 (N)
ครูบาอาจารย์ของแท้ของจริง
( อ. บูรพา ผดุงไทย นสพ. ไทยโพสต์ 16 ม.ค. 2554 )
ครูบาอาจารย์ คือ ผู้ที่สั่งสอนสรรพวิชาการต่างๆ ให้แก่เรา
อบรมบ่มนิสัย
สอนให้รู้จักแยกแยะ ผิดชอบ ชั่วดี
และ แนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้
การเป็นครูบาอาจารย์จึงมิใช่แค่เพียง เสกเป่าคาถาอาคม รดน้ำมนต์ หรือ ประกอบพิธีกรรมทางไสยสาสตร์ แล้วจะทำให้ท่านเหล่านั้นกลายเป็นครูบาอาจารย์ได้ ครูบาอาจารย์ที่ควรค่าแก่การเคารพกราบไหว้บูชาอย่างแท้จริง นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มี จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู เป็นผู้ให้สรรพวิชาทั้งหลายแก่ศิษย์ของตน ทั้ง วิชาการทางโลก และ วิชาทางธรรม
วิชาการทางโลก ที่ครูบาอาจารย์ได้มอบให้กับศิษย์จะเป็น วิชาที่เราสามารถนำไปใช้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่บนโลกธาตุใบนี้ หรือ ใช้อำนวยความสะดวกให้ชีวิตได้รับความสุขสบาย ซึ่งจะแตกต่างไปจาก วิชาการทางโลกวัตถุทั่วไป ที่ มุ่งแสวงหาแต่ผลประโยชน์โดยที่ขาดเรื่องคุณธรรม ไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ พอสบช่องสบโอกาส ใครพลาดท่าเสียทีในข้อกฎหมายก็จะใช้สมมติบัญญัติข้อกฎหมายทางโลกเหล่านั้นเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นทันที โดยไม่คำนึงถึง ความถูกต้องเป็นธรรม
ครูบาอาจารย์ท่านจะเน้นสอนเฉพาะแต่ วิชาที่มีคุณธรรม ไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นให้ได้รับความเดือดร้อน ครูบาอาจารย์ที่ดีจึงมุ่งอบรมศิษย์ของตนให้เข้าใจถึง กฎแห่งกรรม และเน้นย้ำให้ หลีกเลี่ยงการสร้าง กรรม เพราะการกระทำบางอย่างถึงแม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมายบ้านเมืองก็ตาม แต่หากยังคง ผิดกฎแห่งกรรม ผิดกฎแห่งธรรมชาติ แล้ว ครูบาอาจารย์ท่านก็จะไม่ให้ศิษย์กระทำโดยเด็ดขาด
ส่วน วิชาการทางธรรม นั้นเป็นการ อบรมจิตวิญญาณ อันเป็น นามธรรม ที่อยู่ภายในร่างกายของเราให้ มีการพัฒนาการสูงขึ้น มีคุณธรรมภายในจิตใจสูงขึ้น แสวงหาหนทางที่จะหลุดพ้นไปจากกองทุกข์ อันเป็น มายาสมมุติ ที่ ดวงจิตวิญญาณหลงเข้าไปติดกับ และต้อง ทนเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ให้สามารถหลุดพ้นออกไปไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก อันเป็น การปฏิบัติธรรมเพื่อการหลุดพ้น
ครูบาอาจารย์จึงต้องมี คุณธรรม ทั้ง ทางโลก และ ทางธรรม ไปพร้อมๆ กัน จึงจะสามารถอบรมศิษย์ของตนให้เป็นคนดีได้ทั้ง กาย และ จิตวิญญาณ ส่วนอาจารย์ที่ไม่สามารถอบรมและพัฒนาจิตวิญญาณให้กับศิษย์ได้นั้น ส่วนมากมักเป็น อาจารย์ทางไสยเสกเป่าคาถาอาคม สร้างวัตถุมงคล เน้นสนองกิเลสและความโลภของคนทั่วไปเป็นหลัก ผู้ที่ขาดปัญญาก็พากันไปกราบไหว้บูชาราวกับเป็นผู้วิเศษ ทั้งที่อาจารย์เหล่านั้นไม่รู้เรื่องธรรมะเลย ถึงรู้บ้างก็พอรู้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ตามที่เคยได้อ่าน หรือได้ฟังมา แต่ปฏิบัติไม่เป็น
