(N)
เรื่อง พระเครื่องของชายในความฝัน
โดย ธีระวัฒน์ อนันตวรสกุล
“แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร”
คำ พูดนี้ยังคงก้องอยู่ในความคิดของมงคลเป็นระยะๆ มันเป็นคำพูดของชายชราชาวจีนที่เขาฝันเจอเมื่อคืนวันพระก่อน มงคลเป็นหัวหน้างานสนามของบริษัทรับจ้างรื้อถอนทุบทำลายอาคาร เขาเป็นนักสะสมพระเครื่อง และเช่าตลอดจนปล่อยให้เช่าพระเครื่องตัวยง แขวนพระเครื่องต่างๆ เต็มคอ และเครื่องรางต่างๆเต็มเอว
...............................
สาม สัปดาห์ที่แล้ว มงคลได้รับมอบหมายให้มาควบคุมการรื้อถอนทุบทำลายอาคารเก่าในโรงพยาบาลแห่ง หนึ่ง และรู้สึกว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงสิ่งลี้ลับบางอย่างหลายครั้งที่เขารู้สึก คล้ายกับว่ามีคนมองเขาอยู่ แต่เมื่อหันไปดูกลับไม่มีใคร จนกระทั่งวันโกนก่อนวันพระที่แล้ว เครื่องกำเนิดลมอัดที่ใช้กับหัวเจาะคอนกรีตของเขามีปัญหา เครื่องดับไปเฉยๆ พยายามสตาร์ทมันใหม่ตั้งหลายหน ช่างเครื่องประจำทีมงานไปตรวจดูเท่าไรก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จนเขาต้องอธิษฐานขออภัยเจ้าที่เจ้าทางว่า
“สาธุ ท่านเจ้าที่เจ้าทาง ขอให้เครื่องทำงานได้ไม่มีอุปสรรคทีเถอะ แล้วกระผมจะใส่บาตรถวายอาหารพระอุทิศส่วนกุศลไปให้”
ลมวูบหนึ่งพัดให้เขารู้สึกได้ แล้วเครื่องยนต์ก็ติด ทำงานต่อไปได้ไม่มีปัญหาอีก
เช้า รุ่งขึ้นเป็นวันพระ มงคลรักษาสัญญา ใส่บาตรถวายอาหารพระ แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่เจ้าทางประจำพื้นที่ที่เขากำลังจะทุบ ทำลายแห่งนั้น
นานทีปีหนจะได้ใส่บาตรถวายอาหารพระแม้ว่าเขาจะเข้าวัดบ่อย แต่ก็เป็นไปในการหาเช่าวัตถุมงคลตามพฤติกรรมของนักนิยมพระเครื่องเสีย มากกว่า ความอิ่มเอมใจบังเกิดขึ้น จากการใส่บาตรในครั้งนั้นมงคลนึกในใจขณะพระสวดให้พรว่า
“ชีวิตลูกลำบากมามาก มีเงินก็เก็บไม่อยู่ ขอให้บุญกุศลดลบันดาลให้ลูกพบแต่คนดีๆ ด้วยเถิด”
...........................
คืน วันพระหลังจากที่มงคลใส่บาตรนั้นเอง ที่มงคลฝันเป็นเรื่องเป็นราวว่า ที่พื้นที่ทุบทำลายแห่งนั้น มีชายแก่สวมชุดขาวคนหนึ่ง มานั่งคุยกับเขา ในฝัน มงคลอวดพระเครื่องสารพัดองค์ที่แขวนไว้รอบคอ รวมทั้งเครื่องราง ตะกรุด ปลัดขิก หนังเสือ เขี้ยวเสือ ให้ชายชราในฝันฟัง
“องค์นี้ ดีทางคงกระพันชาตรีครับลุง องค์นี้ดีทางแคล้วคลาด ส่วน 3 องค์นี้ดีทางเมตตามหานิยม องค์กลางที่ผมแขวนเป็นประธาน ดีทุกๆ ด้านเลยครับ”
ชายชราในฝันหยิบจับพิเคราะห์พระเครื่องของมงคล ทีละองค์ๆ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า
“แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร”
ใน ฝันมงคลอึ้งไป แล้วชายชราในฝันยังบอกว่า ตัวเขาต้องการร่วมทำบุญสร้างตึกที่กำลังจะสร้างใหม่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย โดยบอกให้มงคลไปที่ศาลเจ้าหลังตลาดร้างใกล้ๆ หมู่บ้านจัดสรรชานเมืองแห่งหนึ่ง ไปหาคนเฝ้าศาลเจ้าชื่อ แป๊ะฮง และไปขอดูบาตรน้ำมนต์เก่าของศาลเจ้า ในนั้นจะมีของซ่อนอยู่ ให้เอาของนั้นมาทำบุญให้แกด้วย
...........................
ชีวิตแบบ เขา ทำงาน 6 วันกลางแดดร้อนอบอ้าว หยุดวันอาทิตย์วันเดียว มงคลมักจะใช้เวลาในวันอาทิตย์หมดไปกับการเดินสายเช่าหาพระเครื่องตามสนามพระ ต่างๆ หรือไปรับเช่าพระตามบ้าน
บางครั้งเขาก็ถูกหลอกให้ซื้อพระเครื่อง เก๊ บางครั้งเขาก็เป็นฝ่ายไปหลอกผู้ขายที่รู้น้อยกว่าซื้อพระเครื่องได้ในราคา ที่ต่ำกว่าราคาจริง เพื่อนำมาขายเอากำไรอีกต่อ ประสบการณ์สอนให้เขาเชี่ยวชาญในการดูพระมากขึ้นๆ จนช่วงหลังๆ มานี่ เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ หรือเรียกว่า เก่งกว่าคนทั่วๆที่อยู่ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง
ความเชี่ยวชาญ ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่องระดับหนึ่ง ประมาณว่าหากใครจะปล่อยพระเครื่องให้เช่าเพราะร้อนเงิน ก็มักจะมาปรึกษาเขา ทำให้ตัวเขาเหมือนเป็นแอ่งน้ำในที่ต่ำ ที่พระเครื่องดีๆ มักจะหลั่งไหลมาหาเขา
และช่วงหลังเขาประกาศรับเช่าพระตามบ้าน งานแบบนี้ถ้าไปเจอบ้านที่ไม่เคยมีเซียนพระเข้าไปหาพระดีๆ หรือเรียกว่าร่อนของดีๆไปก่อนหน้า กำไรจากการเช่าพระก็ดีมากทีเดียว บางครั้งในหิ้งมีพระดีราคาสูงอยู่ไม่กี่องค์ในบรรดาพระเป็นร้อยองค์ มงคลก็มักจะใช้เล่ห์เพทุบายแกล้งบอกเจ้าของพระว่า พระที่จะขายก็อย่างนั้นๆ ไม่มีราคา และจะขอเหมามาทั้งหมดในราคาองค์ละไม่กี่บาท
แต่แท้ที่จริงแล้ว เพียงแค่พระองค์เดียวที่มงคลทำเป็นแกล้งไม่สนใจ กลับขายออกไปได้ในราคามากกว่าที่มงคลเหมาพระทั้งร้อยองค์นี้ด้วยซ้ำถ้าเป็น การซื้อพระเดี่ยวๆ จากแผงพระ หากไปเจอคนที่มีความรู้น้อยกว่าในด้านพระเครื่อง มงคลจะไม่กระโตกกระตาก แสดงให้เห็นว่า องค์ไหนดี แต่จะแกล้งเลือกต่อราคาองค์ที่ไม่ชอบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แล้วแสร้งทำเป็นขอซื้อองค์ที่น่าสนใจไปในราคาที่ไม่แพง
รูปแบบการดูพระ ของมงคล มักจะไม่ค่อยควักแว่นส่อง ถ้าแน่ใจว่าค่อนข้างจะมีโอกาสเป็นของแท้ ถึงจะยอมเสียเวลาส่องดูให้แน่ใจ เรียกว่าไม่ควักแว่นพร่ำเพรื่อ
นักนิยมพระบางคน เวลาไปเดินตามแผงพระ มักจะเสียเวลาส่องแว่นขยายมากเกินเหตุ เรียกว่าส่องเกือบทุกองค์อย่างจริงจัง
สำหรับคนที่ไม่รู้จักมงคล อาจเห็นว่าเขาเป็นนักเล่นพระที่อ่อนเชิง เลยประมาทพลาดท่าเสียทีขายพระดีๆ ในราคาที่ถูกๆ ให้แก่เขา หรือที่ภาษานักเล่นพระ เขาเรียกว่า "ตกควาย"
ส่วน พฤติกรรมการซื้อพระดีๆ ในราคาถูก หรือที่เรียกว่า “ซื้อราคาตั๋วเด็ก”เป็นสิ่งที่มงคลภูมิใจนักหนา และทำให้เขาหาเงินได้มากแต่ก็แปลกอีกเงินที่ได้มาจากการนี้ มักจะอยู่ได้ไม่นาน ส่วนใหญ่จะหมดไปกับอบายมุขเหล้า บุหรี่ การพนัน เที่ยวกลางคืน ทิปนักร้องตามสถานเริงรมย์ อาบอบนวด ซ่องโสเภณี ไปเกือบหมด เหมือนเป็นเงินร้อนต้องคำสาป เก็บไม่อยู่สักที
................................
