ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ขอวิธีการดู หยก



(N)


พระองค์นี้ใช้หยกหรือเปล่าครับ...และขอวิธีการเช็คว่าหยกแท้หรือไม่ทำอย่างไรคัรบ
อีกอย่างข้างหลังพระอ่านว่าอะไร...ขอบพระคุณครับ

โดยคุณ ทองแดง (7)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 17:43 น.]



โดยคุณ ทองแดง (7)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 17:43 น.] #1504898 (1/16)


(N)



โดยคุณ worawitk (588)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 17:49 น.] #1504904 (2/16)
เอาเส้นผมรัดหยกให้แนบสนิท(อย่าให้เกิดช่องว่าง) แล้วเอาไฟแช็ครนเส้นผมที่แนบกับหยก
ถ้าเป็นหยกแท้เส้นผมจะไม่ไหม้หรือขาด...ถ้าเป็นหยกปลอมเส้นผมจะไหม้และขาดทันที

ปล.เค้าว่ามาอย่างนั้นคับ

โดยคุณ สยามมีดี (7K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 17:58 น.] #1504911 (3/16)
ชนิดของหยก

หยกมี 2 ชนิด คือ เจไดต์ และ เนไฟรด์ ซึ่งหยกมีความแข็งแกร่ง เนื้อละเอียดสวยงาม เหมาะสำหรับแกะสลักเป็นรูปต่างๆเช่น เนไฟรด์ในโบราณนิยมนำมาแกะเป็นอาวุธและแกะเป็นรูปมังกร ถือว่าเป็นเครื่องนำโชค ได้มีการพบหยกเจไดต์จากแคว้นคะฉิ่นในพม่าตอนเหนือติดกับจีน หยกเจไดต์มีหลายสีคือ เขียว ม่วงลาเวนเดอร์ ชมพู ฟ้า สีส้มอมเหลือง ขาว แดง น้ำตาล ดำ ที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ คือหยกเจไดต์สีเขียวมรกตที่เราเรียกว่า หยกจักพรรดิ์ ที่งดงามที่สุดเม็ดเดียวมีราคามาก


หยกมีหลายชนิดแบ่งเป็น 3 เกรดที่พบทั่วไป

1. หยก A หรือหยกธรรมชาติหรือหยกที่เจียระไนเป็นรูปต่างๆเสร็จแล้วขัดด้วยเที่ยนไข ไม่มีการตกแต่งวัสดุหรือสีเข้าไปในเนื้อหยก หยกสีธรรมชาติที่สวยและคุณภาพสูงหาได้ยาก

2. หยก B หรือหยกเคลือบด้วยพลาสติกหรือหยกที่อาบน้ำ โดยนำหินหยกไปแช่น้ำกรดไฮโดรคลอลิคเพื่อกัดเอาสนิมโลหะและสิ่งสกปรกในเนื้อหยกออกจนหมด แล้วนำไปชุบสารละลายพลาสติกแข็ง สารละลายพลาสติกจะซึมเข้าไปในเนื้อหยกและเคลือบผิว ทำให้หยกคืนสภาพ ดูสดใสเหมือนหยกที่มีคุณภาพสูงเนื้อแก้วซึ่งคนทั่วไปแยกไม่ได้ เพราะเหมือนหยกธรรมชาติมาก ทุกวันนี้หยกที่ขายทั่วไป 90% เป็นหยกB หยก A มีราคา หนึ่งแสนบาท หยก B จะอยู่ที่ 100-1000บาท เท่านั้น

3. หยก C คือหยก B ที่ใส่สีหรือย้อมสีเข้าไป เช่น สีเขี่ยว ม่วงแดง เป็นต้น

คุณสมบัติพิเศษของหยก

• เชื่อว่าหยกมีอำนาจวิเศษคอยปกป้องผู้สวมใส่จากอันตราย เหตุนี้ฮ่องเต้จีน จึงทรงโปรดหยกเป็นพิเศษ หยกยังคงเป็นที่นิยมและมักสวมใส่ตลอดชีวิตของคนๆหนึ่ง (เรามักจะเห็นคนจีนสูงอายุใส่กำไลหยกแล้วไม่ถอดเลย ถ้าหยกสีขุ่นแสดงว่าสุขภาพไม่ดี ถ้าแตกหรือร้าวจะบอกเหตุร้ายที่จะเกิด หยกขึ้น
• คุณภาพที่ดีต้องเนื้อมีความโปร่งใส และมีความเย็น

