ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : พรหมฝ่ายพระพุทธศาสนา แตกต่างจากพระพรหมทางฮินดูอย่างไร



(N)


เริ่มที่พระพรหมฝ่ายฮินดูก่อน

พระพรหมของฮินดูเป็นมหาเทพ 1 ใน 3 ของพระเป็นเจ้าสำคัญ คือ พระศิวะ พระนารายณ์ ในยุคสมัยหนึ่งนักปราชญ์ฝ่ายฮินดูได้รวมพระเป็นเจ้าทั้ง 3 ซึ่งเป็นเทพสูงสุดเข้าด้วยกันเป็นพระองค์เดียว เป็นพระตรีมูรติ พระเดชพระคุณแห่งมหาเทพมีเช่นไร พระตรีมูรติก็ดำรงไว้เช่นนั้น แต่ทว่าคนหนุ่มสาวเข้าใจไปเองว่าพระตรีมูรติเป็นเทพแห่งความรัก อันที่จริงเทพแห่งความรักในตำนานฮินดู เป็นเทพชั้นรองๆ ลงมานามว่าพระกามเทพ เป็นเทวดาทรงนกแก้วเป็นพาหนะ

พระพรหมเป็นมหาเทพที่ไม่มีอิทธิฤทธิ์เท่าพระศิวะและพระนารายณ์ คนจึงไม่เลื่อมใสนับถือเท่ามหาเทพทั้ง 2 พระพรหมมีความเจริญในทางพระคุณ เป็นผู้สร้างทั้งสร้างโลกทั้งสร้างมนุษย์ จึงเรียกพระนามว่าพระพรหมธาดาบ้าง ราชคุณบ้าง หรือพระสวยัมภู (ผู้เกิดเอง) ในพระคัมภีร์ฤคเวทเรียกพระประชาบดี แปลว่าผู้เป็นใหญ่ในเหล่าชน

พราหมณ์ เกิดจากพระเศียร

กษัตริย์ เกิดจากพระอังสา (บ่า)

แพศย์ (พ่อค้า) เกิดจากพระนาภี (ท้อง)

ศูทร (กรรมกร) เกิดจากพระบาท

วรรณะเหล่านี้ในอินเดียประหนึ่งชนชั้นโดยกำเนิด ไม่อาจแปรเปลี่ยนได้ พ่อค้าหรือธุรกิจมีกำลังทรัพย์มาก จะโค่นเจ้าสถาปนาตนเป็นกษัตริย์ก็ทำไม่ได้ จะแต่งงานต่างวรรณะกัน ลูกเกิดมาจะกลายเป็นจัณฑาล ซึ่งเป็นที่รังเกียจ เมื่อศาสนาพุทธประกาศพระศาสนา จึงประกาศไม่มีชั้นวรรณะ คนต่างวรรณะเข้ามาบวชยุคแรกย่อมต้องปรับตัวทั้งผู้บวชและท่าทีของสังคมในการ ยอมรับ

พระพรหมฮินดูเป็นมหาเทพ มีเพียงพระองค์เดียว ขณะที่พระพรหมฝ่ายพระพุทธศาสนามีหลายพระองค์ แต่ประพฤติพรหมจรรย์ ขณะที่พระพรหมฮินดูมีพระชายาคือ พระสรัสวดี ผู้เป็นเทวีแห่งอักษรศาสตร์

เมื่อพระพรหมท่านสร้างมนุษย์ที่จำแนกตามชั้นวรรณะ มิได้ให้มนุษย์มีความแตกต่างเพียงนั้น เพราะเหตุนั้น การที่คนต่างกันยังเป็นไปตามพรหมลิขิต ทรงเขียนชะตาชีวิตที่หน้าผากเด็กเมื่อเกิดได้ 6 วัน โหรจึงทำมาหารับประทานได้จากดูดวงชะตาเวลาตกฟากหรือเวลาเกิด นอกจากนี้ยังทรงลิขิตเส้นบนฝ่ามือกับเส้นฝ่าเท้าอีกด้วย

ในการดำเนินชีวิตของคนเรา พระพรหมทรงกำหนดเรื่องหลักๆ ไว้ 5 ประการ คือ

1.กำหนดอายุยืนหรืออายุไม่ยืน

2.ลักษณะจิตใจหรือกระแสอารมณ์

3.สติปัญญา

4.สถานะความร่ำรวยหรือไม่เพียงใด

5.คุณธรรมสำนึก มีความคิดเรื่องบุญ บาป เพียงใด

กระนั้นพระพรหมมิได้ลงลายละเอียดไปเสียทั้งหมด บางคนฉลาด แต่ดันฉลาดแกมโกง ประกอบกับต้องรวย จึงรวยเพราะโกงทั้งโคตร เนื่องจากโกงทั้งโคตรและเป็นโคตรโกง ความเกรงกลัวต่อบาปและละอายใจนั้นไม่มี ปากดีเพราะฉลาดพูดเอาประโยชน์เข้าตน มีทรัพย์มากก็ส่งท่อน้ำเลี้ยงจ้างคนมาพิทักษ์รักษาทรัพย์ของตน คนเช่นนี้มักถูกลิขิตให้ไม่มีโอกาสมีแผ่นดินกลบหน้าในแผ่นดินเกิด

นอกจากพรหมลิขิตแล้ว ฮินดูมีพิธีกรรมในวิถีชีวิตแบ่งออกตามระยะต่างๆ เรียกว่าพิธีสังสการ

คนไทยรู้จักพระพรหมฮินดูมานานแค่ไหน ถ้าลองศึกษาเอกสารหลักฐานทางวรรณคดีโบราณ ปรากฏว่ามีการอ้างถึงพระพรหมในลิลิตโองการแช่งน้ำ สมัยนั้นจะมีคำว่าหงส์หรือไม่ยังน่าสงสัย พาหนะของพระพรหมคือหงส์ แต่ในลิลิตโองการแช่งน้ำท่านเรียกพระพรหมว่าขุนห่าน

"โอมชัยชัย ไขโสฬสพรหมญาณ

บานเศียรเกล้า เจ้าคลี่บัวทอง

ผยองเหนือขุนห่าน ท่านรังก่อดินฟ้า

หน้าจตุรทิศ" ฯลฯ

ครั้นมาถึงยุคศรีปราชญ์ ท่านแสดงปฏิภาณกวีไว้

ด้วยโคลงบทหนึ่ง

"เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม

ปวงเทพเจ้าตกจม จ่อมม้วย

เมรุเปื่อยเป็นตม ทบท่าว ลงนา

หากอกนิษฐ์พรหมฉ้วย ชีพไว้จึงคง" ถ้วมกับฉ้วยเป็นการยักเยื้องคำจาก "ท่วม" และ "ช่วย" นั่นเอง เพื่อให้โคลงเป็นไปตามบังคับเอกโท ความในโคลงนี้ ศรีปราชญ์กล่าวว่าตนร่ำไห้จนน้ำตาท่วมถึงพรหม บรรดาทวยเทพพลอยตายในน้ำตานั้น ภูเขาพระสุเมรุเล่าก็เปื่อยลง กวีที่ขัดคอกวีย่อมมี คงจะแสดงความสงสัยว่า ลองร้องไห้น้ำตาท่วมสวรรค์เพียงนั้นแล้ว ศรีปราชญ์ซึ่งเป็นคนจะมีชีวิตเหลือได้อย่างไร

ศรีปราชญ์ผู้มีปฏิภาณตอบฉับพลันทันใดว่า เพราะอกนิษฐ์พรหมคือพรหมที่อยู่ชั้นสูงสุดได้ช่วยไว้ ตนจึงมีชีวิตรอด

ครับ

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:39 น.]



โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:40 น.] #1389716 (1/13)


(N)


คราวนี้มาพูดถึงพระพรหมในพระพุทธศาสนา ซึ่งควรกล่าวถึงหลักการสำคัญของ 2 ศาสนาไว้ก่อนว่า ศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์นั้นเป็นเทวนิยม คือ มีเทพเจ้าสูงสุดดังมีพระมหาเทพทั้ง 3 ส่วนพระพุทธศาสนาเป็นอเทวนิยม คือไม่มีเทพเจ้าสูงสุด ถ้าจะนับถือพระพุทธเจ้าเป็นเทพ ก็ทรงเป็นพระวิสุทธิเทพ ส่วนพระมหากษัตริย์ถือว่าเป็นสมมุติเทพ คือ เป็นโดยสมมุติ แต่จะเป็นที่ยอมรับนับถือกันนั้นมิใช่เพียงปราบดาภิเษกหรือสืบราชสันตติวงศ์ หากต้องบำเพ็ญพระบารมี เช่น ทรงทศพิธราชธรรม

การที่พระพุทธศาสนาเป็นอเทวนิยม มิได้หมายความว่าปฏิเสธการมีอยู่ของเทวดา หากให้ชาวพุทธกำหนดท่าทีอันถูกต้องต่อเทวดา มิใช่เพื่ออ้อนวอนขอสิ่งนั้นสิ่งนี้ด้วยเชื่อเป็นลัทธิพลบันดาล แต่ด้วยความเชื่อในหลักกรรม คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำความดีมากย่อมเป็นการสั่งสมบารมีของผู้นั้น บางเวลาของช่วงชีวิตอาจรู้สึกว่าตนรับแต่เรื่องเดือดร้อนรำคาญใจทั้งที่ทำ ความดี ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาจเกิดจากผลของวิบากกรรม อันเป็นกรรมเก่าส่งผล และกรรมใหม่ที่เป็นกรรมดียังไม่ให้ผล หรือวิบากกรรมนั้นแรงกว่า อย่างไรก็ตาม กรรมดีแม้ถูกบดบังย่อมส่งผลแน่ เพราะคนเราผู้ยังไม่บรรลุพระนิพพานย่อมเสวยผลวิบากทั้งกรรมดีและกรรมชั่วของ ตนในสังสารวัฏ

เมื่อเป็นเช่นนั้นพระพุทธศาสนามีคำสอนเรื่องท่าทีต่อเทวดาอย่างไร พระบรมศาสดาทรงสอนให้ถือว่าเทวดาเป็นกัลยาณมิตร ดังในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พระท่านจะสังวัธยายบทชุมนุมเทวดาก่อน เพื่อให้เทวดาทั้งหลายมาร่วมฟังธรรม และยิ่งพระภิกษุจะแสดงพระธรรมเทศนาก็ต้องอาราธนาธรรม คือ กล่าวอัญเชิญท่านท้าวสหัสบดีพรหม

อย่างไรก็ดี พระพรหมในพระพุทธศาสนา ท่านมิได้สร้างโลกสร้างมนุษย์ มิได้มีพระองค์เดียว สวรรค์ที่ท่านสถิตจำแนกตามชั้นภูมิธรรมของท่านเมื่อก่อนจะมาปฏิสนธิเป็นพรหม จำแนกเป็นทั้งมีรูปกายและไม่มีรูปกายรวม 16 ชั้นฟ้า ที่ออกจะแปลกคือ พรหมชั้นที่ 10 เป็นอสัญญีพรหม มีรูปกาย แต่ไม่รู้สึก เพราะปราศจากจิตใจ ชาวบ้านเรียกว่าพรหมลูกฟัก

อายุของพรหมยาวนานเป็นกัปกัลป์ จึงเปลี่ยนสถานะมาจุติเป็นเทวดาเพื่อบำเพ็ญบารมีพระโพธิสัตว์ หรืออาจจะบำเพ็ญบารมีตั้งแต่เป็นพรหมก็ได้ หลักการทั่วไป พรหมก็ดีเทวดาก็ดีไม่สามารถบรรลุพระนิพพานในเพศภูมิชั้นของตน ยกเว้นพรหมในชั้นสุทธาวาสเท่านั้นที่สามารถบรรลุนิพพานได้ ไม่ต้องมาจุติเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ขณะที่มนุษย์ถือเป็นภูมิที่สามารถปฏิบัติธรรมจนบรรุพระนิพพานได้ แต่มนุษย์ก็ยังเป็นภูมิที่สามารถทำชั่วสุดๆ ตรงข้ามกับผู้ประพฤติธรรม เป็นมนุษย์สเปโต จึงโกงกินก่อกวน มีแต่ทุกอย่างเป็นของกู เพื่อกู เป็นอสุรกายที่ขาดความกล้า มีแต่หลบหนีและหลอกหลอน

