ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : 25 พฤศจิกายน วันมหาธีรราชเจ้า



(N)


วันมหาธีรราชเจ้า เป็นวันที่ถือเอาจากวันสวรรคตของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ละลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ได้รับพระราชทานพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเทพ ทวาราวดี
ต่อมาเมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประชวรและเสด็จทิวงคตลงอย่างกระทันหัน เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในระหว่างประทับทรงศึกษาวิชาการชั้นต้น ณ ประเทศอังกฤษ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารแทน เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗

ขณะทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาในพระบรมมหาราชวัง จนถึง พ.ศ.๒๔๓๖ เมื่อพระชนมายุได้ ๑๒ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษโดยมีพระมนตรีพจนกิจเป็นพระอภิบาลตามเสด็จไปด้วย พระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาต่าง ๆหลายสาขา ทั้งด้านการทหาร และเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาในด้านการทหารแล้ว เพราะทรงดำรงตำแหน่งสยามมกุฎราชกุมาร และจะต้องเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อไป จึงได้ทรงศึกษาวิชาวิชาพลเรือนเกี่ยวกับกฎหมายและการปกครองต่อไปในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด กระทั่งพระชนมายุได้ ๒๒ พรรษา จึงพระราชดำเนินเสด็จกลับประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๔๕

นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ


เมื่อเสด็จกลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รับราชการในกองทัพบก พระองค์จึงได้ทรงรับราชการในกองทัพบก ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ เช่น ผู้ตำแหน่งทรงบัญชาการทหารมหาดเล็กและได้รับพระราชทานยศเป็นนายพลเอกราชองครักษ์ จเรทหารบก และทรงเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๔๕๐

ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีองค์อุปัชฌาย์คือ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา ๑ พรรษา

ครั้นสมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จสรรคต ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ ทรงมีพระปรมาภิไธยย่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงมีพระชนมายุไค้ ๓๐ พรรษา นับเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
พระองค์ทรงครองราชย์สมบัติได้ถึงปีที่ ๑๕ ก็ทรงพระประชวรโรคพระโลหิตเป็นพิษ ในพระอุทร โดยเป็นมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ภายหลังจาก พระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นต้นมา และสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยได้อัญเชิญพระบรมศพไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รวมพระชนมพรรษาได้ ๔๖ พรรษา และเสด็จดำรงสิริราชสมบัติได้ ๑๕ พรรษา แต่เนื่องจากเวลาที่พระองค์เสด็จสวรรคต เป็นเวลา ๑ นาฬิกา ๔๕ นาทีนั้น เพิ่งจะล่วงมาในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ให้ถือเอาวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนเป็นวันสวรรคต และวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนเป็นวันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ

ดังนั้นแล้ว ทางราชการได้กำหนดให้วันที่ ๒๕พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันที่ระลึกวันมหาธีรราชเจ้า

ตลอดราชการ พระองค์ทรงมีเพียงพระราชธิดาองค์เดียวเท่านั้น ซึ่งประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี คือ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี ซึ่งประสูติวันอังคารที่ ๒๔ พฤศจิกายน เวลา ๑๒.๕๕ น.ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ก่อนที่พระบิดาจะสวรรคตเพียง ๑ วัน

แม้รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะมีระยะสั้น แต่ 15 พรรษาตลอดรัชสมัยของ
พระองค์ ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ อันเป็นคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทยนานัปการ ซึ่งสามารถแยกได้เป็นด้านต่างๆ อาทิ