วัน นั้นเป็นวันอาทิตย์ ไม่ต้องทำงาน มงคลครุ่นคิดถึงเรื่องในฝันเมื่อวันพระที่แล้ว และอยากจะพิสูจน์สิ่งที่ชายชราในฝันเล่าให้ฟัง เขาจึงนั่งรถเมล์ออกไปชานเมือง ตามทิศทางที่ชายชราในฝันบอก
แล้วมงคลก็ ต้องแปลกใจที่มีหมู่บ้านจัดสรรแบบที่ชายในฝันบอก มีตลาดร้างอยู่ใกล้ๆ จริงๆ และมีศาลเจ้าหลังตลาด ยิ่งไปกว่านั้น มงคลขนลุกซู่เมื่อพบว่าคนเฝ้าศาลเจ้าชื่อ แป๊ะฮง
มงคลเล่าให้แป๊ะฮงฟัง ทั้งหมดเกี่ยวกับความฝัน และขอดูบาตรน้ำมนต์เก่า ซึ่งแป๊ะฮงก็ไปรื้อหามาให้ดูแต่โดยดี ตัวบาตรน้ำมนต์เป็นทองเหลืองเก่าหนาแบบของโบราณ ดูจากภายนอกไม่น่ามีอะไร แต่ด้วยความช่างสังเกตของสายตานักเลงพระเครื่องมงคลก็พบว่าที่ก้นบาตร มีรูเล็กๆ อยู่ 4 รู คล้ายเป็นฝาที่ปิดอะไรสักอย่างอยู่ในนั้น ผู้ออกแบบคงประสงค์ให้น้ำไหลลงไปหาอะไรบางอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วซึมซาบ ขึ้นมาเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของในช่องเก็บนั้น คงต้องเป็นของขลังศักดิ์สิทธิ์มีค่าแน่นอน ความชาญฉลาดของผู้ที่ซ่อนไว้ ทำให้ผ่านเวลามายาวนานโดยไม่มีใครเห็นและเอาออกไป
..................................
เมื่อขออนุญาตแป๊ะฮงงัดฝาที่บัดกรีปิดตาย แป๊ะฮงก็อนุญาต
“ลื้อคงไม่มาซี้ซั้วต่ากะอั๊วหรอก ฝันแม่นขนาดนี้ เจ้าของเขาคงให้ลื้อมาเอาจริงๆ ” แป๊ะฮงว่า
เมื่อ งัดฝาทองเหลืองเก่าๆที่เต็มไปด้วยคราบสนิมเขียว นั้นออกมามงคลก็ต้องตื่นตะลึง เพราะในนั้นมีพระเครื่องราคาล้ำค่า ที่ตลาดพระเครื่องนิยมเช่าหากันด้วยสนนราคาถึงล้านบาท ไม่ใช่แค่องค์เดียว แต่ถึง 2 องค์ มงคลอยากครอบครองพระองค์นี้มานานแสนนาน วันนี้ฝันเป็นจริง เก็บไว้องค์ ขายองค์เดียว
“รวยแล้วแป๊ะ เรารวยแล้ว ผมแบ่งแป๊ะแน่นอน”
“เฮ้ย เจ้าของอีฝากลื้อไปทำบุญไม่ใช่เหรอวะ อั๊วไม่เอาหรอก มันไม่ใช่ของของอั๊ว”
มงคล แปลกใจ ทำไมชายชราซอมซ่อไม่สนใจในลาภก้อนมหาศาลนี้เลยชายชราเฝ้าศาลเจ้าท่าท่างสงบ เย็น ถูกชะตามงคลมากเนื่องจากอัธยาศัยดี ดูจริงใจ เขาไม่มีเพื่อนดีๆ แบบนี้มากนัก มงคลคิดว่าถ้าขายพระได้จะมอบเงินส่วนหนึ่งให้คนเฝ้าศาล แบ่งให้โรงพยาบาลสักครึ่ง เก็บเงินไว้ใช้เองให้สบายใจ
ชายชราไปเก็บกวาดหิ้งบูชา แล้วถามว่า “ลื้อแขวนพระตั้งเยอะ ไม่หนักบ้างเหรอวะ”
....................................