จริงๆแล้วหยกมีหลายสี เช่น สีม่วง แดง ดำ ขาว ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปอย่างน่าทึ่งค่ะ


วิธีทดสอบหยก 1. ใช้วิธีง่ายๆ คือนำหยกมาเคาะกันดู จะเห็นว่าถ้าเป็นหยกแท้นั้น เสียงจะกังวานใส ของปลอมเสี่ยงจะไม่ใส

โดยคุณ สยามมีดี (7K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 18:06 น.] #1504914 (4/16)
การพิจารณาดูของแท้-ปลอม ของ "หยก" ค่ะ ****ก่อนอื่น ต้องทราบก่อนว่า หยกที่เรามีอยู่ เป็น หยกอ่อน <ื์Nephrite> หรือหยกแข็ง ซึ่งทั้งสองจำพวกนี้มีสารประกอบไม่เหมือนกัน หยกแข็งมีความแข็งและน้ำหนักมากกว่า ส่วนหยกอ่อนอ่อนกว่าเล็กน้อย นอกนั้นมีส่วนคล้ายคลึงกันอยู่มาก ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการพิจารณาค่ะ**** ทีนี้ มาถึงวิธีการดูของแท้-ปลอม ค่ะ ****1. หล่อทำด้วยพลาสติก น้ำหนักจะเบามาก สีไม่ใสทำด้วยยางไม้หรือยางสน น้ำหนักก็ยิ่งเบา ความแข็งน้อยมาก ลองถูเบา ๆ ผิวหน้าก็จะปรากฏเป็นเส้น ๆ ถ้าใช้กระจกหล่อทำก็จะพบฟองอากาศอยู่ในเนื้อแก้ว สีของหยกปลอมเหล่านี้มักจะอมสีน้ำเงิน และถ้ามีสีแก่สีอ่อนเจือปนกันหรือสีเขียวสีขาวสลับกัน เราจะสังเกตเห็นสีเทียมไม่กลมกลืนกันซึ่งผิดกับของจริง ทั้งนี้ก็เพราะหยกเป็นหินผลึกเฉียง ส่วนของเทียมไม่ใช่ผลึกจึงแตกต่างกันมาก ****2. ปลอมด้วยหินธรรมชาติที่ราคาถูกกว่า ย้อมสีให้เหมือนหยก เพื่อขายในราราคแพง เช่น นำหินสีขาวที่มีลักษณะหรือคุณภาพที่คล้ายคลึงกันมาย้อมสีเป็นหยก หรือนำหินโมราสีเขียวมาแต่งทำให้เหมือนหยก ถ้าเป็นหินสีขาวย้อมสีเป็นหินสีเขียวทำเทียม เราจะัสังเกตเห็นสีมักจะอมเหลืองและสีค่อนข้างขุ่นหรือมักจะอมดำ ถ้าเป็นโมราสีคล้ายหยก เราก็จะรู้สึกว่าน้ำหนักของมันเบากว่าสีเขียว มักจะอมน้ำเงินมองดูขุ่นไม่โปร่งใสน้อยมาก สังเกตให้ดี ๆ สีเขียวจะไม่เหมือนหยกแท้ ๆ เลย อีกประการหนึ่ง ของเทียมชนิดนี้ มักจะมีลักษณะดีเด่นมากเพราะว่าหินเทียมราคาถูกมากกว่ามาก สามารถหาชิ้นโต ๆ มาตัดแต่ง ลักษณะย่อมต้องดีเด่นกว่าของแท้ซึ่งมีขนาดเพียงจำกัดเท่านั้น สำหรับประเด็นนี้เราจะรู้สึกว่าของเทียมมักจะมีลักษณะดีมากจนของแท้ไม่เคยมีมาก่อน ****3. นำหยกธรรมชาติแท้ ๆ ที่สีไม่สวยมาย้อมให้สวยขึ้นเพื่อขายในราคาดีกว่า **** การย้อมสีหยกนี้ เมื่อสมัยก่อนโน้น ย้อมโดยใช้ความร้อนธรรมดาเคี่ยวให้สีแทรกซึมเข้่ไปในเนื้อหยก แต่เมื่อถูกความร้อนเข้าหรือใช้ไปไม่นานสีก็จะตกและค่อย ๆ กลายเป็นสีเดิม ต่อมาเทคนิคในการย้อมสีก็ได้ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ได้ย้อมสีโดยใช้ความร้อนและความกดดันสูงมากจนทำให้หยกขยายตัว เพื่อกดดันให้สีแทรกซึมเข้าไปได้ลึกซึ้งกว่าเดิมมาก และยังสามารถแต่งสีให้กลมกลืนเหมือนของจริง ซึ่งถ้าไม่ชำนาญจริง ๆ ก็จะไม่สามารถดูออกได้ ความจริงหยกธรรมชาติแท้ ๆ จะหาสีสวย ๆ ได้ยากมาก ถ้าเราพบเห็นหยกสีสวย ๆ มีมากก็ควรตระหนักว่ามันต้องเป็นไปไม่ได้ และควรพิจารณาให้ดีเสียก่อนจึงจะเชื่อ ถ้าเราใช้กล้องขยายพิจารณาดูให้ดี เราอาจจะพบสีเขียวของหยกเทียมเป็นสีเส้นเล็ก ๆ เหมืีอนเส้นไหม ซึ่งผิดกับสีเดิมของหยกแท้ อีกทั้งสีเทียมมักจะอมน้ำเงินบ้าง หรืออาจจะอมสีเหลืองเล็กน้อย เป็นต้น การย้อมสีด้วยวิธีใหม่นี้ ถ้าใช้ไปนาน ๆ สีก็จะค่อย ๆ ตกเหมือนกัน ****การพิสูจน์จะให้แน่ชัดและสามารถรู้ได้ทันที ก็ด้วยวิธีโยนหยกชิ้นนั้นลงไหในน้ำมันที่กำลังเดือด สีเทียมก็จะสูญหายไปทันที แต่ใครเล่าที่จะยอมเสี่ยงด้วยการทดลองแบบนี้ เพราะว่าหยกเข้าไปอยู่ในน้ำมันที่กำลังเดือด ๆ เมื่อร้อนจัดก็อาจจะแตกร้าวได้ง่าย ๆ เป็นการสูญเสียโดยใช่เหตุ ******* คัดลอกมาจาก "การบำบัดโรคด้วยพลังคริสตัล โดย Ragis Regis แปลโดย ชาย รัศมีจันทร์ " ค่ะ

