ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : <<<<<< เล่าสู่กันฟัง >>>>>

(N)
..ไหล่ของฉัน
มันไม่ได้มีความหมายเพียงเพื่อประคองหัวฉันไว้คนเดียวเท่านั้น
แต่เพื่อนสามารถใช้มันเพื่อประคองหัวเพื่อนได้ด้วย

..เสื้อของฉัน
ไม่ได้มีไว้ห้อหุ้มร่างกายของฉันเพียงอย่างเดียว
มันพร้อมจะเป็นที่เช็ดน้ำตา และที่สั่งขี้มูกของเพื่อนถ้าเพื่อนต้องการ

..แขนของฉัน
ไม่ได้มีไว้จูงหมาเดินเล่น แต่มันสามารถใช้ประคองเพื่อนเมื่อเพื่อนจะล้ม
แต่ถ้าเพื่อนล้มลงไปแล้ว ฉันก็ยังมีมืออีก 1คู่ไว้ช่วยฉุดเพื่อนขึ้นมา

..ปากของฉัน
ไม่ได้มีไว้เพื่อกินและพูดพล่ามทั้งวันหรอกนะ
แต่มีไว้พูดให้กำลังใจเพื่อนด้วยเมื่อถึงเวลาจำเป็น

..ตาของฉัน
มีไว้เพียงเพื่อกระพริบขึ้นลงเสียเมื่อไหร่
ฉันเอาไว้ใช้มันมองสิ่งดีๆในตัวเพื่อนด้วยต่างหาก

..ฟันของฉัน
ก็ไม่ได้มีไว้กัดใครๆเขา
แต่มีไว้เพื่อจะใช้มันประดับเหงือก ทุกครั้งฉันยิ้มให้เพื่อน

..หูของฉัน
ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเจาะรูแขวนเครื่องประดับ
แต่มันใช้ฟังเพื่อน เมื่อเพื่อนต้องการระบายอะไรออกมาให้ฉันฟัง

..เท้าของฉัน
ไม่ได้มีไว้สะสมกลิ่น... โอเค ถึงแม้มันอาจจะมีบ้าง
แต่ฉันจะใช้เท้าเพื่อเดินอยู่ข้างๆเพื่อนนี่แหละ จะไม่ไปไหนไกล

..สมองของฉัน
อาจไม่ค่อยมีประโยชน์เวลาสอบนักก็จริง
แต่มันจะทำงานหนัก เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ

..และหัวใจของฉัน
ก็ไม่ได้มีไว้สูบฉีดเลือดเพียงอย่างเดียว
แต่มันทำหน้าที่เก็บเพื่อนไว้ข้างในได้ด้วย...

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:46 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:48 น.] #1413223 (1/22)


(N)
ข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:48 น.] #1413225 (2/22)
โจทย์ข้อหนึ่งในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนมีดังนึ้ "จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร"
รู้จักกันนะครับ ว่าบาร์รอมิเตอร์นี่ก็คือเครื่องมือวัดความกดอากาศนั่นเอง (อธิบายเพิ่มเติมก็คงต้องบอกว่า อากาศนั้นมันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่น
และแรงกดของอากาศนั้นเมื่ออยู่ในระดับความสูงที่เปลี่ยนไป ความกดอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย)

นักศึกษาคนหนึ่งเขียนคำตอบลงไปว่า
"เอาเชือกยาวๆ ผูกกับบารอมิเตอร์แล้วหย่อนลงมาจากยอดตึก แล้วก็เอาความยาวเชือก บวกความสูงบารอมิเตอร์ก็จะได้ความสูงของตึก"

ฟังดูเป็นอย่างไรครับคำตอบนี้ ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลยครับ แต่อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขันอย่างผมด้วย
อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้นสอบตก นักศึกษาผู้นั้นยืนยันต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่า คำตอบของเขาควรจะถูกต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
และคำตอบของเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาตัดสินเรื่องนี้
และในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกันว่า คำตอบนั้นถูกต้องอย่างแน่นอน แต่เป็นคำตอบที่ไม่แสดงถึงความรู้ความสามารถทางฟิสิกส์
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้นมา แล้วให้สอบข้อสอบข้อนั้นอีกครั้งหนึ่งต่อหน้า
โดยให้เวลาเพียง 6 นาทีเท่ากับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม เพื่อหาคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ทางด้านฟิสิกส์

