1386101 (12/18)

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 20:05 น.] #1386124 (13/18)


(N)
ทุกวันนี้ผมก็ลวงโลกอยู่ทุกวันว่า ผมหน้าตาไม่ดี

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:44 น.] #1386516 (14/18)
โดยคุณ COWBOYCM (125.27.191.*) [5 Nov 2010 17:22] #1385885 (10/13)

ขอบคุณมากครับท่านสิทธฺโชติ

ทุกวันนี้ ผมพยายาม ตั้งใจทำดี และซื่อสัตย์กับความรู้สึก ความคิดของตัวเองมากถึงมากที่สุดครับ

สาเหตุที่คนเราชอบ โกหก พูดเพ้อเจ้อ สาเหตุหลัก อาจเป็นการปกป้องตัวเองจากความเห็แก่ตัวของเรา ให้ปลอดภัยจากหลายสิ่งที่จะเข้ามาทำลาย ทำร้ายต่อตนเองครับ แต่บางครั้งเลยเถิดกระทบ ให้ผลร้ายกับผู้อื่น ให้ผู้อื่นเจ็บแค้นขุ่นเคืองได้ครับ

และเป็นบาปที่ทำได้ง่าย หากทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นความเคยชินกับบาปนั้น
พระพุทธองค์จึงบัญญัติ เป็นแนวทางขั้นพื้นฐาน 5 ข้อ
เป็น เบญจศีล หรือ ศีล 5
อาจเป็นเพราะว่าพระองค์ ทรงมองเห็นว่าเป็นบาป ทางเสื่อมที่ทำได้โดยง่ายๆ
จนบางครั้ง ไม่ทันคิดยับยั้งชั่งใจด้วยครับ

ต้องฝึกครับ เราต้องฝึกทุกๆครั้ง ที่เรารู้สติ ยากก็ต้องทำครับ ทำบ่อยๆคงดีขึ้น
แต่ บางครั้งการพูดอ้อม เพื่อหลีกเลี่ยงก็เป็นการดีกว่าที่เราจะพูด ตรงๆ
ต้องดูตามสถานะการณ์ กาลเวลาครับ



เป็นเช่นนั้นจริงๆ ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:45 น.] #1386520 (15/18)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.58.*) [5 Nov 2010 13:42] #1385570 (7/14)

คนลวงโลก ที่ได้ใช้กรรมที่เขาก่อขึ้นไปแล้ว และขณะนี้ ก็เป็นคนดีแล้วคนหนึ่ง ก็คือ คนขับTaxi คนนั้น นั่นแหละครับ



นั่นน่ะซิครับ คนลวงโลกบางคน ยังทำตัวให้ลวงโลกอยู่ น่าละอายใจจริง ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:46 น.] #1386523 (16/18)
โดยคุณ thai_amulet (124.121.118.*) [5 Nov 2010 19:42] #1386092 (11/15)

สวัสดีครับพี่สิทธิโชติ... วันพฤหัสหน้าถ้าไม่มีเรื่องด่วนมาแทรก...เราเจอกันนะครับ (เดี๋ยวชวนคุณอาวิบูล กะพี่ป๊อกด้วยนะครับ) รอบนี้คิวผมนะครับพี่



ยินดีครับ นัดเป็นนัด ลูกผู้ชายยึดมั่นในสัจจะ ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:48 น.] #1386527 (17/18)
โดยคุณ peterliger (119.160.212.*) [5 Nov 2010 20:05] #1386124 (13/16)


ทุกวันนี้ผมก็ลวงโลกอยู่ทุกวันว่า ผมหน้าตาไม่ดี



รู้ว่าลวงโลก นั่นล่ะครับไม่ลวงโลก
ผิดกับมนุย์บางประเภทที่เกิดมาเป็นสัตว์ประเสริฐ
แต่ยังชอบนิยมลวงโลกอยู่ตลอดไป ไม่รู้จะให้เรียกว่าไง ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:48 น.] #1386531 (18/18)


(N)
ขอบคุณท่านต้นกลมากๆครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1