มงคล เก็บเรื่องพระ 2 องค์นั้นเงียบ ไม่แพร่งพรายให้ใครรู้ อยากได้มาเป็นของส่วนตัว หลายวันผ่านไปชายชราก็ไม่เห็นมาเข้าฝันทวงถาม จนเขาคิดจะเก็บพระไว้เองทั้งหมด สร้างข่าวปั่นราคาให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะปล่อยให้เช่าในราคาที่ดีที่สุด แต่แล้วคำพูดในหัว ก็ก้องขึ้นมาอีก
“แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร”
ช่วง แรก ความโลภยังมีกำลังเหนือกว่าความโลภความอยากได้พระสององค์นั้นทำให้เขาไม่ขาย แต่ก็ต้องพะวง หวาดระแวงจนนอนไม่หลับ เมื่อมีพระเครื่อง ที่ผู้สร้างต้องการให้เป็นวัตถุเพื่อระลึกถึง พุทธานุสติ อยู่ในครอบครอง กลัวว่ามันจะหาย มีคนขโมย แย่งชิงเอาไปบัดนี้ การได้พระเครื่องมาเก็บไว้ เหมือนเป็นการเพิ่มความทุกข์ให้เขามากขึ้นแม้ว่าจะไม่เห็นชายชราในฝันมาทวง ถาม คำถามว่า
“แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร”
ก็ตามติดในความคิดเป็นระยะๆ เมื่อถามคำถามนั้นกับตัวเองบ่อยๆ เข้า เขาก็รู้สึกละอายแก่ใจ ตัวเองแขวนพระเต็มคอ แต่ไม่เคยคิดจะศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าเลย ดื่มเหล้าเป็นประจำ ข้องเกี่ยวในอบายมุข การพนัน เที่ยวอาบอบนวด เที่ยวกลางคืน โกหกชาวบ้าน สารพัดที่จะเป็นเรื่องไม่ดี ทั้งๆ ที่พระเครื่องที่เขาพกพา ก็เป็นเครื่องให้น้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า และสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน
.................................
เย็นวันพุธกลางสัปดาห์ งานของมงคลเสร็จเร็ว วันนี้เขามีนัดกับทองเหลือ เพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักไม่นาน
ทอง เหลือเป็นพนักงานจัดการศพในโรงพยาบาล ทำงานอยู่ห้องพิธีศพ เห็นมงคลแขวนพระเต็มคอ จึงได้พูดคุยกันในเวลาว่างอย่างสนิทสนมเย็นนี้ทองเหลือมีพระอยากให้เขาช่วย ดูให้สักองค์ มงคลจึงเดินออกจากไซท์งานทุบตึกของเขา ไปที่อาคารรับศพออก เมื่อไปถึงทองเหลือร้องเรียกบอกให้เขาเข้ามารอข้างในสักครู่ ทองเหลือกำลังทำงานของเขา ด้วยการแต่งตัวให้ศพ ที่ญาติกำลังมารอรับศพดูเหมือนนอนหลับ สีหน้ายังออกชมพูๆ ไม่เขียวคล้ำ
“ตำราว่าไว้หากศพมีหน้าชมพูๆ แบบนี้ คงไปสวรรค์” มงคลเอ่ยขึ้น
