ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : เหตุที่ผมกล้าติดแก๊ส



(N)
เฟอร์ร่ารี่ ยังกล้าติดแก๊ส ผมดูแล้วรถผม ก็สมควรเอารถผมไปติดบ้าง
เฟอร์ร่ารี่เค้ายังไม่กลัว ในรูปเฟอร์ร่ารี่ LPG ด้วยนะครับ

(แตกประเด็นมาจากกระทู้.. /-/-/---มาประหยัด...เก็บตังค์ไว้เช่าพระ...กันดีก่า----/-/-/ ของท่านtigge_jeed)

โดยคุณ poppoomi (401)  [พ. 16 ก.พ. 2554 - 20:35 น.]



โดยคุณ tigge_jeed (2.3K)  [พ. 16 ก.พ. 2554 - 21:24 น.] #1547560 (1/13)


(N)
-----เยี่ยม...เจง...เจงๆๆๆ-----

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [พ. 16 ก.พ. 2554 - 21:42 น.] #1547586 (2/13)


(N)
โอวววว์ สุดยอดดดดดด

โดยคุณ ไม้มงคล (11.6K)(1)   [พ. 16 ก.พ. 2554 - 21:44 น.] #1547590 (3/13)
ที่เค้ามาติดแก๊ส เพื่อที่จะจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบครับ หรือพูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ เลี่ยงภาษีครับ

โดยคุณ คนหลังแก้ว (559)  [พ. 16 ก.พ. 2554 - 21:50 น.] #1547599 (4/13)
โดยคุณ ไม้มงคล (61.90.16.*) [16 Feb 2011 21:44] #1547590 (3/3)

ที่เค้ามาติดแก๊ส เพื่อที่จะจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบครับ หรือพูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ เลี่ยงภาษีครับ

...........................

เป็นงงครับคุณไม้มงคล ผมไม่เข้าใจจริงๆ รบกวนอธิบายคร่าวๆ ได้มั๊ยครับ? ผมเชื่อว่าต้องมีอีกหลายคนที่งงเหมือนผมอ่ะครับ "รถจดประกอบ" เนี่ย....

โดยคุณ poppoomi (401)  [พ. 16 ก.พ. 2554 - 23:51 น.] #1547804 (5/13)
น่าจะมีส่วนจริงครับ ...

นำรถประมูลมาจากต่างประเทศ ก่อนนำมาประกอบ จากนั้นจะทำการการติดตั้งระบบแก๊สแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ คือ ตัดระบบการใช้น้ำมันออก
เพื่อไปขอจดทะเบียนกับขนส่งก่อนที่จำนำมาจำหน่าย ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายหลีกเลี่ยงจ่ายภาษี โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า " จดประกอบ " แต่จริง ๆ แล้วนำเข้ามาทั้งคัน . .

จะใช้วิธีการไปประมูลรถยนต์ดังกล่าวจะนำเข้ารถเป็นคัน เพียงแต่มีการถอดเครื่องยนต์และล้อรถยนต์ออกไป
เมื่อมีรถมาถึงเมืองไทยก็จะนำรถที่อ้างว่าเป็นอะไหล่ไปขอออกใบ อินวอยซ์แสดงรายการ สินค้าจากศุลกากร
โดยเฉพาะหมายเลขโครงแชสซีส์ของรถเพื่อเสียภาษีศุลกากร หลังจากนั้นจะนำใบอินวอยซ์ที่ได้มา
ไปใช้ในขั้นตอนแจ้งประกอบรถยนต์ขึ้นมาใหม่ด้วยการหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิต เพื่อให้รถยนต์เหล่านี้ นำไปขอจดทะเบียนได้
หลังจากได้ใบอินวอยซ์มา ก็จะนำรถยนต์ไปให้ผู้ประกอบรถยนต์นำไปจด ประกอบ ก่อนนำไปเสียภาษีสรรพสามิต
และจะใช้วิธีหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีและตรวจมาตรฐาน สมอ.ด้วยการอ้างว่ารถยนต์ที่นำไปจดนั้นเป็นรถที่ใช้พลังงานทดแทน

แต่รถเฟอร์รารี่ ก็เป็นรถที่แรง ต้องการค่าออนเทน สูง ๆ
ยิ่ง สูงยิ่งดี น้ำมัน สูงสุดคือ 95 LPG 110 แรงกว่า เห็น ๆ
อัตราการเร่ง และทำความเร็วได้ดีกว่าน้ำมันครับ ข้อเสียคือ ความร้อนจะสูงกว่า

โดยคุณ บุญบิดา (381)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 02:39 น.] #1548713 (6/13)
ผมก็ติดแก๊สครับ ติดมานานแล้ว เกือบสามปี รถที่บ้านสองคันวิ่งไป 200000 โลได้แล้วมั้งครับ อย่าว่าแต่มีเงินเปลี่ยนเครื่องเลยครับ เอาไปซื้อรถยนต์มือสองได้อีกคันแล้วมั้งครับ (แก๊สเฉลี่ย โลละ 1.50-1.85บาท น้ำมันตกโลละ 3.60) หาศูนย์ติดดีๆ ช่างดีๆ ศึกษาเรื่องยี่ห้ออุปกรณ์เยอะหน่อย อย่าไปฟังช่างมาก เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเร็วนิด เนียนดีครับ

โดยคุณ dokebi_123 (685)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 02:51 น.] #1548715 (7/13)
มีคำถาม ที่เกิดเป็นคนไทย
ทำไม ราคาน้ำมันในประเทศไทย ถึงต้องเอาไปผูกราคา กับราคาตลาดที่ผันผวนมากที่สุดในโลก
ทำไม แท้จริงแล้วปริมาณน้ำมัน และก๊าซที่ผลิตได้ในประเทศเพียงพอไหม
ทำไม ปตท. กับ บางจาก ขึ้นลงพร้อมกัน
ทำไม ราคาน้ำมันตลาดโลก ลด ประเทศไทยยังไม่ลด
ทำไม ตรึงราคาดีเซล ตรึงราคาแก๊ส LPG แล้วแบนซิน ตรึงราคากลับเขาด้วยไม่ได้หรอ

(ทำให้เรา ต้องหาช่องว่างทางกฎหมาย เลี่ยงภาษี ยอมเสี่ยงภัยมากขึ้น และ.......)

แล้วอนาคต ยุบสภา และลากตั้ง แก๊ส LPG จะลอยตัวไหม ซึ่งเป็นคำถามสุดท้าย

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 05:19 น.] #1548742 (8/13)


(N)


หายห่วงครับ

โดยคุณ vivicurl (374)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 08:57 น.] #1548885 (9/13)
http://www.powergasplus.com/default.aspx

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 10:31 น.] #1549031 (10/13)

โดยคุณ kaiser (73)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 11:59 น.] #1549129 (11/13)


(N)
รถอาจารย์ภูสุดยอดเลยครับ...เปิดปิดรถระวังบาดทะยักนะครับอาจารย์.
.....อิอิ.....

โดยคุณ slimauto (66)  [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 14:33 น.] #1549342 (12/13)
เสียเวลาอ่านสักนิด อะไร อะไรจะได้ดีขึ้น
> > หากคุณเห็นด้วย.. รบกวนช่วยส่งต่อกันเยอะๆ เพื่อส่วนรวม