พรหมในพระพุทธศาสนามี 16 ชั้น จึงเป็นที่มาของคำกล่าวบูชา 16 ชั้นฟ้า และพรหมในพระพุทธศาสนาถือพรหมจรรย์ จึงไม่มีคักตีหรือพระชายาดังพระพรหมของฮินดู ที่อยู่ของพรหมอีกนัยหนึ่งคือ อยู่ในธรรมะ ได้แก่ พรหมวิหาร มนุษย์สามารถปฏิบัติตนจนเข้าถึงพรหมได้ก็ด้วยพรหมจรรย์ ตั้งมั่นในศีล ละนิวรณ์และแผ่เมตตาจิต ทั้งนี้ เป็นคำตอบที่พระพุทธองค์ประทานแก่วาเสฏฐมานพ (ในพระไตรปิฎก)

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:41 น.] #1389719 (2/13)


(N)


ผู้บรรลุธรรมเป็นพรหมตามหลักพระพุทธศาสนาจึงมีหลายองค์ ที่เรียกพระ พรหมเอราวัณนั้น เรียกตามชื่อสถานที่ ขณะที่นามท่านจริงๆ โดยคำบอกเล่าของ พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ พระพรหมที่เอราวัณท่านมีนามว่า ท้าวมหาพรหมเกศโร เดิมคือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว.

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:42 น.] #1389720 (3/13)


(N)
บทสวดพระพรหมของพราหมณ์
(เลือกสวดบทใดก็ได้)

- โอม อาฮัม พรหมมา อัสมิ (บทสวดหลัก)

- โอม สารบัม กฮาลวิดาอี พรหมมา

- สัต ชิด เอกัม พรหมมา

- โอม พรหมมะเน นะมัส

- โอม พรหมมา เทวา นะมัสเต

- โอม สารเว ภะโย พรหมมา เนพะโย นะมะฮา

- โอม ปรเมศะ นะมัสการัม โองการะ นิสสะวะรัม
พรหมเรสะยัม ภูปัสสะวา วิษณู ไวยะทานะโมโทติลูกะปัม
ทะระมา ยิกยานัม ยะไวยะลา คะมุลัม
สทานันตะระ วิมุสะตินัม
นะมัสเต นะมัสเต
จะอะการัง ตะโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมันตะรามา
กัตถะนารัมลา จะสะระวะปะติตัม
สัมโภพะกะละ ทิวะทิยัม มะตัมยะ

- โอม จตุรมุขคาย วิดมาเฮ
ฮันษา รุทยา ดีมาฮี
ตันโน พรหมมา ประโจทะยาตุ

- โอม จตุรมุขคาย วิดมาเฮ
กามันดาลุทารัย ดีมาฮี
ตันโน พรหมมา ประโจทะยาตุ

- โอม ปรเมศวราเย วิดมาเฮ
ปารตัตวาเย ดีมาฮี
ตันโน พรหมมา ประโจทะยาตุ

- โอม นะโม ราโช ชุเศอิ สริสตะอุ
สติตะอุ สัตตะวา มายายะชา
ทะโม มายายะ สัมหะริเนอิ
วิศวารูปายะ เวทาเสอิ
โอม พรหมมันไย นะมะฮา

- โอม อีม หรีม ชรีม กลีม สาอะห์ สัต ชิด เอกัม พรหมมา

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:43 น.] #1389723 (4/13)