ปัจจุบันอาจารย์หลายสำนักนอกจากจะไม่ได้สั่งสอนเรื่องการปฏิบัติธรรมแล้ว ยังกลับหยิบยื่น กิเลส ความโลภ ความหลง ให้กับผู้คน โดยเฉพาะหากเจอคนที่ขาดปัญญา ยิ่งโง่ ยิ่งดี เพราะหลอกให้เชื่อได้ง่าย แค่ยกเอา เรื่องที่ไกลตัว ยากแก่การพิสูจน์ชี้ชัด เช่น เรื่องอดีตชาติ เวรกรรม นรกสวรรค์ การแก้กรรม ฯลฯ ก็หลอกได้อย่างง่ายดาย หากเรายังคง หลงอยู่กับสิ่งอันเป็นภาพมายา เหล่านี้ การปฏิบัติธรรมของเราในชาตินี้ก็คงไม่อาจบรรลุผลสำเร็จได้ เพราะเรากำลัง หลงทางโดยไม่รู้ตัว
หลายคน หลงทาง ด้วยเพราะ หลงในกิเลสมายาโลก ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น อยากร่ำรวย อยากมีความสุขสบาย ด้วย ความอยาก เหล่านี้จึงทำให้
ตามืดบอด หลงลืมพิจารณาธรรมที่ถูกต้องแท้จริงไป
อันที่จริง อานิสงส์แห่งการปฏิบัติธรรม นั้น สามารถช่วย คุ้มครองผู้ปฏิบัติไม่ให้ต้องได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อน อยู่แล้ว
ความบริสุทธิ์ของกายกรรม วจีกรรม และ มโนกรรม ย่อมช่วย คุ้มครองผู้ปฏิบัติ ได้อย่างแน่นอน
แต่ ปัญหาใหญ่ ก็คือ ความโลภ ความหลงในบุญ ที่เรากำลังถูกหลอกกันอยู่นี่แหละ ที่เป็นตัว มาร คอยฉุดรั้งเรา คอย บดบังดวงตาเรามิให้เข้าถึงธรรม
อาจารย์ผู้ซึ่งยังคงมี อวิชชา ความหลงผิด จึงสอนแต่วิชาที่จะ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ให้สำเร็จได้อย่างไร สอนให้ ยึดมั่นถือมั่นสมบัติโลก เอาไว้ สอนให้ แสวงหาสมบัติโลก มาเป็นของตนให้มากๆ ศิษย์คนใดสามารถทำได้ก็เรียกว่าเก่ง เป็นศิษย์ที่ประสบความสำเร็จ ไม่เน้นที่ คุณธรรม ภายในจิตใจ แต่เน้นไปที่ วัตถุ ผู้ที่ขาดปัญญาการพิจารณาไตร่ตรองก็พากันไป หลงชื่นชมยินดีกับสมบัติพัดสถานอันใหญ่โต ที่สร้างขึ้นมาจากความโลภความหลงของตน ใครจะสร้างได้ใหญ่กว่า สวยกว่า ราคาแพงกว่า แสดงให้เห็นถึงอำนาจบารมี ความโด่งดัง หรือจะเป็นการแสดงให้เห็นถึง ความหลงโลก กันแน่ก็ไม่รู้
ความเป็นครูบาอาจารย์ไม่อาจวัดกันได้ที่ สมมติโลก อันเป็น ของภายนอก เหล่านั้น หากแต่ คุณธรรม ที่อยู่ ภายในจิตใจ ของท่าน และ ภูมิจิต ภูมิธรรม ของท่านต่างหากที่เป็นตัวชี้วัด ครูบาอาจารย์ที่มีคุณธรรมสูงอาจไม่มีสำนักที่ใหญ่โตมโหฬาร ไม่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ท่านก็เป็น ครูบาอาจารย์ของแท้ของจริง สมกับการที่เราจะ ให้ความเคารพกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ |