ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : THINK BIG

(N)
คิดให้ใหญ่....ไปให้ถึง

นักปราชญ์ของโลกกล่าวไว้ว่า
"คุณจะยิ่งใหญ่ได้ขนาดใหน...อยู่ที่ขนาดของความคิดคุณ"

เชื่อได้ว่าทุกคนคงจะมีความฝัน หรือความหวัง ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยกันทั้งสิ้น แต่กระนั้น หนทางสู่ความฝันนั้น บางครั้งมันดูช่างไกลเสียเหลือเกิน บางครั้ง ก็ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จได้จริงๆ

แต่...เชื่อหรือไม่ว่า เราทำได้ เราสามารถจะประสบความสำเร็จ และคว้าเอาความฝัน ที่เรามุ่งหวังได้ หากรู้วิธี

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะ "คิดให้ใหญ่" เพราะสิ่งสำคัญคือ หากคิดแล้ว

จง"ก้าวไปให้ถึง"ให้ได้

มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งว่ายน้ำจากเกาะหนึ่ง เพื่อไปอีกเกาะหนึ่ง เมื่อว่ายไปได้ครึ่งทาง เขาพบกับหมอกควันที่หนาทึบ เขาลังเลอยู่นานว่าจะทำอย่างไร ทั้งๆที่ระยะทางข้างหน้า กับระยะทางที่เขาว่ายมานั้นเท่ากัน ไม่ว่าจะว่ายไปข้างหน้า หรือว่ากลับ ย่อมต้องเหนื่อยเท่ากัน

ถ้าเป็นท่านผู้อ่าน จะว่ายไปข้างหน้าเพื่อชัยชนะ หรือจะหันหลังว่ายกลับเหมือนคนขี้แพ้ดี ลองถามใจตัวเองดู

มีคำกล่าวที่ว่า "ไม่เคยมีใครเดินสะดุดภูเขาล้ม แต่หากสะดุดอะไรล้ม ก็คงจะสะดุดแค่ก้อนหิน ขาของตัวเอง หรือขาของคนอื่นแล้วล้มลงเท่านั้น"

เห็นทีคำกล่าวนี้จะเป็นจริง เพราะตั้งแต่ที่ผ่านมา เคยมีใครเดินสะดุดภูเขา แล้วล้มลงบ้าง ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ก็เปรียบเสมือนภูเขาลูกใหญ่นั่นล่ะ หากเรามองว่าการที่จะก้าวขึ้นไปสู่ยอดเขานั้นมันช่างยาวไกล อุปสรรคที่เกิดขึ้น ก็เพราะเราสร้างขึ้นมาเองในใจ ทั้งๆที่เจ้าถูเขาลูกใหญ่นั้น มันไม่ใช่ปัญหาเลย

แต่ปัญหานั้นอยู่ระหว่างทาง คือก้อนหิน หรือจังหวะในการก้าวเดินขึ้นไปมากกว่า ว่าเราจะสะดุดหกล้มเพราะมันหรือไม่ ถ้าเราหันมามองประเด็นเล็กๆตรงนี้ จะทำให้เรามองเห็นปัญหาได้เล็กลงมากขึ้น ที่สำคัญ มันเป็นการมองปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าการกลัวว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคเป็นภูเขาลูกใหญ่ทั้งลูก

การคิดให้ใหญ่...ไปให้ถึง จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การเดินทางขึ้นไปบนยอดเขา ได้อย่างแน่นอน เพราะปัญหาต่างๆที่เจอระหว่างทาง จะเล็กมาก ถ้าเราคิดใหญ่พอ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 11:56 น.]



โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 12:22 น.] #1402047 (1/13)


(N)
-

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 12:27 น.] #1402053 (2/13)
ประมวลความคิดของนักคิดระดับโลก

จะขอกล่าวถึงวจีพจน์อมตะของนักปราชญ์และนักคิดระดับโลกที่น่าสนใจและสามารถเตือนสติเราได้เป็นอย่างดี ดังนี้

1. ลีโอนาโด ดาวินชี (Leonardo da Vinci)

ลีโอนาโด ดาวินชี เมื่อกล่าวถึงชื่อนี้น้อยคนนักที่ไม่รู้จักเพราะท่านผู้นี้มีความสามารถอย่างล้นเหลือจนเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก เช่น ท่านเป็นมหาปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ จิตรกร นักปั้น นักพฤกษศาสตร์ และบิดาแห่งศิลปะทางด้านกายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) เป็นต้น สิ่งที่ดาวินชี่ได้ถ่ายทอดไว้ให้แก่ชาวโลกมีมากมายนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปรัชญาในการดำรงชีวิตที่เป็นอมตะสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่

