ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : Chapter 4 -- ธรรมะของหลวงปู่ดู่ -- จากผู้ไม่ยอมกราบพระ กลายมาเป็นศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่ดู่



(N)
สวัสดีตอนค่ำครับ... อากาศช่วงนี้เย็นจังครับ แถมที่บ้านก็กำลังซ่อม ทำให้ปั๊มน้ำใช้ไม่ได้...งานเข้า...เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นก็เลยไม่ทำงาน เป็นอย่างงี้มาเกือบ 3 อาทิตย์แล้วครับ

วันนี้เอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับบุคคลใกล้ชิดของหลวงปู่ดู่มาให้อ่านนะครับ

เรื่องนี้ดีครับ... ถ้ามีเวลากรุณาสละเวลาลองอ่านดูนะครับ แล้วจะเข้าถึงความเมตตาของหลวงปู่ดู่ที่ท่านมีให้กับบรรดาศิษย์ของท่านครับ...

และเช่นเคยนะครับ...บทความดีๆนี้ผมได้คัดลอกมาจาก website luangpordu.com ตามลิงค์นี้นะครับ http://luangpordu.com/?cid=453342&f_action=forum_viewtopic&forum_id=41281&topic_id=33630 ... ขอขอบพระคุณท่านที่กรุณาโพสบทความดีๆมาแบ่งปันให้พวกเราได้ร่วมรับรู้ครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 21:04 น.]



โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 21:04 น.] #1386236 (1/28)
นายอู๋ หรือเฮียอู๋เป็นชื่อของหนึ่งในโยมอุปัฏฐากของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เฮียอู๋เป็นคนอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มีบุคลิกภาพเปิดเผย จริงใจ ตรงไปตรงมา พูดเสียงดังฟังชัด มักมีเรื่องต่าง ๆ มาเล่าให้หมู่คณะฟังอย่างสนุกสนาน

เดิมทีเดียวนั้น เฮียอู๋เป็นผู้มีทิฏฐิมานะค่อนข้างรุนแรง มีอคติกับพระสงฆ์องค์เจ้า เหตุที่มากราบนมัสการหลวงปู่ดู่ได้ก็เพราะไม่อาจทนต่อการคะยั้นคะยอของญาติที่ต้องการให้เฮียอู๋มาถวายสังฆทานกับหลวงปู่เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บุพการีที่จากไป โดยที่เฮียอู่เองจะพยายามพูดเลี่ยงว่าเสียเวลา (ทำมาหากิน)

เมื่อเฮียอู๋มาถึงวัดแล้ว ก็ยังไม่ยอมกราบหลวงปู่ พอญาติพูดชวนให้กราบหลวงปู่ เฮียอู๋ก็ตอบว่า "ผมเคารพแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น ผมไม่เคารพพระสงฆ์" ซึ่งก็ไม่ทราบได้ว่าเฮียอู๋จะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีอะไรในอดีตที่ผ่านมา จึงมีภาพที่ไม่ดีของพระสงฆ์จึงพูดแบบเหมารวมเช่นนั้น

เฮียอู๋นับว่าโชคดีอย่างมหาศาลที่ไม่ได้ตายไปพร้อมกับมิจฉาทิฏฐิเช่นนั้น ด้วยความเมตตาและปัญญาของหลวงปู่ในที่สุด มิช้านานเฮียอู๋ก็มีจิตใจที่อ่อนโยนลง ค่อย ๆ บังเกิดเกิดศรัทธาและยอมลงใจให้กับหลวงปู่ชนิดเต็มร้อย หลวงปู่เคยพูดไว้ประโยคหนึ่งซึ่งทำให้เฮียอู๋และภรรยาไม่เคยลืมเลือน คือประโยคที่ว่า "ตาอู๋ ถ้าข้าไม่ตายซะก่อน ข้าจะเอาแกให้ดีให้ได้"