หลังจากผ่านไป 3 นาที นักศึกษาคนนั้นก็ยังนั่งนิ่งอยู่ กรรมการจึงเตือนว่า เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วจะไม่ตอบหรืออย่างไร
นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า เขามีคำตอบมากมายที่เกี่ยวกับฟิสิกส์ แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้คำตอบไหนดี
และเมื่อได้รับคำเตือนอีกครั้ง นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลงไปดังนี้

ให้เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกและทิ้งลงมา จับเวลาจนถึงพื้น, ความสูงของตึกหาได้จากสูตร H=0.5g*t กำลัง 2

หรือถ้าแดดแรงพอให้วัดความสูงบารอมิเตอร์แล้วก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น แล้ววัดความยาวของเงาบารอมอเตอร์
จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก แล้วคิดด้วยตรีโกณมิติก็จะได้ความสูงของตึกโดยไม่ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยซ้ำ

หรือถ้าเกิดอยากใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มากกว่านี้ ก็เอาเชือกเส้นสั้นๆ มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้วแกว่งเหมือนลูกตุ้ม ตอนแรกก็แกว่งระดับพื้นดิน
แล้วก็ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า ความสูงของตึกจะหาได้จาก ความแตกต่าง ของคาบการแกว่ง เนื่องจากความแตกต่างของแรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล
คำนวณจาก T = 2 พาย กำลัง 2 รากที่ 2 ของ l/g

ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟก็ง่ายๆ ก็เดินขึ้นไปเอาบารอมิเตอร์ทาบแล้วก็ทำเครื่องหมายไปเรื่อยๆจนถึงยอดตึกนับไว้คูณด้วยความสูงของบารอมิเตอร์ก็ได้ความสูงตึก

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าเบื่อและยึดถือตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก คุณก็เอาบารอมิเตอร์วัดความดันอากาศที่พื้นและที่ยอดตึก คำนวณความแตกต่างของความดันก็จะได้ความสูง

ส่วนวิธีสุดท้ายง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ
ไปเคาะประตูห้องภารโรง แล้วบอกว่า อยากได้บารอมิเตอร์สวยๆใหม่เอี่ยมสักอันไหม ช่วยบอกความสูงของตึกให้ผมทีแล้วผมจะยกให้

นักศึกษาคนนั้นคือ นีล โบร์ ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:50 น.] #1413229 (3/22)


(N)
มีหนุ่มเจ้าสำราญผู้หนึ่ง วันๆไม่ยอมทำประโยชน์อะไร ดีแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ ทั้งๆที่อายุอานามก็สมควรแก่การสร้างเนื้อสร้างตัวสร้างฐานะและมีครอบครัวแล้ว
แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะมีความรับผิดชอบไม่คิดอยากจะรับภาระอะไรใดๆทั้งสิ้น ด้วยเห็นว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อยู่แล้วที่ต้องหาเงินหาทองไว้ให้ลูก
และกิจการที่บ้านนั้น ทั้งพ่อและแม่ต่างช่วยกันทำมาหากินอย่างขยันแข็งจนเงินทองที่มีอยู่ชาตินี้เขาคงใช้ไม่หมดด้วยซ้ำ

วันหนึ่ง ชายหนุ่มผู้นี้และเพื่อนๆอีก 2-3 คน พากันเข้าป่าหมายจะไปล่าสัตว์ แต่เมื่อเดินเข้าป่าไปได้สักพักใหญ่ เขาก็เกิดพลัดหลงกับเพื่อน
ชายหนุ่มจึงเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมาย เขาเริ่มหลงทาง เขาเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียแต่ก็ต้องหาทางเดินต่อไป เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า
บรรยากาศรอบข้างมืดลง ไม่เห็นหนทาง เขาจึงทิ้งตัวลงนอน ด้วยความหิวโหยและหมดแรง