> > ใครดูรายการของคุณสัญา คุนากร
> > ได้คุยเรื่องน้ำมันในประเทศไทย ฟังเเล้วช๊อคจริงๆครับเพื่อนๆ
> > ทางคุณสัญาได้เชิญอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพลังงานมาเล่าให้ฟัง
> > ซึ่งผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพลังงานในสมัยพลเอกเปรม
> >
> > ได้ฟังท่านเล่าเเล้วผมขนลุก...ครับ
> > ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าเมืองไทยไม่สามารถผลิตนำมันได้เองต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
> > ซึ่งท่านบอกว่าเมืองไ! ทยมีกำลังผลิตได้ 1,000,000 บาร์เรล/วัน(ปตท.)
> > เเละเมืองไทยใช้น้ำมันวันละ 700,000 บาเรล/วัน
> > เเละเมืองไทยส่งออกน้ำมันประมาณ 100,000 บาเรล/วัน
> >
> > ฟังเเล้วเพื่อนคิดยังงัยครับ
> > เเละที่เเย่กว่านั้น..น้ำมันที่ส่งออกไปขายในต่างประเทศราคาถูกกว่าที่ขายในเมืองไทยหลายบาทถ้าเทียบต่อลิตร
> > ตอนนี้มาเลเซียใช้น้ำมันเบนซินเเละดีเซลประมาณลิตรละ 20 บาทต้นๆ
> > ท่านบอกว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำมันราคาเเพง เพราะว่าอธิบดีหรือผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงพลังงานถือหุ้นบริษัทโรงกลั่น
> > ทำให้ไม่มีการเข้ามาจัดการเเละดูเเล
> > ราคาที่ปรับขึ้นทีละ .50 บาทเป็นการขึ้นจากโรงกลั่นซึ่งราคาที่ปรับขึ้นไม่ได้มาจาก cost ต้นทุน
> > เเต่ป็นราคาที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ โดยอ้างอิงจากตลาดที่ผันผวนมากที่สุด
> > ในที่นี้ท่านยกตัวอย่างตลาดสิงคโปร์ เเต่จริงๆเราซื้อจากตะวันออกกลาง
> >
> > เเละอีกอย่างที่น่าตกใจ ท่านบอกว่าในประเทศไทยมี stock น้ำมัน 2 เดือนเเละหมุนเวียนอย่างนี้เรื่อยๆ
> > พอเวลากระท! รวงปรับน้ำขึ้นพวกพ่อค้าเอาน้ำมันใน stock มาปรับขึ้นด้วย
> > คิดดูเอาเองว่าเป็นเงินเท่าไหร่
> > ไทยใช้ 700,000 บาเรล/วัน ( 1 บาเรล = 159 ลิตร )
> > 2 เดือนกี่ลิตร ลิตรละ .50 บาท ลองคูณดู
> >
> > บริษัทที่ได้กำไรเยอะมากคือ ปตท เพราะมีโรงกลั่น 5 โรง อีก 2 โรงเป็นของเอกชน
> > รวมในประเทศไทยมีโรงกลั่น 7 โรง เป็นของ ปตท 5 โรง
> > เเล้วท่านสรุปกำไรของปตทในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณปี 2540-2544 ปตท กำไรปีละ 22,000 ล้านบาทครับ
> > ฟังเเล้วเป็นงัยครับพี่น้อง...
> > กำไรเท่ากับงบประมาณ 1 กรมเลยทีเดียว
> >
> > เเละที่สุดยอดกว่านั้น ปี 2545-2550 ปตทกำไรเพิ่มเป็น 50,000ล้านบาท/ปี
> > เเละที่สุดๆ คือ ในปี 2548 กำไร 195,000 ล้านบาท
> > ฟังเเล้วอยากให้ลูกทำงานบริษัท ปตท มั้ยครับเพื่อนๆ
> > กำไรดังกล่าวมาจากอะไรลองคิดดูครับ
> > ประชาชนตาดำๆอย่างเราเสียค่าน้ำมันลิตรละ 36 บาท
> > ถ้าเป็นรัฐบาลก่อนๆ น้ำมันขึ้น 3 บาท รัฐมนตรี นายก ต้องก้นร้อนเเล้ว
! > > เเล้วรัฐบาลน ี้ล่ะ..ตอนนี้ขึ้นไปกี่บาทเเล้ว เพื่อนๆลองคิดดูเเล้วกัน
> >
> > ถ้า ปตท ลดกำไรลงเท่ากับ 20,000 ล้านบาท/ปี
> > เเค่นี้เราก็ใช้นำมันลิตร 20 บาทเเล้วครับ
> > (นี่เเหละเหตุผลที่ไม่อยากให้เเปรรูปอุตสาหกรรมพวกนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน)
> >
> > นี่คือเหตุผลว่าทำไมพนักงานการไฟฟ้าถึงได้ประท้วงเวลามีการเเปรรูป
> > เพราะมันจะเป็นเหมือนน้ำมัน ซึ่งพอเข้าตลาดหุ้นจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามมา
> > อธิบดี รัฐมนตรี เมียอธิบดี เมียรัฐมนตรี ถือหุ้นโรงกลั่น
> > ทำให้ไอ้พวกนี้ไม่เข้าไปดูเเลเเละจัดการอย่างจริงจัง
> > ทำให้น้ำมันเเตะลิตรละ 40 บาทเเล้ว ณ ปัจจุบัน
> >
> >
> > มาร่วมมือกันดีไหม...


