(N)
ท่านวารณะ (เกิดในตระกูลพราหมณ์) เจริญวัยแล้ว ได้ฟังธรรมในสำนักของพระเถระผู้อยู่ป่ารูปหนึ่ง ได้ความเลื่อมใส บวชบำเพ็ญสมณธรรม. อยู่มาวันหนึ่ง ท่านไปเฝ้าพระพุทธเจ้า เห็นงูเห่ากับพังพอนต่อสู้กันตายที่ระหว่างทาง เกิดสังเวชสลดใจ ว่า สัตว์เหล่านี้ถึงความสิ้นชีวิต เพราะโกรธกัน ดังนี้แล้ว ได้ไปถึงสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงทราบอาจาระอันงามของท่านแล้ว เมื่อจะทรงประทานพระโอวาทให้เหมาะกับอาจาระนั้นนั่นแหละ จึงได้ทรงภาษิต พระคาถา ๓ พระคาถาว่า
บรรดามนุษย์ในโลกนี้ นรชนใดเบียดเบียนสัตว์เหล่าอื่น
นรชนนั้น ย่อมกำจัดหิตสุข(ความเกื้อกูลและความสุข) ในโลกทั้ง ๒ คือ ทั้งในโลกนี้ และ โลกหน้า
ส่วนนรชนใด มีเมตตาจิต อนุเคราะห์สัตว์ทั้งมวล
นรชนนั้นผู้เช่นนั้น ย่อมประสบบุญตั้งมากมาย...
ในที่สุดแห่งคาถา ท่านพระวารณะ เจริญวิปัสสนาแล้วได้บรรลุอรหัตตผล.
(ข้อความบางตอนจาก...พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา วารณเถรคาถา)
การอยู่ร่วมกันในสังคม คุณธรรมที่ดีอย่างหนึ่งที่ควรจะมีในจิตใจของทุก ๆ คน นั่นก็คือ มีเมตตา มีความเป็นมิตร มีความเป็นเพื่อน เห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกัน มีการให้อภัย ไม่โกรธ ไม่เบียดเบียนกัน ย่อมทำให้สังคมและการอยู่ร่วมกันนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดี ทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ดังนั้น ทุกอย่างที่เป็นสิ่งที่ดีนั้นสามารถที่จะเริ่มอบรมให้มีขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน โดยเป็นผู้เห็นประโยชน์ของเมตตาและธรรมฝ่ายดีอื่น ๆ เช่น ขันติ ความอดทน หิริ ความละอายแก่ใจ โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป เป็นต้น
http://www.bloggang.com |
|