รุ่งขึ้น..เขายังคงเดินต่อไป เพื่อหาทางออกนกระทั่งพระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขาอีกครั้ง แต่ขณะที่เขากำลังจะทิ้งตัวลงอย่างหมดหวัง
เขาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟจากกระท่อมกลางป่าหลังหนึ่งเขาจึงรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่รีบวิ่งไปยังกระท่อมนั้นและได้พบสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง
ซึ่งเมื่อไต่ถามความเป็นมาของชายหนุ่มแล้ว ทั้งคู่ก็บอกให้ชายหนุ่มไปอาบน้ำอาบท่า แล้วจัดแจงหาข้าวปลาอาหารมาให้กิน คืนนั้นชายหนุ่มจึงหลับไปด้วยความสุข

วันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยความแจ่มใสและรู้สึกตื้นตันใจในความเมตตากรุณาของสองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก เขาจึงกล่าวขึ้นว่า
ข้าขอขอบคุณท่านทั้งสองที่ได้ช่วยชีวิตข้าในครั้งนี้แม้เราไม่เคยรู้จักกัน แต่พวกท่านก็ให้การดูแลข้าอย่างดีข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรจึงจะทดแทนน้ำใจของพวกท่านได้

ฝ่ายภรรยาจึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วตอบว่า
หนุ่มน้อย ถ้าเจ้าอยากตอบแทนละก็ กลับไปทดแทนบุญคุณพ่อแม่ของเจ้าเถิด พวกเขาเลี้ยงดูอุ้มชูเจ้ามาให้ทั้งข้าวปลาอาหารน้ำท่าที่พักพิง จนเติบใหญ่เพียงนี้
บุญคุณนั้นใหญ่หลวงนัก เราสองคนแค่ให้ที่พักพิงเจ้าชั่วข้ามคืนหนึ่งเทียบกับพ่อแม่เจ้าไม่ได้หรอก

ได้ฟังดังนั้น ชายหนุ่มจึงคิดได้ว่า เขาเป็นผู้ที่หลงทางจริงๆ

.........

คนไทยเราได้รับการปลูกฝังและสั่งสอนกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าความกตัญญูกตเวทีนั้นเป็นคุณธรรมสำคัญที่เราควรปฏิบัติต่อพ่อแม่และผู้มีบุญคุณแก่เรา
แต่เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามพระคุณของพ่อแม่ผู้ซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุดโดยคิดว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำนั้นเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ
แต่ในขณะที่ผู้อื่นหยิบยื่นน้ำใจให้เพียงเล็กน้อย เราก็ตื้นตันชื่นชม และประทับใจไม่ลืม อย่างนี้มันยุติธรรมสำหรับผู้ให้กำเนิดเราแล้วหรือ

จงอย่าปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆที่มีโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ผ่านเลยไปโปรดตอบแทนความรักอันยิ่งใหญ่นั้นในทุกๆวันของชีวิตเรา
...ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:51 น.] #1413233 (4/22)