ด้วยการเติม esso, shell
และถ้าจะให้ดีกว่านี้..เราต้องร่วมมือกันไม่ซื้อมากกว่าที่จำเป็นต้องใช้
ถ้าทุกครั้งเราเคยเติม 1000 บาทหรื! อเต็มถ้ง.. คราวนี้เราจะไม่เติมมากกว่าที่เราจำเป็นต้องใช้
> >
ตัวอย่างเช่น วันนี้จะวิ่ง 30 กม. เราก็เติม 4.5 ลิตรหรือ 200 บาท
จะวิ่งอีก 70 กม. เราก็เติม 10 ลิตรหรือ 400 บาท
จะวิ่งอีก 100 กม. เราก็เติม 14 ลิตรหรือ 500 บาท
> >
อย่าเติมเยอะ...
ไม่ต้องไปตุนเพราะกลัวว่าพรุ่งนี้จะขึ้นราคา
> >
คราวนี้สต็อกน้ำมันในคลังก็จะล้น
เพราะปริมาณที่เคยขายทุกวันก็จะถูกเลื่อนให้ต้องเก็บไปขายในอนาคต
ถ้ามันยังอยากขายก็ต้องลดราคาลงมา ให้มันรู้ว่าไผเป็นไผ
เคยมีคนศึกษากรณีไข่ไก่แพง และได้ลองทำล้กษณะนี้ได้ผลมาแล้ว
> >
สั่งสอนให้บทเรียนมันหน่อย เริ่มลงมือปฏิบัติการได้เลย
ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย ขอเพียงช่วยกันกระจายข่าวไปให้มากที่สุด
> >
สามัคคีคือพลัง...
ส่งมาให้อ่านกันเพราะอยากให้ราคาน้ำมันลดลงจริงๆ
พวกเราโดนโอเปครวมหัวขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม ก็น่าจะมีมาตรการที่จะต่อสู้ ตอบโต้กลับไปบ้าง
ข้อเสนอนี ้ก็น่าจะเป็นข้อเสนอหนึ่งที่ถ้าร่วมกันทำ! จริงๆ ก็น่าจะแสดงอะไรออกมาได้บ้าง

โดยคุณ ขาจรประจำ (664)(1)   [พฤ. 17 ก.พ. 2554 - 18:03 น.] #1549530 (13/13)
อยู่ กทม. ใช้บริการรถเมล์ หรือรถรับส่งของหน่วย (ที่ทำงาน) ดีทื่สุดครับ
ประหยัดเป็นร้อย ๆ เท่า (เหล้า เบียร์ ไม่ดื่มกิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เทียว ฯลฯ) โอะโฮะ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1