พระราชกรณียกิจด้านการปกครอง

- ปรับปรุงการปกครองแผ่นดินทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เปลี่ยนคำเรียก
ชื่อเมืองเป็นจังหวัด รวมมณฑลเป็นภาค ทรงจัดตั้งและปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ทรงจัดระเบียบกระทรวงยุติธรรมใหม่ โดยแยกหน้าที่ฝ่ายธุรการ และฝ่ายตุลาการออกจากกัน ทรงจัดตั้งเนติบัณฑิตยสภา ทรงตั้งกรมศิลปากร กรมพาณิชย์ กรมสาธารณสุข
- ยกเลิกโรงบ่อนการพนัน และ หวย ก.ข. ซึ่งเป็นอบายมุขมอมเมาประชาชน
- ลดการค้าฝิ่น แม้จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในยุคนั้น
- สร้างเมืองจำลอง " ดุสิตธานี " ขึ้น เพื่อทรงทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย
- ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพอย่างประชาธิปไตย โดยพระราชทานเสรีภาพแก่นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ในการแสดงความคิดเห็น และเขียนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติใด ๆ ผ่านสื่อในยุคนั้นคือหนังสือพิมพ์ได้ อีกทั้งทรงพระราชนิพนธ์บทความต่าง ๆเกี่ยวกับการเมือง โดยทรงใช้พระนามแฝง และหากว่ามีคนเขียนโต้แย้ง พระองค์จะทรงตอบด้วยน้ำพระราชหฤทัยเป็นนักประชาธิปไตยมิได้ทรงใช้พระราชอำนาจ
พระราชกรณียกิจด้านวัฒนธรรม ประเพณี

- ประกาศให้ใช้พุทธศักราชแทนรัตนโกสินทรศก- ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ เพื่อเป็นการให้คนไทยมีนามสกุลใช้ต่อท้ายชื่อเป็นสกุลวงศ์ของครอบครัว นอกจากจะช่วยให้ไม่สับสนในกรณีที่มีชื่อซ้ำกัน ยังจะส่งเสริ่มให้คนทำความดี เพื่อรักษาชื่อเสียงของวงศ์สกุลอีกด้วย และทรงมีพระราชอุตสาหะคิดนามสกุลพระราชทานถึง ๖,๔๖๐ สกุล
- กำหนดการใช้คำนำหน้าชื่อ นางสาว นาง นาย เด็กหญิง และเด็กชาย
- ไช้เวลามาตรฐานตามเวลาที่กรีนิชประเทศอังกฤษ ซึ่งเวลาในประเทศไทยจะเร็วกว่าเวลากรีนิช 7 ชั่วโมง
- เปลี่ยนแปลงการเรียกชื่อเวลา ใช้คำว่า นาฬิกา เลิกการใช้ทุ่มโมงยามดังแต่ก่อน
- ให้ถือการเริ่มวันใหม่เป็นหลังเวลาเที่ยงคืน
- ร่างกฎมญเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
- เลิกประเพณีโห่ฮิ้ว ให้ใช้ไชโยแทน
- ทรงคิดคำไทยให้ใช้แก่สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ใช้รถยนต์ แทนคำว่า มอเตอร์คาร์ กองรักษาการ หรือ ใช้ตำรวจ แทนคำว่า โปลิส
- ตั้งชื่อถนนต่างๆในกรุงเทพมหานคให้ใหม่เป็นคำไทย เช่น ถนนราชวิถี, ถนนราชดำเนินนอก เป็นต้น
- เปลี่ยนธงชาติไทยจากรูปช้าง เป็น “ธงไตรรงค์”
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