(N)
การวางเฉยเป็นมารยาทที่ดี แต่มากนักมักเป็นคนลับลมคมใน

ผู้ที่สามารถควบคุมความโกรธไว้ได้ เป็นผู้มีปัญญายอดเยี่ยม

การทำงานอย่าเอาแต่ทิฐิของตน ต้องเข้าใจเหตุผลของงาน

อารมณ์โกรธเข้าประตูหน้า สติปัญญาก็โผออกประตูหลัง

เมื่ออยากจะรู้ความในใจเขา ต้องฟังเขาพูด

ถอยสักก้าว ทะเลดูกว้าง ท้องฟ้าสดใส

คบหากันเพราะรูปโฉม ความงามร่วงโรย ความรักก็สลาย

ผู้ให้ไม่หวังผล ผู้รับไม่ควรลืม

ใคร่ครวญต้องช้า ๆ ลงมือทำต้องรวดเร็ว

ยามรุ่งเรืองไม่ประมาท ยามตกยากต้องอดทน

คุณธรรมความดีไม่ได้อยู่ที่ลิ้น หากเก็บไว้ในใจ

คนรักของเพื่อน อย่าได้รังแกล่วงเกิน

ปัจจุบันละเลยเรื่องเล็กน้อย ภายหน้าเสียใจอย่างใหญ่หลวง

หญิงขี้เกียจกับเตียงที่อบอุ่น ย่อมแยกจากกันยาก

การกล่าววาจากระทบผู้อื่น เหมือนคมมีดกรีดหัวใจ

ผู้มีความเพียรอย่างแรงกล้า เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

มารยาทดีงามต่อคน เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด

ภายใต้ฟ้าไม่มีสิ่งใดมาก สำหรับผู้มีใจพากเพียร

คุณความดีคือเว้นจากการทำบาป และยังไม่คิดจะทำบาปอีกด้วย

กิจกรรมทั้งมวล ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุด

ความมัธยัสถ์เป็นหนทางแห่งความร่ำรวยที่ยิ่งใหญ่

ไม่มีสิ่งใดไม่ประสบความสำเร็จ หากมีความขยันอดทน

ขอให้ทุกคนจงสดับ อย่าได้ไม่รู้จักประมาณตน

รายได้น้อย รายจ่ายมาก ยังให้ทุกข์ได้ทั้งชีวิต

ความโกรธทำให้ตนเองรับทุกข์ทรมาน

คนโง่เท่านั้นมักอวดตนเป็นคนฉลาด

ความรู้ทำให้รู้จักถ่อมตน ไร้ความรู้ทำให้จองหองอวดดี

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:52 น.] #1413235 (5/22)


(N)
ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ ( Just a little inconvenience )

ลอร์ด เนลสัน แม่ทัพเรือผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคนเมาคลื่น โฮราทิโอ เนลสัน เป็นเด็กร่างผอมเล็ก ป่วยเป็นประจำ
เมื่ออายุสิบสองขวบ พ่อจึงส่งไปเป็นลูกเรือ เนลสันใช้เวลาหลายปีไต่เต้าจนเป็นกัปตันเรือ

เมื่อนโปเลียน โบนาปาร์ต ยาตราทัพไปทั่วยุโรป เนลสันก็เข้าสู่สงคราม สู้รบจนได้รับบาดเจ็บ ตาข้างขวาบอด และในสงครามครั้งถัดมา เขาก็เสียแขนขวา
หากเป็นกัปตันคนอื่น ก็คงเลิกประจำการไปแล้ว แต่เนลสันไม่ยอมเลิก เขาประจันหน้าทัพนโปเลียนที่อียิปต์ เอาชนะศัตรูอย่างงดงาม
ในสงครามครั้งนี้ เขาบาดเจ็บที่ศีรษะ สมองถูกกระทบกระเทือน แต่เขายังคงไม่ยอมเลิก

ในสงครามใหญ่ครั้งหนึ่ง ผู้บัญชาการของเนลสันส่งสัญญาณให้เขาถอยหนีข้าศึก เนลสันหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมามองด้วยตาข้างขวา
และบอกว่า "ไม่เห็นมีสัญญาณอะไรเลยนี่หว่า" เมื่อยืนหยัดสู้ ทัพเรือของเขาก็ชนะข้าศึก


ในสงครามครั้งสุดท้ายของเขา เนลสันต่อกรกับทัพเรืออันเกรียงไกรของฝรั่งเศส-สเปน เนลสันถูกนักแม่นปืนศัตรูยิงบาดเจ็บสาหัส
นอนรอความความตายอยู่หลายชั่วโมง แต่เขาก็ไม่ยอมตายจนกว่าจะได้ยินว่าทัพเรือของตนชนะ
...