เฮียอู๋คอยดูแลรับใช้อุปัฏฐากหลวงปู่ด้วยความเคารพนบนอบ และให้ความยำเกรงในองค์หลวงปู่ กล่าวคือเมื่อท่านให้ความเมตตา เฮียอู๋ก็ไม่เคยแสดงอาการที่เรียกว่า "ลามปาม" ครูอาจารย์ รวมทั้งไม่เคยวางตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหลวงปู่แต่อย่างใด จึงสมเป็นแบบอย่างโยมอุปัฏฐากที่ดีอีกท่านหนึ่ง

เฮียอู๋คนนี้เองที่นำเรื่องที่ไม่เคยมีใครทราบมาเล่าให้ข้าพเจ้าฟัง ขณะที่เล่าไป น้ำตาแกก็ไหลออกมาด้วย แกเล่าให้ฟังว่า จะหาใครที่จะขี้เกรงใจเท่าหลวงปู่เราเป็นไม่มี ครั้งหนึ่งท่านอาพาธ แค่ท่านจะขอให้แกไปซื้อยาจากร้านค้าใกล้ ๆ วัด มาให้ท่าน ท่านยังต้องคอยให้เฮียอู๋เสร็จธุระ แล้วเอ่ยปากขอร้องแกอย่างเกรงใจเป็นที่สุด ...โถ ครูบาอาจารย์อันเป็นที่เคารพรักอย่างสูง กับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ทำไมท่านต้องเกรงใจผมด้วย (เฮียอู๋นึกในใจ)

แต่เรื่องที่สะเทือนใจเฮียอู๋มากที่สุด ก็คือการที่ได้พบความจริงตอนขอโอกาสทายาถวายท่านที่บริเวณก้น เพราะเฮียอู๋เพิ่งได้มาเห็นว่าที่ก้นของหลวงปู่เต็มไปด้วยแผลหรือฝี ที่มีร่อยรอยการอักเสบและแตกซ้ำ ๆ เพราะความที่ท่านต้องนั่งรับแขกทุกวี่ทุกวันบนไม้กระดานแข็ง ๆ เป็นเวลานับสิบ ๆ ปี เฮียอู๋ทายาไปก็อดที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้

เฮียอู๋ได้ทำหน้าที่รับใช้หลวงปู่อยู่หลายปี โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเสียส่วนมาก มิได้แสดงอาการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของครูบาอาจารย์ หรือเป็นนายหน้าแต่อย่างใดเลย อีกทั้งยังระมัดระวังทรัพย์สินของสงฆ์เป็นที่สุด เฮียอู๋ยังได้เล่าให้ฟังว่า หลวงปู่เป็นผู้ที่มัธยัสถ์มาก ในช่วงบ่าย ๆ ที่ญาติโยมกลับไปหมดแล้ว หลวงปู่จะเดินไปหยิบหนังยางที่ตกหล่นบนพื้นเอามาแขวนรวมไว้ที่ตะปู เพราะท่านเห็นว่ายังใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งลูกศิษย์ที่มาหยิบเอาไปใช้ก็มักไม่รู้ว่าใครเป็นผู้หยิบมารวมไว้ให้ได้ใช้กัน

เฮียอู๋เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า "คุณรู้ไหม หลวงปู่รักเอ็นดูพวกคุณขนาดไหน เวลาคณะของพวกคุณจะเดินทางมาสนทนาธรรม หรือพักค้างปฏิบัติธรรมที่วัด หลวงปู่จะทราบล่วงหน้า และสั่งให้ผมเก็บผลไม้ไว้ให้พวกคุณรับประทาน เพราะกลัวพวกคุณจะหิว รวมทั้งให้จัดหามุ้งรอท่าไว้ให้"เฮียอู๋ไม่เพียงทำหน้าที่โยมอุปัฏฐากที่ดีเยี่ยมเท่านั้น เฮียอู๋ยังทำหน้าที่ศิษย์ที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน

แม้หลวงปู่จะจากไปแล้ว เฮียอู๋ก็ยังคงมาดูแลที่กุฏิหลวงปู่อยู่เสมอ ๆ สลับกับการไปช่วยงานหลวงปู่สังวาลย์ วัดป่าสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี ไม่ว่าจะทำหน้าที่ขับรถพาพระไปบิณฑบาตทุกเช้า แล้วก็ซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฟอร์นิเจอร์เก่าที่มีคนมาถวายให้วัด เฮียอู๋แสดงอาการแพ้ยูรีเทนให้เห็นก็ตอนทำหน้าที่นี้ (ซึ่งอาจเป็นปัจจัยอันหนึ่งที่เร่งอาการมะเร็งของเฮียอู๋)

ตอนรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งนั้น เฮียอู๋ก็เร่งการปฏิบัติ และหากมีโอกาสก็จะไปพบหลวงปู่สังวาลย์ ซึ่งท่านจะเมตตาเป่าไล่ตั้งแต่หน้าอกและท้องของเฮียอู๋ หลวงปู่สังวาลย์ท่านเมตตาเฮียอู๋มาก ๆ เฮียอู๋ก็เคยกล่าวกับภรรยาว่าได้อาศัยน้ำมนต์หลวงปู่ดู่กับการเป่าของหลวงปู่สังวาลย์ทำให้ไม่เจ็บปวดทรมานมาก และก็ปรากฏเป็นจริงเช่นนั้น เพราะเฮียอู๋ไม่เคยต้องรับการฉีดมอร์ฟีนเลยกระทั่งเสีย

ชีวิตเฮียอู๋ได้รับการกล่าวขานจากทั้งแพทย์และพยาบาล ในช่วงที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในอยุธยา เพราะจากภาพ X-ray นั้น สภาพอวัยวะภายในของเฮียอู๋ แย่มาก ๆ ลิ้นหัวใจก็เปิด แผลฉีกขาดในช่องท้องก็เต็มไปหมด แพทย์และพยาบาลก็ไม่รู้จะอธิบายได้อย่างไรว่าทำไม่เฮียอู๋จึงยังมีชีวิตรอดและสามารถพูดคุยกับพวกเขาได้

เฮียอู่บอกกับแพทย์พยาบาลที่นั้นว่า "ผมจะไม่ตายที่นี่หรอก ผมเตรียมที่ที่ผมจะตายไว้แล้ว" ใน ๒-๓ วัน สุดท้าย แกบอกคนที่มาเยี่ยมว่าแกขอบใจ แต่ขอเวลาแกปฏิบัติเพื่อเตรียมจิตจะเป็นประโยชน์ที่สุดกับแก ภรรยาของเฮียอู๋เล่าให้ฟังว่า เฮียอู๋พอใจที่แกสามารถปฏิบัติยกจิตขึ้นเหนือเวทนาได้ สุดท้ายเฮียอู่ได้เดินทางไปละสังขารที่วัดป่าสามัคคีธรรม ด้วยการจากไปที่เป็นแบบอย่างของนักปฏิบัติธรรม คือ องอาจกล้าหาญ และมีสติสมบูรณ์ ไม่มีอาการทุรนทุรายใด ๆ เลย ลมหายใจของเฮียอู๋ค่อย ๆ สงบลง ๆ กระทั่งหมดลมหายใจ

หลวงปู่สังวาลย์ท่านพยากรณ์ตั้งแต่ยังไม่เผาเฮียอู๋ว่า "เมื่อเผาแล้ว กระดูกจะเป็นพระธาตุ" ซึ่งเรื่องพระธาตุนี้ หลวงปู่ดู่เคยบอกว่า ตั้งแต่โสดาบันกระดูกก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุได้

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ภายหลังการฌาปนกิจศพเฮียอู๋ ปรากฏว่ากระดูกของเฮียอู๋มีสีสัน ที่เด่นคือสีออกอมเขียว พระสงฆ์ลูกศิษย์ของหลวงปู่สังวาลย์ก็คว้ามับเอาไปจำนวนหนึ่ง อัฐิที่เหลือนั้น หลวงปู่สังวาลย์ท่านให้สร้างเจดีย์บรรจุที่หน้าพระอุโบสถวัดป่าสามัคคีธรรม คู่กันกับอัฐิของนายเจริญ มัคคทายกของวัดที่อัฐิเป็นพระธาตุเช่นกัน