“ใครว่าเล่ามงคล มึงไม่เคยดูรายการกบนอกกะลาเหรอวะ เดี๋ยวนี้ยากันเน่าเขาผสมสารสีชมพูแล้ว เวลาฉีดเข้าไป ศพจะได้ดูดีไง สุดท้ายคนเราก็แค่นี้ล่ะโว้ย เคยรวยจนไม่รู้จะใช้เงินยังไง สุดท้ายตายไปบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้”
ญาติมาด้วยความเศร้า หอบเอาเสื้อผ้ามาชุดหนึ่ง เป็นชุดเก่าๆ ไม่ใหม่ ไม่หรู ไม่ได้ดูดี ที่สุดอย่างที่มงคลคิด ญาติคนตายบอกว่า คนตายได้สั่งเสียไว้ว่าอย่าหมดเปลืองกับศพมากนัก เสื้อผ้าดีๆ เอาไปบริจาคให้คนจนใช้ เลยเอาชุดนี้มาแต่งศพ โลงก็ไม่ใช้ของแพง แกสั่งให้เอาแบบถูกที่สุด แต่ให้เอาเงินไปทำบุญแทนสวดไม่กี่วัน แล้วก็คงเอาไปดองต่อ เพราะคนตายได้อุทิศร่างกายของตนเพื่อให้ นักศึกษาแพทย์ได้ใช้ศึกษาหาความรู้ ในวิชากายวิภาคศาสตร์ เพื่อสร้างประโยชน์แก่โลกต่อไปคนตายเป็นคนดีจริง ๆ ขณะในวาระสุดท้าย ยังคิดให้กับคนอื่น
ในบรรยากาศที่เศร้าโศกเสียใจ มงคลรู้สึกสลดใจว่า วันหนึ่งตัวเขาเองก็ต้องตายไปจากโลกนี้เช่นกันทุบตึกเก่าในโรงพยาบาลแห่ง นั้นมาตั้งหลายอาทิตย์ เห็นภาพการรับศพออกจากโรงพยาบาลหลายศพเกือบจะทุกวัน เพราะไซท์งานไม่ไกลจากอาคารรับศพออกเท่าใด ใจก็ไม่เคยคิดสลด มีครั้งนี้เท่านั้นที่เขาสลดใจมากกว่าครั้งใด
ดูพระให้ทองเหลือ เป็นของแท้ แต่ตลาดก็ไม่นิยม เพราะเป็นพระที่สร้างโดย คณาจารย์ท้องถิ่น ไม่นิยมแพร่หลายในวงกว้าง ราคาจึงไม่แพง
“แท้ก็ดีแล้ว เอาไว้แขวนระลึกถึงความดีของหลวงพ่อที่กูเคารพ กูขอเลี้ยงข้าวมึง เป็นค่าดูพระก็แล้วกัน”
เสร็จแล้วทองเหลือก็พาเขาไปนั่งกินข้าวที่ร้านซึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาล
“ร้าน นี้สะอาดรับรองได้ มึงดูสิไอ้มงคล หมอ พยาบาล มากินกันเพียบ ราคาก็ไม่แพงด้วย กูไม่เข้าใจเลย ทำไมคนเราต้องไปหาอะไรแพงๆ กินกัน กินเสร็จก็ขี้ออกมาหมด มึงว่าไหม” ทองเหลือพูดพลางพุ้ยข้าวต้มกุ๊ยเข้าปาก
มงคล เป็นคนกินง่าย อะไรก็กิน แต่วันนี้รู้สึกว่าไม่อร่อยเลยคนตายเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง เขาเองก็คงเป็นเช่นนั้น หากต้องตายไป แม้แต่พระเครื่องที่เขารักหนักหนา ท้ายที่สุดก็ต้องทิ้งไว้ในโลกนี้ เอาติดตัวเขาไปหลังความตายไม่ได้สักองค์เดียว
.....................................
