 (N)
เรื่องมีอยู่ว่า...
มี สามี-ภรรยา คู่หนึ่งแต่งงานกันมาได้20ปี แต่ยังไม่มีลูก ทางผู้เป็นสามีก็เริ่มจะรู้สึกเบื่อ
เพราะกินน้ำพริกถ้วยเก่ามานาน จึงคิดหาวิธีที่จะเลิกกับภรรยาแต่ก็คิดไม่ออกสักที เนื่องจาก
ภรรยาเป็นคนดี งานบ้านไม่เคยบกพร่อง
เมื่อหาเหตุผลที่จะขอเลิกไม่ได้ สามีจึงมีความคิดที่จะฟ้องหย่าภรรยาเพราะเค้ามีเพื่อนที่เป็นทนายมือหนึ่ง
ว่าความไม่เคยแพ้มาตลอดชีวิตของการเป็นทนาย โดยให้เหตุผลในการฟ้องหย่าว่า
"จิ๊มิ ของภรรยายดำทำให้หมดอารมณ์ในการร่วมรัก ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้เป็นสามีเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ในอนาคต"
เมื่อภรรยารู้เรื่องการฟ้องหย่าก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้จะไปหาทนายที่ใหนมาว่าความให้
ครั้งจะไปจ้างทนายดังๆมือหนึ่งก็ไม่มีเงินเพราะเป็นเพียงแม่บ้าน ไม่ได้ทำงาน ใช้แต่เงินของสามี
จึงได้นำเรื่องไปปรึกษาหลานชายที่เป็นทนายหุ่มมือใหม่ยังไม่เคยว่าความคดีใดๆเลย และหลานชาย
ก็รับปากจะว่าความให้โดยไม่คิดค่าจ้าง ถือว่าเป็นการหาประสบการณ์ของการเป็นทนาย
ก่อนวันขึ้นศาล1วัน ทนายหนุ่มก็นอนคิดหาวิธีแก้ต่างทั้งคืนจนไม่เป็นอันหลับอันนอน...เมื่อถึงเวลาขึ้นศาล
ทางทนายโจทย์ก็ได้ยกเหตุผลในการฟ้องหย่าต่างๆนาๆ โดยเฉพาะเหตุผลที่ว่า"จิ๊มิดำ อาจจะส่งผลให้ผู้เป็นสามีเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ในอนาคต"
เหตุผลนี้ทำให้ผู้พิพากษาหวั่นไหวและมีสีหน้าเห็นด้วย อย่างเห็นได้ชัด ทำให้โจทย์(สามี)ยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย
ส่วนจำเลย(ภรรยา) ก็รับรู้ได้ถึงชะตากรรมที่จะต้องได้หย่าอย่างแน่นอน
เมื่อถึงคราวที่ทนายหนุ่มมือใหม่จะต้องขึ้นว่าความ ทนายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
หยิบไข่ต้มที่ไม่ได้ปลอกเปลือกออกมา แล้วขว้างใส่เบ้าตาของผู้พิพากษาอย่างจัง ถึงขั้นต้องเอามือกุมเบ้าตาด้วยความเจ็บปวดเป็นเวลานานร่วม10นาที
เมื่อผู้พิพากษาเอามือออกจากเบ้าตา ทนายหนุ่มก็พูดขึ้นว่า...
"นี่ขนาดท่านโดนไข่แค่ลูกเดียวกระแทกแค่ครั้งเดียว ตาท่านยังเขียวคล้ำขนาดนี้ แล้วจำเลยล่ะคับ โดนกระแทกตั้ง2ใบ นาน20ปี จะไม่ให้จิ๊มิดำได้อย่างไร
ดังนั้นผมเห็นว่าสาเหตุที่จิ๊มิของจำเลยดำนั้นเกิดมาจากการกระทำของโจทย์(สามี) ไม่ใช่ความผิดของจำเลย(ภรรยา)คับ"
เมื่อทนายหนุ่มพูดจบ ผู้พิพากษาก็พูดเพียงสั้นๆว่า
"ยกฟ้อง" |