พี่ดาผู้ภรรยาเล่าว่า ภายหลังเฮียอู๋จากไปไม่นาน หลวงปู่สังวาลย์ก็มรณภาพ แต่เธอได้ฝันเห็นหลวงปู่สังวายล์อยู่คราวหนึ่ง ในฝันนั้น เธอเรียนถามหลวงปู่ถึงคติที่ไปของสามีเธอ เพราะเธอยังไม่เข้าใจเรื่องอัฐิธาตุนัก หลวงปู่ตอบว่า "เขาไม่มาเกิดแล้ว เขาจะมาเกิดอีกทีก็พร้อมกับพระพุทธเจ้าองค์ข้างหน้าโน้น"เธอถามว่า "หมายถึงพระศรีอริยเมตไตรย หรือเจ้าคะ" หลวงปู่ตอบว่า "อือ"

เรื่องราวของเฮียอู๋นับว่าเป็นแบบอย่างของนักปฏิบัติธรรมคนหนึ่ง ผู้เตรียมตัวเผชิญต่อพญามัจจุราชอย่างอาจหาญสมเป็นศิษย์ของหลวงปู่ดู่ หลวงปู่สังวาลย์ และสมเป็นศิษย์พระตถาคตเจ้าโดยแท้

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 21:17 น.] #1386283 (2/28)
วันนี้บทความค่อนข้างจะยาวซักหน่อยนะครับ... แต่คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ในการอ่านมากๆครับ

"นายอู๋" ในบทความนี้ก็เหมือน "นายเอก" (ผมเองน่ะครับ... ) คือแบบว่าเมื่อก่อนถ้าไม่ต้องพาหม่าม้าไปวัด...ผมเองไม่คิดจะไปเองหรอกครับ ผมว่ามันเสียเวลานอน (ตื่นสายๆ) เสียเวลาสังสรรค์กับเพื่อนวันเสาร์ อาทิตย์ ... อะไรประมาณนั้น แต่พอผมบังเอิญได้อ่านหนังสือธรรมะของหลวงปู่ดู่ เอ่อ...ก็ซื้อจากสมาชิกใน Web G นี่แหละครับ ( https://www.g-pra.com/auctionc/view.php?aid=3151152) มันเลยทำให้เกิดความสงสัยและอยากรู้ว่าธรรมะอะไรกัน ง่ายๆแค่เนี๊ย วันรุ่งขึ้นเลยตัดสินใจลองขับรถไปวัดสะแก (หลงทาง ขับเลยไปถึงอ่างทอง !!!) ...

ก็ประมาณนี้แหละครับที่ทำให้ผมรู้สึกผูกพันธ์กับธรรมะของหลวงปู่น่ะครับ

เขียนซะยาว...ฮิๆๆ...คืนนี้หลับฝันดี และขอให้พระคุ้มครองทุกๆท่านนะครับ


โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 21:20 น.] #1386299 (3/28)
นะโม พรหมปัญโญ
นะโม พรหมปัญโญ
นะโม พรหมปัญโญ

อาจาริยคุณัง วันทามิ

โดยคุณ mouapril (124)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 21:41 น.] #1386359 (4/28)
นะโม พรหมปัญโญ อะคันติมายะ อิติภะคะวา

ผมใช้บูชาหลวงปู่ทุกวันครับ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ

โดยคุณ s4110488 (334)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 21:48 น.] #1386367 (5/28)
แปลกดีจัง เมื่อคืน นั่งคุยกับพี่ที่สนิทกัน

แกบอกว่า หลวงปู่ทวด มาเกิด (ใช้คำปกตินะครับ ใช้คำไม่ถูก )เป็นหลวงปู่ดู่

(ข้อนี้ผมไม่ทราบจิงๆๆ เพราะไม่เคยศึกษาประวัติ) พี่เค้าแนะนำให้ไปหาอ่านประวัติหลวงปู่ดู่ดูนะ

วันนี้พี่ก็นำมาลงให้อ่าน ผมว่าเป็นวาสนาของผมที่จะได้ศึกษาพระเกจิ

ที่ปฏิบัติดีอีกท่านนึง ขอขอบคุณมากครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:07 น.] #1386418 (6/28)
ผมดีใจครับที่ได้อ่านข้อความของคุณ s4110488 และคุณ mouapril