ปัญหาในโลกนี้แบ่งออกเป็นสองอย่าง อย่างหนึ่งคือปัญหาจริง อย่างหนึ่งคือปัญหาที่ฝันขึ้นเอง (Imaginary problem)
หากพิจารณาดูตัวปัญหาของเราให้ดี อาจพบว่าบางปัญหาเป็นเพียงจินตนาการเชิงลบเท่านั้น เช่น "ตายแน่เลยถ้าเราขายงานนี้ไม่ผ่าน"
หรือ "หน้าตาอย่างเรา ใครเขาจะเหลียวแล" ฯลฯ ที่ตลกก็คือ แม้แต่ปัญหาจริงก็ยังมีการแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ

ใบหน้ามีสิวสำหรับคนหนึ่งอาจเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดจะฆ่าตัวตายแต่สำหรับอีกคนอาจเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง
การตกงานสำหรับคนหนึ่งคือความล้มเหลวเลวร้าย สำหรับอีกคนหนึ่งอาจเป็นประตูสู่ชีวิตใหม่

ดังนั้น ท่าที (attitude) ต่อปัญหา จึงสำคัญมากกว่าตัวปัญหาเอง พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นปัญหา มันก็เป็นปัญหา
ถ้าคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ มันก็เป็นปัญหาใหญ่ และถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก มันก็รบกวนเราได้แค่ "ความไม่สะดวกเล็ก ๆ"

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 21:57 น.] #1413239 (6/22)


(N)
เล่าสู่กันฟังจาก ศอฉ ครับ
ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามผลงาน ศอฉ ครับ

โดยคุณ korngavee (1.5K)  [อ. 23 พ.ย. 2553 - 22:24 น.] #1413312 (7/22)
อ่านแล้วทึ่งจริงๆครับ..ท่านศอฉ.

โดยคุณ มณีพระ (906)(1)   [อ. 23 พ.ย. 2553 - 23:17 น.] #1413417 (8/22)
หวัดดีครับลุง

โดยคุณ toei89 (625)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 02:13 น.] #1413512 (9/22)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 06:31 น.] #1413607 (10/22)
โดยคุณ korngavee (180.180.116.*) [23 Nov 2010 22:24] #1413312 (7/9)

อ่านแล้วทึ่งจริงๆครับ..ท่านศอฉ.


หนึ่งในกำลังใจที่ ศอฉ ได้รับมาตลอด ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 06:34 น.] #1413609 (11/22)


(N)


โดยคุณ มณีพระ (182.232.83.*) [23 Nov 2010 23:17] #1413417 (8/10)

หวัดดีครับลุง



สวัสดียามเช้าครับท่านหลานชาย..................555555555 ท่านมณีพระ
หายไปนานน่ะ แต่ก็ยังคิดถึงเหมือนเดิมเสมอครับ

โดยคุณ หมูแม่ลา (2.9K)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 06:50 น.] #1413619 (12/22)
สวัสดียามเช้าครับท่านพี่ ศอฉ. ผู้มี ใบหน้าเ ปี่ยมไปด้วยความสุข (ยิ้มแย้มแจ่มใส)สวัสดีครับผม

เจอแล้วหนอน........หาตั้งนาน...(หนอนหนังสือ)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 06:58 น.] #1413625 (13/22)


(N)


โดยคุณ หมูแม่ลา (125.25.176.*) [24 Nov 2010 06:50] #1413619 (12/12)

สวัสดียามเช้าครับท่านพี่ ศอฉ. ผู้มี ใบหน้าเ ปี่ยมไปด้วยความสุข (ยิ้มแย้มแจ่มใส)สวัสดีครับผม

เจอแล้วหนอน........หาตั้งนาน...(หนอนหนังสือ



เบื้องหลัง "หน้าเปื้อนยิ้ม" ครับ 5555555555
ทานข้าวเช้ากันครับ
ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 11:07 น.] #1413889 (14/22)
ท่านสิทธิโชติครับ ...มีสาระประโยชน์ ดีมากๆครับ ............................... ยังเมื่อย + เพลีย และง่วง อยู่ครับ .... สมองยังคงเฉื่อยอยู่ไม่อยากทำอะไรครับ ขอพักเอาแรงนะครับ

โดยคุณ ธรรมสว่าง (2.4K)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 12:25 น.] #1413996 (15/22)
ยอดเยี่ยมมากครับ ต้องทำให้ได้

โดยคุณ superpood (3.8K)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 14:17 น.] #1414134 (16/22)
ขอบคุณครับ..