โดยคุณ yuirayong (5.7K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 18:07 น.] #1504915 (5/16)
เจ๊หยกแท้ต้อง ใส เสียงกังวาล

ตามด้วย เห่อหลาน จึงแท้แน่นอน

55555555555555555555555555555555555555555

โดยคุณ janny (1.1K)(2)   [จ. 24 ม.ค. 2554 - 19:45 น.] #1505005 (6/16)
ปัจจุบันมีหยกอัด มาจากจีน ดูเผินๆเหมือนมากๆครับ
แต่ถ้าจะดูว่าหยกแท้วิธีการขั้นต้นครับ
1.น้ำหนัก..หยกแท้จะมีน้ำหนักทดสอบจับดูเพื่อประเมิน....หนักเหมือนหิน..
2.หยกแท้..จะมีความเย็นในตัวเอง....ทดสอบแตะที่ติ่งหูครับ....
3.ลายหิน.ลายหยก....เมื่อเอากล้อง 10 x ส่องดูจะเห็นลายเส้นลายหินลายหยก(หยกที่ดีใสจะต้องใช้กล้องที่ละเอียดกว่าครับ)

โดยคุณ chok77 (1.6K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 20:15 น.] #1505131 (7/16)




เจอ หยก จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเข้าแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยคุณ Ronado (10.2K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 20:18 น.] #1505150 (8/16)

โดยคุณ ทองแดง (7)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 20:24 น.] #1505188 (9/16)
ขอขอบคุณครับ..ผมทดสอบแบบคุณ worawitk ว่า เส้นผมไม่ไหม้ไฟ OK. ทดสอบแบบคุณ janny ว่า มีน้ำหนัก แตะที่ติ่งหู เย็นอ่ออนๆครับ...แต่ส่องดูผิวเรียบมากปิดไฟส่องถึงเห็นแสงอ่ออนออกมา และตามที่คุณ yuirayong บอกมา มีครับ เสียงกังวาล
ผมขอขอบคุณอีกครั้งครับ...แต่ผู้รู้ผู้ชำนาญครับ ด้านหลังอ่านว่าอะไรครับ....

โดยคุณ pinks (1K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 20:42 น.] #1505255 (10/16)
พระองค์นี้หยกครับ ออกที่ วัดพระแก้ว เชียงราย ข้างหลังคือ ตราสมเด็จย่า ครับ (สว)

โดยคุณ lulytoon (5.3K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 23:25 น.] #1505727 (11/16)
การทดสอบ
1 เส้นผมไม่ไหม้ไฟ (ทดสอบการนำความร้อน)บอกได้ว่าไม่ใช่แก้วหรือวัสดุโพลีเมอร์ต่างๆที่ใช้เทียมหยกครับ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นหยก อาจจะหยก หยกย้อมสี หรือเป็นหินชนิดอื่นๆ(เช่นโมรา ควอซ อื่นๆ)มาย้อมสีครับ
2 มีน้ำหนัก แตะที่ติ่งหู เย็นอ่ออนๆ (ก็ยังเป็นการทดสอบการนำความร้อนเหมือนกัน) ให้ผลเหมือนข้อ1ครับ การนำความร้อนนี้หมายถึงวัสดุจะปรับอุณหภูมิตามบรรยายกาศครับ เช่น เวลาเราถอดแหวนหยกไว้ในห้องแอร์แหวนจะเย็น แต่พอนำมาใส่ สักพักก็จะอุ่นตามอุณหภูมิร่างการเราครับ
3 ความใส บอกอะไรไม่ได้เลยครับ โดยมากหยกหรือสิ่งเทียมหยกทั่วไปมักจะใสครับ(ถ้าขนาดไม่ใหญ่หนาจนเกินไป)
4 เสียง บอกได้ว่าไม่ใช่วัสดุโพลีเมอร์เทียมหยกครับ อาจเป็นแก้วใสหรือหินอื่นๆได้

โดยคุณ lulytoon (5.3K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 23:42 น.] #1505769 (12/16)
โดยมากหยกที่จะนำมาแกะสลักมักเป็นหยกแนฟไฟ์ครับ ซึ่งจะมีความแข็งแกร่งกว่าหยกเจทไดท์มาก (คนจีนใช้ทำดาบ ตราตั้ง เฟอร์นิเจอ รูปเหมือนต่างๆ) ซึ่งโดยปกติหยกชนิดนี้มักมีสีไม่สมำ่ำเสมอครับ ออกไปทางขาวถึงเขียวปนๆกัน อาจนำมาย้อมสีบ้างในกรณีที่สีไม่สวย หรือทำเพื่อเพิ่มมูลค่า(เฉพาะในงานจิวเวลรี) ราคาของหยก2ชนิดนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว หยกแนฟไฟท์ค่อนข้างทึบแสง (กำไลหนึ่งวงประมาณ200-3000บาท มากกว่า500บาทถือว่าโดนหลอก ยกเว้นสีจะมีความสมำ่่เสมอสวยมากๆ) ส่วนหยกเจทไดท์ราคาแพงมากๆ ผมเคยมีอาจารย์มีหยกเจทไดท์เป็นหัวแหวนราคาหลักล้าน(สีนิยมสุด เรียกว่าอิมพีเรียลเจด) ส่วนถ้าเป็นกำไลไม่ต้องพูดถึง แทบไม่มีให้เห็น ที่จตุจัตรเจทไดท์เป็นห่วงกลมๆเล็กประมาณ1เซน ราคาประมาณหมื่น(สวยใส)