ในบรรดาศิษย์ของหลวงปู่ดู่ มีความเชื่อเกี่ยวกับหลวงปู่ดู่ว่าท่านเป็น "หน่อพุทธภูมิ" และคือตัวแทนของหลวงปู่ทวดแบ่งภาคมาโปรดพวกเราครับ เรื่องนี้อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ แต่ถ้าได้สอบถามบรรนักปฎิบัติสมาธิและกรรมฐานเราก็จะได้ฟังเรื่องทำนองนี้โดยที่ท่านเหล่านั้นได้พูดในเวลาต่างกรรม ต่างวาระครับ

อย่างน้อยๆสำหรับคนที่อ่อนในการปฏิบัติอย่างผม แค่ได้ศึกษาธรรมะของหลวงปู่ ก็รู้สึกถึงบุญที่ได้รับแล้วล่ะครับ

...

ลองอ่านข้อความข้างล่างนี้นะครับที่ผู้เขียนได้พูดถึง พระโพธิสัตว์ --- หน่อพุทธภูมิ --- การแบ่งภาค นะครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:09 น.] #1386420 (7/28)


(N)
...

ช่วงที่ ๑

ประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๙ ข้าพเจ้านายยวง พึ่งกุศล (ปัจจุบันบวชเป็นพระภิกษุวัดสะแก) (สมัยเขียนเรื่อง-leo_tn) ป่วยเป็นโรคท้องเดินอย่างกระทันหัน ได้ไปอยู่โรงพยาบาลปัญจะมาธิราชอุทิศ หมอจัดให้อยู่ในห้องพิเศษ (มีเตียงคู่และห้องน้ำ) แต่ละวันแต่ละคืน ข้าพเจ้าต้องเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายแบบยิบย่อย คือถ่ายมากแล้วก็ค่อยๆ ถ่ายน้อยลง แต่ต้องเข้าห้องน้ำอยู่เรื่อย ไม่มีกากถ่ายไปนั่งเบาสักนิดก็ยังดี ประมาณ ๒ ถึง ๓ นาที ก็ต้องไปเข้าห้องน้ำอีก เป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไปจนกว่าจะถึงเวลาเช้ามืดตี ๒ ถึงตี ๔ ก็จะอ่อนเพลียหมดกำลังหลับไปเอง พอเช้ามืดใกล้สว่างจะต้องลุกขึ้นทำสมาธิบนเตียง ซึ่งมีครูถมยาทำสมาธิอีกเตียงหนึ่ง ทุกวันทุกคืนเป็นอย่างนี้ประมาณ ๑๐ วัน

ในคืนวันหนึ่ง ข้าพเจ้าก็เข้าๆ ออกๆ ห้องน้ำ ตั้งแต่ตอนหัวค่ำปวดท้องเหลือเกิน จะลุกขึ้นเดินก็ตัวขดตัวงอ มือประคองท้องอยู่เรื่อยไป งีบหลับไปได้หน่อยก็ตื่นขึ้นมา ต่างคนต่างทำสมาธิกันไป คืนนั้นข้าพเจ้าหลับตาเห็นแสงสว่างอย่างมากเป็นลำยาวไกลออกไปข้างหน้าอย่าง ประมาณหาที่สุดมิได้ แสงสว่างนั้นยิ่งมากขึ้นๆ แล้วก็ใหญ่ขึ้นจนมองเห็นต้นไม้ใบไผ่ ใบไม้สีเขียวชะอุ่มไกลลิบสุดลูกนัยน์ตา จากนั้นข้าพเจ้าได้เห็นแสงสว่างเป็นรัศมีของดวงอาทิตย์อ่อนๆ แล้วก็ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นทีละน้อยๆ จนเห็นว่าดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากริมเขาชายต้นไม้ เป็นสีเหลืองเข้มค่อยๆ ลอยขึ้นๆ จากน้อยมาหามาก จนใกล้จะถึงครึ่งวงกลมของดวงอาทิตย์ ตอนนั้น จิตของข้าพเจ้าได้เห็นองค์หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืดได้อย่างชัดเจน!

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:09 น.] #1386422 (8/28)
...