ค่ำ นั้น มงคลนอนเอนกายในห้องพัก ครุ่นคิดถึงความตาย แล้วเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ แล้วเราก็ต้องตายเป็นศพแบบนั้น ทั้งๆ ที่มีพระพวงใหญ่ อีกทั้งพระเครื่องหลักล้านที่หลายๆคนต่างเสาะแสวงหา เขาก็ไม่อาจอุ่นใจขึ้นมาได้เลยฟุ้งซ่านคิดไปถึงว่าแท้ที่จริงแล้ว พระเครื่องมีไว้ทำไม เขาเคยอ่านรู้มาว่า ก่อนที่ทัพกรีกอันเกรียงไกรของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช จะรุกรานชมพูทวีป ชาวพุทธไม่ได้มีพระพุทธรูปใดๆ ไว้กราบไหว้ แต่เมื่อผู้รุกรานได้ยินได้ฟังคำสอนของพระพุทธศาสนา เกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้าในคำสอน จึงได้ปั้นรูปเคารพแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้กราบไหว้บูชา เนื่องด้วยชนชาติกรีกเอง มีการนับถือพระเจ้ามากมายหลายพระองค์ เช่น ซีอุส เจ้าแห่งสวรรค์ อพอลโล เจ้าแห่งดวงอาทิตย์ วีนัส เจ้าแห่งความงาม เป็นต้น และได้ปั้นรูปแสดงองค์ของเหล่าเทพไว้บูชา พอศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า ชาวกรีกจึงทำการปั้นรูปพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้พระพุทธรูปรุ่นแรกๆ จึงมีพระพักตร์ละม้ายไปทางชาวกรีก มีพระเกศาหยักศก คติการสร้างพระพุทธเจ้าจึงสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบัน
พระเจ้ามิลินท์ ที่เคยสนทนาธรรมกับพระนาคเสนในเรื่อง "มิลินทปัญหา" เป็นพวกแรกที่สร้างพระพุทธรูปขึ้น และมีผู้สร้างตามต่อๆ มาเรียกพระพุทธรูปสมัยแรกนี้ว่าสมัยคันธาราฐ หรือ ศิลปคันธาระ (คันธาราฐ) ในช่วง พ.ศ.๓๖๕-๓๘๓
ใช่แล้ว ผู้สร้างพระมีศรัทธาอยากให้ผู้พบเห็นน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าและคำสอนอัน ประเสริฐของพระองค์ พระพุทธรูปเป็นเพียงกระพี้เปลือกนอกของต้นไม้ เพื่อให้คนสนใจมามอง เพื่อที่จะเข้าหาแก่นของต้นไม้นั้นความรู้สึกโล่งโปร่งสบายในหัวของมงคลเกิด ขึ้น ทำให้ลืมความกลัวตายไปชั่วขณะแล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้าง มงคลถามตัวเอง แม้ว่าเขาจะบอกใครต่อใครว่า นับถือศาสนาพุทธ แต่กลับรู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองไม่รู้อะไรเลย
แล้วก็เหลือบไปเห็น หนังสือธธรรมะหนังสือธรรมะเล่มเก่าๆ ที่เขาเก็บไว้ ถูกนำมาอ่านหลังจากไม่เคยเปิดอ่านมันเลย หนังสือเล่มนี้ มงคลได้รับมาฟรีๆ จากงานสัปดาห์พุทธศาสนาที่สนามหลวง ไปเข้าแถวรอรับตั้งยาว ตามนิสัยคนอยากได้ของฟรีไว้ก่อน พอได้มาก็ไม่คิดจะเปิดอ่าน เก็บมันไว้อย่างนั้นมานานเมื่ออ่านไปได้สักครึ่งเล่ม พบคำพูดสะกิดใจดีๆ หลายคำ ทำให้ความคิดเขาเปลี่ยนไป
รู้สึกว่า พระเครื่องของเขาเป็นภาระ อันหนักอึ้งที่ต้องเฝ้ารักษาอย่างดี แถมยังทำให้เขาโลภ ดิ้นรนเสาะแสวงหาไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน ในใจมีแต่ความอยาก ความโลภตามรังควาญตลอด อีกทั้งจะต้องโกหกหาเรื่องซื้อพระด้วยการกดราคาเพื่อให้ได้มาในราคาถูกที่ สุด
ครั้งหนึ่งพระหายไปองค์ ขนาดได้มาฟรีๆ เพราะขอแถมมาจากการเช่าพระองค์อื่น ก็ยังมิวายทุกข์อยู่ตั้งหลายวันพอหาเจอก็ดีใจ เพราะวัตถุเล็กๆ แค่ชิ้นเดียว แต่ใจดันไปยึดมั่นถือมั่นมากมาย
มงคลเร ิ่มไม่อยากไปที่สนามพระเหมือนอย่างเคย วันหยุดก็นำหนังสือธรรมะมาอ่าน แล้วก็ไปนั่งพิจารณาศพในที่ทำงานของทองเหลือ ศพแล้วศพเล่าแทน รู้สึกปลงจนเบื่อวงการพระเครื่องขึ้นมาเฉยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เฮ้ย ถ้ามึงชอบดูศพ มึงไปทำงานมูลนิธิไหมวะ กูฝากให้ได้นะ เห็นสยองๆ แบบเลือดสดๆ สมองไหล ไส้ออกมากองเลย เขาเรียกอสุภะกรรมฐาน” ทองเหลือบอก
.....................................
โลก ของมงคลเปลี่ยนไป เขารู้สึกเสียดายเวลาในอดีตของเขา ที่หมดไปกับการเดินท่องเที่ยว บ่มเพาะความโลภความอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตัวในสนามพระเครื่องสุดท้ายคน เราก็ต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าได้ ก่อนจะละร่างกายลาจากโลกนี้ไป มงคลตัดสินใจว่า จะขอใช้ความสามารถที่มีอยู่ในด้านพระเครื่อง ปล่อยเช่าพระองค์นี้ให้ได้เงินมากที่สุด เพื่อให้เจ้าของพระในฝันอันลี้ลับได้สมเจตนารมณ์ในการทำบุญ
..................................
อาทิตย์ ต่อมา หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด มงคลก็เริ่มวางแผนนำพระองค์นั้นไปปล่อยเช่า ด้วยเป็นคนที่มีความรู้เป็นที่ยอมรับอยู่ในวงการ จึงไม่มีใครกดราคาเขาได้ จาก 400,000 บาทด้วยเงินสดในที่แรกที่เขาไปเสนอ ปีนเป็น 600,000 บาท ข่าวแพร่สะพัดออกไปในวงการพระเครื่อง จนไปถึงหูบรรณาธิการนิตยสารพระเครื่องเล่มหนึ่ง ที่เป็นผู้ที่รับจัดหาพระให้นักธุรกิจใหญ่ผู้นิยมพระเครื่อง สุดท้ายได้ราคาที่เขาพอใจ องค์ละหนึ่งล้านสองแสนบาท กับอีกองค์หนึ่งได้ล้านห้าแสนบาท เมื่อนักธุรกิจท่านนี้ทราบถึงการได้มาของพระองค์นี้อย่างพิสดาร ก็มีศรัทธาบอกว่า ถ้าจะบริจาคให้โรงพยาบาลจริง เขายินดีจะสมทบอีกเท่าตัว เพื่อร่วมทำบุญด้วย
นิตยสารพระเครื่องรายปักษ์ลงรูป พระเครื่องล้ำค่า องค์งาม ทีละองค์ ติดต่อกันถึง 2 ฉบับ สร้างข่าวฮือฮาในวงการพระเครื่อง เล่ากันปากต่อปาก กระฉ่อนข่าวสะพัด แผ่กระพือไปทุกสนามพระ
.................................