- พระราชทานที่ดินและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวง เป็นโรงเรียนในพระองค์ ปัจจุบันคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
-ทรงรวมกรมโยธา และกรมพิพิธภัณฑ์เป็น กรมศิลปากร เพื่อให้การศึกษาและอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปกรรม โบราณคดี
- จดตั้งโรงเรียนพาณิชยการ เพื่อให้การศึกษาอาชีวศึกษา
- ตั้งเนติบัณฑิต ทำหน้าที่ให้การศึกษาด้านกฏหมายและควบคุมจรรยาบรรณของนักกฏหมาย
- ส่งเสริมการศึกษาของสตรี โดยทรงจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี และเปิดโรงเรียนสตรีตามจังหวัดต่าง ๆ
- ทรงยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจ้าอยู่หัวที่ทรงสร้างขื้น เป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย
- ให้ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา เป็นการเริ่มต้นการศึกษาการจัดการเรียนการสอนภาคบังคับในประเทศไทย เพื่อให้เด็กทุกคนรู้หนังสือ
-ทรงให้จัดสร้างโรงเรียนเพาะช่างขื้น ทำให้เกิดการสืบทอดและสร้างสรรค์ ช่างฝีมือทางศิลปกรรมไทยไว้จนถึงปัจจุบัน
- จัดตั้งโรงเรียนเบญจมราชาลัย เพื่อฝึกหัดครูใน
- เริ่มการศึกษาภาคบังคับขึ้นครั้งแรก โดยบังคับให้เด็กที่มี อายุ ๗-๑๔ ปีบริบูรณ์ เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนโดยให้บิดามารดาส่งบุตรเข้าโรงเรียนโดไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน
พระราชกรณียกิจด้านกิจการเสือป่าและลูกเสือ

- ทรงจัดตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ โดยมีพระราชประสงค์จะ ฝึกฝนให้ประชาชนได้เรียนรู้วิชาทหาร ทำให้เป็นคนมีวินัย ปลุกใจให้มีความจงรักภักดี และป้องกันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความสามัคคีในหมู่คณะ เป็นกำลังของชาติในยามคับขัน

- ทรงเป็น พระบิดาแห่งลูกเสือไทย ทรงจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นเมื่อ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นประเทศลำดับที่ 3 ที่ก่อกำเนิดลูกเสือขึ้นในโลก เพื่อฝึกเยาวชนให้มีความสามัคคีมานะอดทน เสียสละเพื่อส่วนรวม และเป็นผู้ช่วยรบได้ในยามคับขันและได้พระราชทานคติประจำใจลูกเสือทุกคนว่า " เสียชีพอย่าเสียสัตย์"

พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา

- ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ทรงแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
- ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องเกี่ยวกับศาสนาไว้หลายเรื่อง เช่น พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร เทศนาเสือป่า พระบรมราโชวาท ประโยชน์ของการอยู่ในธรรม พระราชนิพนธ์แปลเทศนามงคลวิเศษกถาทรงไว้เป็นภาษาอังกฤษ
- ทรงให้ชำระและจัคพิมพ์พระอรรกถาพระวินัยปิฎก พระอรรถกาพระอภิธรรมปิฎกพระสุตตันตปิฎก (บางคัมภีร์ )
- ทรงให้พิมพ์พระอรรถกถาพระสุตตันติปิฎกจนจบ
- ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนหนึ่งเพื่อนำไปปฎิสังขรณ์วัด ซึ่งในรัชกาลนี้ไม่มีการสร้างวัด เพราะทรงมีพระราชคำริว่าวัดมีมากอยู่แล้วจึงควรที่จะบูรณะของที่มีอยู่แล้วให้ดีขื้น และทรงให้มีการสร้างเป็นโรงเรียนแทนการสร้างวัด

พระราชกรณียกิจด้านวรรณกรรมและศิลปกรรม

- ด้วยทรงเชี่ยวชาญในด้านอักษรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือมากที่สุด พระราชนิพนธ์ของพระองค์ มีเป็นจำนวนนับพันเล่ม และภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง และมีทุกประเภทวรรณศิลป์ ได้แก่ โขน ละคร พระราชดำรัส เทศนาเสือป่า นิทาน สารคดี บทความ ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง อาทิเช่น พระนลคำหลวง สกุนตลา มัทนะพาธา ตามใจท่าน เวนิสวานิส โรมิโอและจูเลียต ประวัคิศาสตร์โบราณคดี เช่น สันนิษฐานเรื่องท้าวแสนปม, เที่ยวเมืองพระร่วง
- ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติการพิมพ์ฉบับแรกขึ้น เรียกว่า พระราชบัญญัติสมุด เอกสารและหนังสือพิมพ์
- ตั้งวรรณคดีสโมสรเพื่อส่งเสริมวรรณคดีไทย
- ตั้งโรงละครหลวงขึ้นเพื่อส่งเสริมการแสดงละครในหมู่ข้าราชบริพาร
- พระราชทานกำเนิดหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เช่น ทวีปัญญา ชวนหวว สมุทสาร ดุสิตสมิต เป็นต้น อีกทั้งทรงพระราชนิพนธ์บทความส่งไปยังสำนักพิมพ์อีกด้วย ตัวอย่างพระนามแฝงที่ทรงใช้ ได้แก่