ช่วงที่ ๒

ข้าพเจ้าดีใจมาก รู้สึกว่าตัวของข้าพเจ้าสั่นด้วยความดีใจ ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลอยขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งเต็มดวง ดวงอาทิตย์สว่างเจิดจ้า เย็นหู เย็นตา เย็นจิต เย็นใจ ขนพองสยองเกล้าจนถึงศรีษะ ตอนนั้นหลวงพ่อทวดหายไป เปลี่ยนเป็นหลวงน้าดู่ พรหมปัญโญ นั่งอยู่ตรงที่หลวงพ่อทวดนั่ง ดวงอาทิตย์ยังลอยขึ้นใกล้จะถึงตรงศรีษะของข้าพเจ้า หลวงน้าดู่หายไปกลายเป็นหลวงพ่อทวดนั่งอยู่ตามเดิม (บนดวงอาทิตย์) ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลดต่ำลงมาทีละน้อยๆ จนกระทั่งใกล้ถึงตรงหน้าข้าพเจ้า หลวงพ่อทวดหายไป กลายเป็นหลวงน้าดู่ ท่านลงจากดวงอาทิตย์ แล้วเดินมาหยุดข้างหลังข้าพเจ้า ก้มลงเล็กน้อย พร้อมกับยื่นมือขวามาจับพุงของข้าพเจ้า แล้วกระชากดึงพุงอย่างแรงจนตัวไหวไปทั้งตัว ๓ ครั้ง แล้วท่านบอกว่า "หาย" ข้าพเจ้าก็คิดในใจว่าท่านดึง ๓ ครั้งแค่นี้จะหายหรือ เลยลองขยับกายไปทางขวาจะปวดไหม เอ๊ะ! ไม่ปวด ลองขยับมาทางซ้ายบ้างก็ไม่ปวดอีก คราวนี้ลองอีกแรงๆ ก็ไม่เป็นอะไร ด้วยความดีใจก็บอกคุณถมยาว่า "เลิกเหอะ ฉันหายแล้ว หลวงพ่อทวดมาช่วย หลวงน้าดู่รักษาโดยการจับพุงฉันดึง ๓ ที ก็เลยหายพอดี" คุณถมยาเปิดไฟแล้วให้ข้าพเจ้าลุกขึ้นเดินภาวนา กลับไปกลับมาจากหน้าเตียงถึงประตู ๓ ครั้ง ก็ไม่เป็นไรแน่ หายดีเป็นปกติ รูปหลวงน้าดู่ที่ท่านดึงอยู่ก็หายไป เอ๊ะ นี่จะเป็นองค์ไหนกันแน่ที่ทำให้เราหาย ใจหนึ่งคิดว่าหลวงน้าดู่ดึงพุงทำให้เราหาย อีกใจหนึ่งก็คิดว่า หลวงพ่อทวดเหยียบดวงอาทิตย์มารับหลวงน้าดู่เพื่อรักษาเรา มันสับสนคิดไม่ออก หายแล้วกลับไปวัดจะต้องถามหลวงน้าดู่ให้ได้

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:10 น.] #1386425 (9/28)
...

ช่วงที่ ๓

เมื่อครบกำหนด ๑๖ วัน ตามที่หมอสั่งก็กลับบ้านแล้วมาที่วัดทันที ไม่มีดอกไม้ ธูปเทียน มีแต่ใจมากราบนมัสการ พร้อมกับทองคำเปลวอย่างดี ข้าพเจ้าได้ถามหลวงน้าดู่ว่า

ข้าพเจ้า "การที่หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ขึ้นมานั่งบนดวงอาทิตย์ครั้งแรก แล้วต่อมาเป็นหลวงน้าดู่ พรหมปัญโญ พอจะถึงพื้นกลายเป็นหลวงพ่อทวด พอลอยต่ำลงมาถึงพื้น ก็กลายเป็นหลวงน้าดู่ ลงมาช่วยดึงพุงผม ๓ ครั้งจนหาย หมายความว่าอย่างไร เดี๋ยวเป็นหลวงพ่อทวด เดี๋ยวเป็นหลวงน้า"

หลวงน้า "แล้วแกว่าอย่างไร"