หลักปรัชญาที่สำคัญที่นำเสนอมาจากหนังสือเรื่อง How to Think Like Leonardo da Vinci แต่งโดย Michael Gelb มีใจความสำคัญ ดังนี้

“คุณมองแต่คุณไม่เห็น (You look but you don’t see)
คุณฟังแต่คุณไม่ได้ยิน (You listen but you don’t hear)
คุณสัมผัสแต่คุณไม่รู้สึก (You touch but you don’t feel)
คุณพูดแต่ไม่ได้คิดก่อนที่จะพูด (You speak but you don’t think)”

กล่าวอย่างง่าย ๆ คือมนุษย์ส่วนใหญ่มักทำอะไรโดยขาดสติ เหม่อลอย ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ลีโอนาโด ดาวินชี จึงแนะนำวิธีฝึกสติอย่างง่าย ๆ คือ เมื่อมองสิ่งใดก็ตามให้ตั้งใจมอง ฟังให้ตั้งใจฟัง สัมผัสสิ่งใดให้รู้สึกว่าสัมผัสอะไรอยู่ และก่อนจะพูดสิ่งใดให้คิดพิจารณาก่อนทุกครั้ง และให้พูดทีละคำฟังทีละเสียง
การมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้รวดเร็ว ว่องไว และเฉียบคม สามารถรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และเพื่ออะไร สามารถเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีชีวิตเป็นของตนเอง นอกจากนั้น การตั้งใจทำในทุกอิริยาบถในปัจจุบัน จะเป็นการตัดความคิดที่ฟุ้งซ่าน ความคิดที่เศร้าหมองภายในจิตใจ และความคิดในอดีตทั้งหลาย ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง เมื่อจิตว่างจากความคิดทางต่ำจิตจึงจะเบา ความคิดที่สร้างสรรค์จะผุดขึ้นมามากมาย เมื่อคิดดี กิริยาก็งดงาม คำพูดก็ไพเราะเมื่อนั้นสิ่งที่ดีก็จะตามมา

“เหล็กที่ปล่อยไว้จะขึ้นสนิม น้ำที่ไม่มีการไหลเวียนจะเน่า ความเย็นที่ไม่มีการหมุนเวียนจะกลายเป็นน้ำแข็ง ฉันใดฉันนั้นสมองของมนุษย์หากปราศจากการครุ่นคิดใด ๆ ก็จะทื่อและเขลาได้ในที่สุด”

มนุษย์ที่ฉลาดจะต้องมีการประมวล และไตร่ตรองความคิด และการกระทำของตนเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อเจอะเจอปัญหาเฉพาะหน้า จึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที การคิดที่ถูกวิธีคือ คิดเพียงเรื่องเดียว แต่ครบทุกด้าน และลงลึกจนเข้าใจเรื่องนั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่การคิดหลาย ๆ เรื่องในเวลาเดียวกันคือ การฟุ้งซ่านซึ่งไม่ก่อประโยชน์และเป็นการเสียเวลาเปล่า นอกจากนั้น เรื่องที่จะคิดควรเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์เกิดประโยชน์ ทำให้เรามีความสุขขึ้นทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งไหนที่ไร้สาระ หรือทำให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นมัวให้ตัดทิ้งโดยการเปลี่ยนเรื่องคิดทันที

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 12:28 น.] #1402055 (3/13)
2. แจ็ค เวลช์ (Jack Welch)

Jack Welch อดีต CEO ของบริษัทจีอีที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก สุดยอดแนวคิดของ Jack Welch นำมาจากหนังสือเรื่อง Control the Destiny or Someone Else Will คือการรู้จักกำหนดชะตาชีวิตของตนเองก่อนที่คนอื่นจะเข้ามาบงการชีวิตคุณ และอีกเล่มหนึ่งคือ Jack Straight from the Gut ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ได้แก่

“Live with the present reality as it is, not the kind of reality that used to be in the past or the reality that you want it to be”
“จงอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบันที่คุณกำลังประสบอยู่ ไม่ใช่ความเป็นจริงที่มันเคยเป็น หรือความเป็นจริง ที่คุณอยากให้มันเป็น”