อัศวพาหุ สำหรับบทพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับการบ้านการเมือง
รามจิตติ สำหรับบทพระราชนิพนธ์ที่แปลจากภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเรื่องนักสืบ
พระขรรค์เพชร สำหรับบทพระราชนิพนธ์บทละคร (ก่อนครองราชย์)
ศรีอยุธยา สำหรับบทพระราชนิพนธ์บทละคร (หลังครองราชย์)
พันแหลม สำหรับพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับทหารเรือ
นายแก้ว นายขวัญ สำหรับพระราชนิพนธ์ชุด “นิทานทองอิน”
พระราชกรณียกิจด้านเศรษฐกิจ

- จัดตั้ง ธนาคารออมสินขึ้น เพื่อให้ประชาชนรู้จักออมทรัพย์
- เริ่มก่อตั้งบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย
- ทรงจัดตั้ง สภาเผยแผ่พาณิชย์ ทำหน้าที่ วางแผน และเป็นหน่วยงานกลางเพื่อประสานงานระหว่างกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานคล้ายกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจในปัจจุบัน

พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข

- ตั้งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และวชิรพยาบาลเพื่อรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย
- ทรงเปิดสถานเสาวภา เพื่อผลิตวัคซีนและเซรุ่ม
- ทรงเปิดกิจการการ ประปากรุงเทพฯ
- ตั้งโรงเรียนนางพยาบาลของสภากาชาดไทย

พระราชกรณียกิจด้านการคมนาคม

- ทรงปรับปรุงและขยายงานกิจการรถไฟ ให้สถานีหัวลำโพงเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงทางรถไฟทั้งหมดของประเทศ
- ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระราม ๖ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

พระราชกรณียกิจด้านการป้องกันประเทศ

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ประเทศทางยุโรปไค้แยกออกเป็น ๒ ฝำย คือ
ประเทศฝ่ายมหาอำนาจเยอรมนี ออสเตรีย ฮังการี กับอีกฝ่ายหนื่งคือฝ่ายสัมพันธมิตร มีอังกฤษ ฝรั่งเศส รุสเซีย ในตอนต้นของสงครามประเทศไทยได้ประกาศตนเป็นกลาง แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมองเห็นผลของการร่วมสงครามที่มีต่อประเทศชาติ จึงทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อรักษาสิทธิของประเทศ และรักษาความชอบธรรมทั้งหลายในระหว่างนานาประเทศ การเข้าร่วมสงครามครั้งนื้ พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ส่งทหารไทยอาสาสมัครไปร่วมรบในสมรภูมิด้วย นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมทางด้านการทหารของไทย

ซึ่งการเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ เป็นผลดีแก่ประเทศไทยอย่างยิ่ง ทำให้ไทยได้รับในฐานะเป็นประเทศที่เป็นฝ่ายชนะสงคราม ก็คือ ทำให้สามารถเจรจากับประเทศมหาอำนาจขอแก้ไขสนธิสัญญาสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ให้พ้นสภาพที่เคยเสียเปรียบชาวต่างชาติมาเป็นเวลานาน

โดยคุณ werapun (5.7K)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 22:28 น.]