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 15:01 น.] #1414177 (17/22)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.44.*) [24 Nov 2010 11:07] #1413889 (14/16)

ท่านสิทธิโชติครับ ...มีสาระประโยชน์ ดีมากๆครับ ............................... ยังเมื่อย + เพลีย และง่วง อยู่ครับ .... สมองยังคงเฉื่อยอยู่ไม่อยากทำอะไรครับ ขอพักเอาแรงนะครับ


ท่าน สว พักผ่อนมากๆน่ะครับ หายเพลียแล้วมาคุยกันครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 15:03 น.] #1414178 (18/22)
โดยคุณ ธรรมสว่าง (202.60.207.*) [24 Nov 2010 12:25] #1413996 (15/17)

ยอดเยี่ยมมากครับ ต้องทำให้ได้


ขอบคุณมากครับท่านอาธรรมสว่าง แน่นอนครับ "ต้องทำให้ได้" ศอฉ น้อมรับคำแนะนำที่ดีๆจากท่านอาธรรมสว่าง ครับ

โดยคุณ เกียรตินิรันดร์ (1)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 19:57 น.] #1414603 (19/22)
ขอบคุณค่ะ


โดยคุณ joesoot (724)  [พ. 24 พ.ย. 2553 - 22:17 น.] #1415017 (20/22)
สาระดีจริงๆครับ เป็นปรัชญาเล็กๆ อยากให้พี่ช่วยหาปรัชญาจีนเก่าๆ มาเล่าให้ฟังบ้างนะพี่ ถ้ามีเวลานะครับ
ขอบคุณเสมอ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 05:49 น.] #1415247 (21/22)


(N)
โดยคุณ joesoot (125.24.228.*) [24 Nov 2010 22:17] #1415017 (20/20)

สาระดีจริงๆครับ เป็นปรัชญาเล็กๆ อยากให้พี่ช่วยหาปรัชญาจีนเก่าๆ มาเล่าให้ฟังบ้างนะพี่ ถ้ามีเวลานะครับ
ขอบคุณเสมอ



สวัสดียามเช้าครับท่าน joesoot ขอบคุณที่ติดตามผลงาน ศอฉ น่ะครับ
พูดถึงปรัชญาจีนก็ต้องนึกถึง "ขงจื๊อ" นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ของชาวจีน ขอนำมาฝากยามเช้า ครับ

คำกล่าวที่เลื่องลือ 5 ประโยคของท่านขงจื้อ -

- มิตรจากแดนไกลมาหา สุดปรีดาปราโมทย์
หมายถึง มีเพื่อนจากแดนไกลมาหา นับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเราดีใจเป็นที่สุด

- น่านน้ำทั้งสี่ ล้วนแต่เป็นพี่น้อง
หมายถึง ทุกคนบนโลกนี้ ประดุจเป็นพี่น้องกัน

- ตนเองไม่ต้องการสักนิด ก็อย่าคิดกระทำต่อผู้อื่น
หมายถึง อย่ากระทำในสิ่งที่แม้แต่ตนเองก็ยังไม่ชอบต่อผู้อื่น


- ประพฤติธรรมไม่โดดเดี่ยว ต้องมีเพื่อนบ้าน
หมายถึง ในโลกนี้ ผู้ที่ประพฤติตนอยู่ในคุณธรรมมีมากมาย ต้องมีผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างแน่นอน


- ปฏิบัติดีมีจรรยา นับว่าเป็นสิ่งสูงค่า
หมายถึง การปฏิบัติตนอย่างมีจรรยามารยาท ถือเป็นคุณค่าที่สูงส่ง

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 05:50 น.] #1415248 (22/22)
รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ลิงค์ "สำนักปรัชญาชงจื๊อ" http://hakkapeople.com/node/141

ขอบคุณมากครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1