อา แป๊ะฮงได้รับการเชิญมาเป็นเจ้าของเงินบริจาคจำนวนสองล้านเจ็ดแสนบาท ข่าวใหญ่ลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า “พบพระเครื่องล้ำค่าในศาลเจ้าเก่าตามคำผีบอก ชายชราเฝ้าศาลและนักเล่นพระผู้ค้นพบ ศรัทธานำเงินไปสบทบสร้างโรงพยาบาล นักธุรกิจนิรนามผู้ซื้อพระใจดีสบทบเพิ่ม”
แล้วมงคลก็ไปทำงานควบคุมการทุบ ตึกต่อไป อิ่มใจในกุศลที่ตนมีส่วนร่วมอย่างมากในครั้งนี้ หลายๆ คนเริ่มสนใจอยากเห็นเขา ผู้ที่มีส่วนทำให้โรงพยาบาลได้เงินเพิ่มอีก ห้าล้านกว่าบาทก็แค่วัตถุชิ้นหนึ่ง พระเครื่องดีๆ ในปัจจุบันถูกตีราคาเช่าหาไปหมดแล้ว สมัยที่พระสององค์นั้นถูกสร้าง พระเครื่องนั้นก็เป็นเพียงแค่ของแจกให้ฟรี ไม่ได้มีราคาค่างวดสูงแต่อย่างใด เจ้าของพระคนเก่าคงได้รับมาแล้วเห็นว่า พระผู้สร้างเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เลยเอามาใส่ในบาตรน้ำมนต์อย่างไม่เสียดายเวลาผ่านไปพระองค์นี้ก็กลายเป็นพระ หลักล้านบาทในขณะนี้
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น มงคลทยอยนำพระของตนที่หวงนักหวงหนา แจกคนนั้น คนนี้ ที่ราคาค่างวดแพงก็ปล่อยให้เช่า เอาเงินไป พิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน
มงคล ได้หนังสือธรรมะชี้ทางสว่างในวันที่จิตใจมืดมนด้วยอำนาจความความโลภที่ ถึงขีดสุด และผ่านพ้นมาได้พร้อมกับจิตใจที่สะอาดขึ้น ในร่างกายร่างเดิม จึงอยากให้คนอื่นได้รับโอกาสเช่นนี้บ้าง เขารู้สึกว่ายิ่งทำบุญก็ยิ่งมีความสุข อิ่มใจ สบายใจ พอใจไม่อยากได้ของคนอื่น ใจก็เบาทุกข์น้อยลงตระหนักดีแล้วว่าการสะสมวัตถุเป็นทุกข์ ไม่เหมือนสะสมความดีที่ให้ความสุขจากการที่ต้องไปเดินสนามพระทุกวันหยุด ก็กลับกลายเป็นเข้าวัดปฏิบัติธรรมแทน
ตอนที่มีพระเครื่องมากมาย ก็มีแต่อยากได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เคยมีความสุขจากใจที่สงบขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ทั้งๆ ที่ตอนนี้แทบจะเลิกห้อยพระ หันหลังให้กับสนามพระเครื่อง
.....................................
งาน ทุบตึกในโรงพยาบาลลุล่วงไปแล้ว ในคืนสุดท้ายที่เขานอนในเขตบ้านพักคนงานในโรงพยาบาล มงคลที่เปลี่ยนไป ก็ได้พบชายชราในฝันอีกครั้งชายชราหน้าตาแจ่มใสมาทักทาย ขอบคุณ แล้วเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของตนว่า ตนเองเป็นหมอยาชาวจีน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่เป็นเด็ก ในสมัยรัชกาลที่ 4 ใช้ชีวิตยืนยาวจนตายในรัชกาลที่ 6 โดยมาตายที่โรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง สมัยมีชีวิตปลูกบ้านอยู่แถวศาลเจ้าชานเมืองแห่งนั้น ตั้งแต่ที่ตรงนั้นมีแต่ทุ่งนาห่างไกลชุมชน ได้รับพระเครื่องสององค์นั้น มาจากมือพระสงฆ์นามกระฉ่อนที่สร้างพระองค์นั้นขึ้นมากับมือ เห็นว่าท่านเป็นพระปฏิบัติดี เลยเอาไปบรรจุลงบาตรน้ำมนต์ไว้ แล้วเอาไปให้ศาลเจ้าซ่อนไว้แนบเนียน ซึ่งส่งผลดีในกาลต่อมา เพราะสามารถป้องกันคนโลภมาฉกชิงเอาไปหลังจากมันมีราคาแพงขึ้นไปตามความนิยม ของสังคม
“ขอบใจมาก คิดแล้ว อั๊วเลือกคนไม่ผิด” ชายชรากล่าวอมยิ้ม อย่างมีความสุข ในฝัน
.........................................
มงคล ตื่นเช้าขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความอิ่มเอมใจ มองลานโล่งของพื้นที่ที่ถูกรื้อถอนอาคารเก่าออกไป พื้นที่ว่างดูโล่งตากำลังรออาคารใหม่ที่จะปลูกสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคอันมี ที่มาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ นึกย้อนไปถึงใจตัวเอง ใจที่ถูกรื้อถอนความชั่วร้ายออกไปตั้งมาก จากประสบการณ์อันนี้ และพร้อมที่จะปลูกสร้างสิ่งดีๆ ใหม่ๆ ในใจต่อไป
..........ดวงตาเห็นธรรมเลย.............. |