ข้าพเจ้า "เห็นกลับไปกลับมา ก็คงเป็นหลวงพ่อทวดองค์เดียวกัน"

หลวงน้า "ก็อย่างแกว่านั่นแหละ"

ข้าพเจ้า "ถ้าอย่างนั้น ก็เป็น พระศรีอริยเมตไตรย นะสิ"

หลวงน้า "ก็หลวงพ่อทวดคือ พระศรีอริยเมตไตรย ท่านกลับชาติมาเกิดเพื่อสร้างบารมี รู้แล้วอย่าพูดไป เพราะคนที่เขาไม่เชื่อ เขาจะพากันตกนรก เราจะพลอยบาปไปด้วย"

ทองคำที่ปิดเท้าหลวงน้าดู่นั้น
ข้าพเจ้าติดถวายแก่พระศรีอริยเมตไตรย
ที่เท้าของหลวงน้าดู่ พรหมปัญโญ

สาเหตุที่นำเรื่องนี้มาเปิดเผย เนื่องจากก่อนที่จะทำการพระราชทานเพลิงศพบิดาของผู้เขียน ผู้เขียนได้มีโอกาสคุยกับน้ายวง ผู้เขียนได้ถามว่า "น้าคิดว่าหลวงปู่เป็นพระอรหันต์ หรือเป็นหน่อพุทธภูมิ" น้ายวงจึงตอบว่า "อาจารย์คิดว่าหลวงน้าเป็นอะไร" ผู้เขียนตอบว่า "ท่านเป็นหน่อพุทธภูมิ เพราะท่านเคยบอกครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่นำพระนาคปรก ซึ่งหลวงปู่บุดดาฝากถวายมาให้ และมีอีกหลายอย่าง ครั้งจากนั่งสมาธิ มีคนเห็นหลวงพ่อกับหลวงพ่อทวดสลับกันไป สลับกันมา ซึ่งแสดงว่าท่านต้องเป็นองค์เดียวกัน" น้ายวงจึงตอบว่า "ถ้าอย่างนั้นผมจะเขียนเรื่องราวที่ผมสัมผัสมากับหลวงน้า ซึ่งหลวงน้าสั่งให้ปิดไว้เป็นความลับ เป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว คงจะถึงเวลาที่จะเปิดได้แล้ว" ผู้เขียนจึงได้นำบทความนี้มาลง ซึ่งเป็นการเขียนจากผู้มีประสบการณ์จากตัวเอง และผู้เขียนเอง มีความรู้สึกอยากสรุปเรื่องของหลวงปู่ เพราะแม้แต่เกศาหรือฟันของท่านก็กลายเป็นพระธาตุ พระเครื่องเกิดเป็นพระธรรมธาตุ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธวิสัย คือผู้ที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ย่อมมีบุญญาธิการเกินกว่าปุถุชนอย่างเรา ไม่ควรที่จะวิจารณ์ ดังที่พระพุทธองค์กล่าวไว้ว่า เป็น จินไตย หรือแม้แต่องค์หลวงปู่เอง ท่านเคยกล่าวว่า "เรื่องของข้าบางทีก็เกินพระไตรปิฎก ต้องรู้เอง ปฏิบัติเอง พูดมากไม่ดี เดี๋ยวคนจะลงนรก"

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:14 น.] #1386435 (10/28)


(N)
ย้ำอีกที... เรื่องนี้อยู่ที่ศรัทธาและความเชื่อส่วนบุคคลครับ

แต่อย่างน้อยถ้าเราได้ "แปลง" ศรัทธาและความเชื่อที่เรามีอยู่เป็นการกระทำ(ดี) ที่เป็นรูปธรรม...ไม่ว่าธรรมะใดๆ เกจิองค์ไหนๆ ก็สามารถเป็นสิ่งวิเศษและเป็นแหล่งบุญให้เราได้ตักตวงและสะสมได้เสมอแหละครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:19 น.] #1386448 (11/28)
บทความเรื่อง "พระโพธิสัตว์ --- หน่อพุทธภูมิ --- การแบ่งภาค" นี้ ผมได้ขออณุญาติคัดลอกมาจาก Website http://www.watthummuangna.com ตามลิงค์นี้นะครับ http://www.watthummuangna.com/home/community/index.php?topic=9.0