โดยคุณ lulytoon (5.3K)  [จ. 24 ม.ค. 2554 - 23:49 น.] #1505790 (13/16)
แนะนำตัวหน่อย ผมเป็นนักอัญมณีศาตร์(เทคโนโลยีอัญมณี) ปัจุบันทำงานแม่พิมพ์คอมพิวเตอร์ครับ(จิวเวลรีนะครับ ไม่ใช่ทำพระ แต่เคยทำชวงจตุคามดังๆ1พิมพ์ และตอนนี้พึ่งทำพระพุทธชินราชครับ ไว้ว่างจะนำมาโชว์ครับ ทำเองกะมือ ของหลวงปู่แปลก พิษณุโลกครับ) เล่นพระมาจะปีแล้วครับยังไม่มีเพื่อนเลย นั่งหน้าคอมทั้งวัน

โดยคุณ janny (1.1K)(2)   [อ. 25 ม.ค. 2554 - 00:40 น.] #1505851 (14/16)
โดยคุณ lulytoon (113.53.37.*) [24 Jan 2011 23:49] #1505790 (13/13)
แนะนำตัวหน่อย ผมเป็นนักอัญมณีศาตร์(เทคโนโลยีอัญมณี) ปัจุบันทำงานแม่พิมพ์คอมพิวเตอร์ครับ(จิวเวลรีนะครับ ไม่ใช่ทำพระ แต่เคยทำชวงจตุคามดังๆ1พิมพ์ และตอนนี้พึ่งทำพระพุทธชินราชครับ ไว้ว่างจะนำมาโชว์ครับ ทำเองกะมือ ของหลวงปู่แปลก พิษณุโลกครับ) เล่นพระมาจะปีแล้วครับยังไม่มีเพื่อนเลย นั่งหน้าคอมทั้งวัน

รับเป็นเพื่อนครับ

โดยคุณ ทองแดง (7)  [อ. 25 ม.ค. 2554 - 15:33 น.] #1506425 (15/16)
รับเป็นเพื่อนด้วยคน..ครับ.. คุณ lulytoon สรุปเลยครับแท้ไหม

โดยคุณ lulytoon (5.3K)  [อ. 25 ม.ค. 2554 - 21:53 น.] #1506952 (16/16)
ส่วนตัวดูไม่แท้ครับ
1สีสม่ำเสมอมากเกินไป
2ใส(โดยมากหยกแนฟไฟท์ที่ใช้แกะสลักมักไม่ใสครับ)
3 อันนี้ต้องดูที่ตำหนิสีดำๆว่าเป็นธรรมชาติหรือป่าว นำความร้อนหรือป่าว มีฟองอากาศไหม
4 หยกลักษณะแบบนี้ผมได้ทั่วไปตามร้านขายเครื่องรางของจีนครับ พวกปี่เซ๊ย กวนอู เจ้าแม่กวนอิม
สุดท้ายยังไงก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ จิงๆแล้วอัญมณีกับพระคล้ายกันครับ คือต้องศึกษาและเก็บประสบการณ์ พระไทยปลอมแค่คนไทย ส่วนอัญมณีปลอมกันทั่วโลกครับ(จีนกะแขกขาวเก่งมาก) พัฒนาเทคโนโลยีไม่มีวันหยุด แต่อัญมณียากกว่าพระครับ ตรงที่พระมีทั้งจุดเป็นจุดตาย แต่อัญมณีมีแต่จุดตายครับ บอกได้ว่าถ้ามีคือเก๊แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่ีแท้ครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1