กล่าวโดยสรุปคือ ให้อยู่กับปัจจุบันนั่นเอง ธรรมชาติของมนุษย์มีความยึดมั่นถือมั่น ยึดติดกับความสุขในอดีต และคิดว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น ดังเดิมตลอดไปแต่เมื่อปัจจุบันไม่เป็นอย่างที่หวังก็เศร้าโศกเสียใจ หรือติดกับความทุกข์ในอดีตจนไม่กล้าที่จะทำสิ่งใดต่อไปในอนาคต ชีวิตก็จมปรักอยู่กับที่ไม่เจริญก้าวหน้า Jack Welch จึงเสนอแนวคิดในการดำเนินชีวิตเพื่อไปสู่ความสำเร็จ คือการอยู่กับปัจจุบันทิ้งอดีต และทำวันนี้ให้ดีที่สุด

3. ขงจื๊อ (Confucius)

ขงจื๊อ นักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ชาวจีนผู้มีคนให้ความเคารพศรัทธา และยึดถือแนวทางคำสอนกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ได้สอนหลักในการคบคนไว้ ดังนี้

“การคบคน ต้องเลือกคบคนที่มีคุณธรรมสูงกว่าหรือเท่า ๆ กับเรา”

เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น ในชีวิตประจำวันคำพูด ความคิด การกระทำ ความรุ้สึก และอารมณ์ของคน รอบข้างจะกระทบต่อเราอยู่ตลอดเวลาอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น หากเราคบหาสมาคมกับคนที่ขาดคุณธรรม จะทำให้จิตใจของเรา ตกต่ำตามไปด้วย ดังนั้น ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี มีความสุข ประสบความสำเร็จ จะต้องเลือกคบคนดีมีคุณธรรมนั่นเอง

4. สก็อต เพ็ค (Scott Peck)

แนวคิดของ สก็อต เพ็ค นำมาจากหนังสือเรื่อง The Road Less Traveled ได้แก่

"Life is Difficult" –ชีวิตเป็นของยากมันไม่ง่ายอย่างที่เราคิดจึงไม่ควรประมาทหรือล้อเล่นกับชีวิต

การประสบกับปัญหาและอุปสรรคมากมายในชีวิตนับเป็นเรื่องธรรมดา ดั่งเมฆบนท้องฟ้าดั่งคลื่นในมหาสมุทรมันมาแล้วมันก็ไปไม่มีวันหยุดยั้ง หากเรายอมรับสัจธรรมข้อนี้ได้เมื่อเจอปัญหาเราจะไม่สะทกสะท้าน ไม่มีความเครียดเลยแม้แต่น้อยเพราะปัญหามันเกิดขึ้นได้ก็ย่อมหมดไปได้ แต่ที่มนุษย์ยังต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ทุกวันนี้ เพราะยึดมั่นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเหมือนเดิมโดยลืมไปว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จีรังและเหมือนเดิมตลอดไป

โดยคุณ cholatan (2.8K)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 13:03 น.] #1402099 (4/13)

เยี่ยมมากครับ

โดยคุณ promlok (6.4K)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 14:01 น.] #1402184 (5/13)
สุดยอดเลยครับพี่ปัญญา

โดยคุณ thanaanan (7K)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 15:48 น.] #1402293 (6/13)


(N)

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 18:09 น.] #1402465 (7/13)

โดยคุณ คนหลังแก้ว (559)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 19:19 น.] #1402571 (8/13)
สุดยอดครับคุณปัญญา...
คิดทั้งทีต้องคิดให้ใหญ่ไว้ เพราะเสียเวลาคิดเท่ากัน!


โดยคุณ สาวบางโพ (1.9K)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 22:54 น.] #1403025 (9/13)

โดยคุณ joesoot (724)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 23:02 น.] #1403045 (10/13)
ชีวิตคนเราหลากหลายมากครับพี่ วิธีคิดที่เหมือนกัน ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนแน่นอนครับ ไม่งั้นเก่งกันหมด รวยกันหมดครับพี่ เคยได้ยินที่เค้าถามไม๊ครับว่า คนโง่ คนจน มีประโยชน์ยังไง เค้าตอบว่างี้ครับพี่.... ก็มีไว้ให้พวก..งึดูดีไง..ไอ้...วาย ...มาจากหนังไทยสักเรื่องนี่เเหล่ะครับ ผมชอบครับ มันสะใจดี เวลาบอกกับไอ้พวกที่คิดว่าข้านะสุดยอดแล้ว ขำๆนะพี่ ไม่มีอะไร.. การที่คิดแบบมีแบบแผน ก็ดีครับ มันทำให้เราได้ใช้ความสามารถมากขึ้น ดูมีคุณภาพและศักยภาพมากขึ้นครับ และอาจจะดูมีคุณค่าในสายตาผู้อื่นมากขึ้นด้วย

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 23:36 น.] #1403168 (11/13)
โดยคุณ joesoot (125.25.184.*) [16 Nov 2010 23:02] #1403045 (10/10)

ชีวิตคนเราหลากหลายมากครับพี่ วิธีคิดที่เหมือนกัน ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนแน่นอนครับ ไม่งั้นเก่งกันหมด รวยกันหมดครับพี่ เคยได้ยินที่เค้าถามไม๊ครับว่า คนโง่ คนจน มีประโยชน์ยังไง เค้าตอบว่างี้ครับพี่.... ก็มีไว้ให้พวก..งึดูดีไง..ไอ้...วาย ...มาจากหนังไทยสักเรื่องนี่เเหล่ะครับ ผมชอบครับ มันสะใจดี เวลาบอกกับไอ้พวกที่คิดว่าข้านะสุดยอดแล้ว ขำๆนะพี่ ไม่มีอะไร.. การที่คิดแบบมีแบบแผน ก็ดีครับ มันทำให้เราได้ใช้ความสามารถมากขึ้น ดูมีคุณภาพและศักยภาพมากขึ้นครับ และอาจจะดูมีคุณค่าในสายตาผู้อื่นมากขึ้นด้วย

ตอบ.................
ที่ผมพยายามสื่อมาทั้งหมดนี่ ความหมายคือการพยายาม ให้คนเราเกิดแรงจูงใจครับ เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะคิด จะทำอะไร ให้มันสร้างสรรค์ และพยายามที่จะคิดใหญ่เข้าใว้ การคิดใหญ่ และการตั้งเป้าหมาย มันทำให้เราพยายามที่จะไปถึงเป้าหมายที่วางเอาใว้ โดยไม่คำนึงถึงอุปสรรคต่างๆ มันสามารถใช้ได้กับทุกคนแน่นอนครับ อยู่ที่ว่า กล้าคิดแค่ใหน หรือว่าพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วมาโทษโชคชะตา อันนี้สำคัญครับ

บางคนอาจจะถามว่า แล้วคุณปัญญามีดียังงัย มาบอกกล่าวเรื่องความคิด มันประสบกับตัวผมเองครับ ผมติดคดีค้ำประกันอยู่คดีหนึ่ง ต้องใช้เงินให้เขาเดือนละ 5000 ถ้าผมโทษโชคชะตา วันๆผมคงไม่ต้องทำอะไร แต่ตอนนี้ผมคิดใหญ่ครับ ผมหาความรู้ อ่านหนังสือ ทำทุกอย่างเพื่อจะให้ชีวิตผมดีขึ้น นอกเหนือจากงานประจำ ซึ่งมันตอบสนองกับความต้องการของผมไม่ได้

สำหรับคำพูดที่คุณ joesoot บอกว่า
" การที่คิดแบบมีแบบแผน ก็ดีครับ มันทำให้เราได้ใช้ความสามารถมากขึ้น ดูมีคุณภาพและศักยภาพมากขึ้นครับ และอาจจะดูมีคุณค่าในสายตาผู้อื่นมากขึ้นด้วย"

ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเราคิดอย่างสร้างสรรค์ และมีเป้าหมายที่ใหญ่ และชัดเจนแล้ว ความสามารถจะมาทีหลังนะครับ ความพยายามจะมาก่อน เมื่อเราเกิดความชำนาญ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าเป็นความสามารถที่แท้จริง และก็ไม่ใช่การทำให้ดูดี มีค่าในสายตาผู้อื่น แต่ทำเพื่อให้ตัวเรามีค่ามากขึ้นต่างหากครับ

ส่วนคำพูดที่ว่า
"คนโง่ คนจน มีประโยชน์ยังไง เค้าตอบว่างี้ครับพี่.... ก็มีไว้ให้พวก..งึดูดีไง..ไอ้...วาย ...มาจากหนังไทยสักเรื่อง" ผมว่าอย่าดูเลยครับหนังเรื่องนี้ เสียเวลา ไม่ได้สร้างสรรค์เลยครับ นอกจากจะทำให้เราไม่พัฒนาแล้ว คำพูดที่ไม่สุภาพพวกนี้ยังจะติดตัวเรามาอีก เฮ้อ.....

โดยคุณ toei89 (625)  [อ. 16 พ.ย. 2553 - 23:56 น.] #1403200 (12/13)

โดยคุณ joesoot (724)  [พ. 17 พ.ย. 2553 - 11:57 น.] #1403677 (13/13)
เห็นด้วยพี่...

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1