ขอขอบคุณท่านที่ได้นำบทความดีๆ ที่ทำให้หลายคนได้รู้จักหลวงปู่ดู่ในหลากหลายมุมมองมากขึ้นนะครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:32 น.] #1386482 (12/28)


(N)
ขอบคุณครับท่านเอกที่นำธรรมะดีๆมาฝากครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:41 น.] #1386507 (13/28)
ขอบคุณครับพี่สิทธิโชติ ธรรมะใดๆจะดีได้ก็ต่อเมื่อเราได้ศึกษา และนำมาปฏิบัติจริงครับ

นี่ผมยังเป็นไข้อยู่เลยครับพี่... ปวดไซนัสมากๆด้วย... มึนครับ...

โดยคุณ s4110488 (334)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:48 น.] #1386530 (14/28)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:51 น.] #1386537 (15/28)
โดยคุณ thai_amulet (124.121.118.*) [5 Nov 2010 22:41] #1386507 (13/14)

ขอบคุณครับพี่สิทธิโชติ ธรรมะใดๆจะดีได้ก็ต่อเมื่อเราได้ศึกษา และนำมาปฏิบัติจริงครับ

นี่ผมยังเป็นไข้อยู่เลยครับพี่... ปวดไซนัสมากๆด้วย... มึนครับ...




ถูกต้องครับ ต้องนำมาปฏิบัติ
มิใช่ท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ไม่ได้ปฏิบัติ ไร้ประโยชน์ครับ
ต้องเรียกว่า "มือถือสาก ปากถือศีล" ครับ

โดยคุณ bangbai (3.9K)  [ศ. 05 พ.ย. 2553 - 22:55 น.] #1386555 (16/28)

โดยคุณ s4110488 (334)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 00:11 น.] #1386689 (17/28)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ Ronado (10.2K)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 00:24 น.] #1386715 (18/28)

โดยคุณ tinkk (3.7K)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 03:10 น.] #1386809 (19/28)
เยี่ยมมากๆครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 05:13 น.] #1386822 (20/28)


(N)
ความรู้ ที่น่าศึกษา อย่างยิ่งครับ

โดยคุณ ป๊อก98 (2K)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 07:19 น.] #1386896 (21/28)


(N)
สวัสดียามเช้าครับ น้องเอก และทุกๆท่านครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 07:33 น.] #1386911 (22/28)
สวัสดีครับ คุณเอก ... ไซนัสอักเสบบันเทาลงหรือยังครับ ... พรุ่งนี้ วันอาทิตย์ ที่ 7 พ.ย. จะไปกราบหลวงปู่นาม วัดน้อยชมภู่ สุพรรณบุรี แต่เช้าตรู่ นำโดยท่านประธานป๊อก98 + ท่านสิทธิโชติ + ท่านรัญ-ซอยรุ่ง (???) ... อยากชวนไปด้วยกันครับ

โดยคุณ thai_amulet (210)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 08:20 น.] #1386949 (23/28)
ไซนัสอักเสบดีขึ้นมานึดนึงครับคุณอา...แต่ตอนนี้เริ่มคันคอมากๆและไอครับ

ลำดับผมจะประมาณ...เป็นหวัด --> ไซนัสอักเสบ --> ไอ

เป็นระเบียบเรียบร้อยและเรียงลำดับอย่างงี้ทุกทีมิมีเปลี่ยนครับคุณอา

พรุ่งนี้คุณอาและคณะเดินทางโดยสวัสดิภาพ และเก็บรูปมาฝากด้วยนะครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 08:43 น.] #1386987 (24/28)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ พิณเปี๊ยะ (1.6K)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 09:26 น.] #1387032 (25/28)

โดยคุณ lew-lew (518)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 10:20 น.] #1387082 (26/28)
ขอคุณสำหรับ บทความดี ๆ อย่างนี้ครับ

โดยคุณ คลับจับลิง (2.5K)  [ส. 06 พ.ย. 2553 - 11:18 น.] #1387148 (27/28)

โดยคุณ ชิโมนา (547)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 22:06 น.] #1390713 (28/28)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1