โดยคุณ werapun (5.7K)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 22:48 น.] #1416500 (1/7)


(N)


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี

โดยคุณ werapun (5.7K)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 22:50 น.] #1416507 (2/7)


(N)


สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียว

โดยคุณ werapun (5.7K)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 22:55 น.] #1416516 (3/7)


(N)


ภาพพระราชกรณียกิจในพระองค์

โดยคุณ werapun (5.7K)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 22:57 น.] #1416521 (4/7)


(N)


หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย

พระราชนิพนธ์สยามานุสสติ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยคุณ werapun (5.7K)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 23:02 น.] #1416525 (5/7)


(N)


บทพระราชนิพนธ์บทหนึ่งของพระองค์ที่แสดงถึงความสำคัญของวรรณกรรมและศิลปกรรม คือ

นานาประเทศล้วน นับถือ
คนที่รู้หนังสือ แต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือ คนป่า
ใครเยาะกวีไซร้ แน่แท้ คนดง

อย่ากลัวถูกติพ้น เกินสมัย หน่อยเลย
ใครเยาะก็ช่างใคร อย่าเก้อ
เราไทยอักษรไทย เราแต่ง สิอา
ใครติซิคือเส้อ ไม่รู้สีสา

หรือ

ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์


พระราชนิพนธ์ที่ทรงคุณค่าของพระองค์ วรรณคดีสโมสรได้คัดเลือกพระราชนิพนธ์บทละครพูด หัวใจนักรบ บทละครพูดคำฉันท์ มัทนะพาธา เป็นวรรณกรรมเอก
นายตำรา ณ เมืองใต้ ได้ยกย่องปกิณกคดีของอัศวพาหุ โดยเฉพาะเรื่อง เมืองไทยจงตื่นเถิด บทละครคำฉันท์ มัทนะพาธา บทละครวิวาห์พระสมุทร และพระนลคำหลวง
เรื่องแปลที่มีชื่อเสียงมากคือ ตามใจท่าน โรเมโอและจูเลียต นินทาสโมสร เวนิสวานิช ที่เราจดจำรำลึกกันได้ก็คือ

อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
เป็นสิ่งดีสองชั้นอันปลื้มใจ แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล
เป็นกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น เจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระกรุณาฯ

หรือ แม้แต่บทเพลงที่ไพเราะได้นำมาจากพระราชนิพนธ์ของพระองค์คือ เพลงสีชัง

สีชังชังชื่อแล้ว อย่าชัง
อย่าโกรธที่จริงจัง จิตข้อง
ตัวไกลแต่ใจยัง เนาแนบ
เสน่ห์สนิทน้อง นิจโอ้อาดูร
สีชังชังแต่ชื่อ จิตน้องฤาจะชังใคร
ขอแต่แม่ทรามวัย อย่าชิงชังที่จังจริง
ตัวไกลใจพี่อยู่ เป็นคู่น้องต้องยืนยัง
ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง ตั้งใจติดมิตรสมาน

ด้วยพระอัจฉริยภาพในด้านอักษรศาสตร์ พระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ พระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศนานัปการ พระองค์จึงทรงได้รับการยกย่องเทิดพระเกียรติคุณว่า " สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า "ซึ่งหมายถึงมหาราชผู้ซึ่งเป็นจอมปราชญ์

องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกได้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นบุคคลสำคัญของโลกพระองค์หนึ่ง โดยพระราชเกียรติคุณ พระราชประวัติที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเอนกอนันต์ องค์การยูเนสโกได้สดุดีฉลองวันพระราชสมภพครบรอบ ๑๐๐ ปีในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔ พร้อมกันนี้รัฐบาลได้เปิดอาคาร หอวชิราวุธานุสรณ์ ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระราชประวัติ ผลงานด้านวรรณกรรม เป็นต้น สำหรับประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ตลอดไป

โดยคุณ poppoomi (401)  [พฤ. 25 พ.ย. 2553 - 23:45 น.] #1416584 (6/7)

โดยคุณ เสือน้อย8ริ้ว (778)(2)   [ศ. 26 พ.ย. 2553 - 15:35 น.] #1417393 (7/7)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1