(N)
บทสวดสรรเสริญพระพรหม

โอม สารบัม กฮาลวิดาอี พรหมมา (3 จบ)
โอม สัตยัม กฮานัม อานันดัม พรหมมา
โอม สัตยัม กฮานัม อานันตัม พรหมมา
โอม สัตยัม กฮานัม อัมรึตัม พรหมมา
โอม สัตยัม กฮานัม อาบโฮยัม พรหมมา
โอม มยามาตมาฮา พรหมมา
โอม ปรากนอานาม อานันดัม พรหมมา
โอม ตัต สัต โอม

ความหมาย :
ทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ถูกสร้างโดยพระพรหมมา
ขอน้อมสักการะพระพรหมมา ผู้เป็นความจริงอันสูงสุด
พระองค์คือความสุข พระองค์คือสรรพความรู้
พระองค์คือสิ่งที่อยู่อย่างนิรันดร์
พระองค์คือสิ่งอันเป็นอมตะ
พระองค์คือสิ่งผู้กล้าหาญเหนือผู้อื่นใด
สรรพความรู้และความสุขทั้งหลายคือพระพรหมมา
ทุกอนูของเราทั้งหลายจึงขอถวายแด่พระพรหมมา
---------------------------------------------------------------

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:44 น.] #1389724 (5/13)


(N)
บทสวดพระพรหมของพุทธ
(เลือกสวดบทใดก็ได้)

- โองการพินธุนาถัง อุปปันนัง
พรหมมาสะหะปะตินามะ
อาทิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปะทุมมังทิสะวา
นะโมพุทธายะ วันทะนังฯ

- โอม พรหมมะเณ นะมะ โองการพินทุ นาถังอุปปันนาถัง
สุอาคะโต ปัญจะปะทุมมัง
พรหมมาสะหัมปะตินามัง ทิสสะวา นะโมพุทธายะ วันทานัง

- โอม พระพรหมมา ปฏิพาหายะ
ทุติยัมปิ พระพรหมมา ปฏิพาหายะ
ตะติยัมปิ พระพรหมมา ปฏิพาหายะ

- พรหมมาจิตตัง ปิยังมะมะ
นะชาลีติ นะมะพะทะ
นะมะอะอุ เมกะอะอุ

- ปิโย เทวะ มะนุสสานัง ปิโย พรหมมา นะมุตตะมัง
ปิโย นาคะ สุปันณานัง ปินินทะริยัง นะมามิหัง
---------------------------------------------------------------

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:48 น.] #1389731 (6/13)


(N)
ขอบคุณ คุณ peterliger มากๆครับ ที่ทำให้ผมมีความรู้มากขึ้นครับ นับถือครับ

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 10:51 น.] #1389735 (7/13)


(N)
ขอขอบคุณสำหรับผู้เยี่ยมชมและแสดงความเห็น (ถ้ามีอะไรที่ผิดไปหรือต้องการเพิ่มเติมช่วยบอกด้วยครับ) ครับ

โดยคุณ cholatan (2.8K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 11:18 น.] #1389755 (8/13)

โดยคุณ mcmc1 (358)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 11:32 น.] #1389767 (9/13)
เมตตา อยากให้ผู้อื่นมีความสุข
กรุณา อยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มีความสงสาร ไม่เบียดเบียน
มุทิตา ชื่นชม ยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่ อิจฉา ริษยา
อุเบกขา วางใจเป็นกลาง วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย

โดยคุณ peterliger (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 11:39 น.] #1389775 (10/13)


(N)
โดยคุณ mcmc1 [ : ] (113.53.87.*) [8 Nov 2010 11:32] #1389767 (9/9)
เมตตา อยากให้ผู้อื่นมีความสุข
กรุณา อยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มีความสงสาร ไม่เบียดเบียน
มุทิตา ชื่นชม ยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่ อิจฉา ริษยา
อุเบกขา วางใจเป็นกลาง วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย
สาธุครับ

โดยคุณ promlok (6.4K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 12:52 น.] #1389870 (11/13)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 14:45 น.] #1390034 (12/13)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 08 พ.ย. 2553 - 16:28 น.] #1390153 (13/13)
ขอบคุณมากครับท่านต้นกล ข้อมูลดีมากๆครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1