ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : น้ำมันพืช... อันตรายระดับชาติ !!!

(N)
น้ำมันพืช... อันตรายระดับชาติ !!!

คนไทยตาสว่างเสียที…เลิกเสียเงินซื้อยาฝรั่ง ต้นเหตุเพียงแค่น้ำมันพืชเคลือบระบบดูดซึมอดีตเมื่อก่อน 30 ปีที่แล้ว คนไทยใช้น้ำมันมะพร้าว และ น้ำมันหมูทำกับข้าว จู่ๆโฆษณา(แหกตา)ฝรั่ง มากล่าวโทษวิถีไทยเดิมๆ มาขี้ตู่ว่าน้ำมันมะพร้าว และ น้ำมันหมู ทำให้คลอเลสเตอรอลสูง เพราะจับตัวเป็นไข แล้วขี้ตู่เหวงว่าวิธีแก้คือ การใช้น้ำมันพืชปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้น้ำมันพืช เพราะความเชื่อผิดๆที่ถูกฝรั่งฝังหัวมา แต่ปรากฏว่า อัตราการเป็นโรคต่างๆมากขึ้น … ไขมันในเลือดสูง, โรค หัวใจ, โรคไต, ภูมิแพ้…เป็นต้น
วงการสุขภาพของตะวันตก เพิ่งจะมาตาสว่างเมื่อค้นพบโทษของน้ำมันพืชสหรัฐฯได้ออกมาตรการลด ละ เลิก ใช้ น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี(transfat oil) ใน หลาย ๆ รัฐ ท่านสามารถอ่านข่าวเหล่านี้ได้ เช่น อาร์โนลด์ ชวาชเนกเกอร์ ผู่ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กับการแบนการใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี โดยกล่าวว่า “การใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ…” http://gov.ca.gov/press-release/10291/ รัฐ เท็กซัส…พระราชบัญญัติขจัดน้ำมันพืชแปรรูปให้หมดจากร้านอาหาร ภายใน สิงหาคม 2553 KFC เริ่มเห็นโทษของน้ำ มันพืชผ่านกรรมวิธี ออกเมนูไร้น้ำมันพืช TransfatMcDonald ประกาศเริ่มใช้ น้ำมันชนิดอื่น แทนน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีเมื่อปี 2007 เริ่ม ต้น
ที่ 1,200 สาขาDunkin Donut ประกาศ เลิกใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีตั้งแต่ปี 2550 เว๊บไซท์ ต่อต้าน transfat http://www.bantransfats.com/
โรคที่มากับน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี…ระบบเผาผลาญอาหาร เสื่อม, เบาหวาน, ธัยรอยด์, เสื่อสมรรถภาพทางเพศ, โรคหัวใจ, โรคอ้วน, โรคไต http://transfatdisease.com/why.html
อาหารที่พบอยู่ทั่วไปมีน้ำมันพืชเสมอ… ก๋วยเตี๋ยว, ผัดไท, หอยทอด, ราดหน้า, ผัดผัก ทุกชนิด, ไก่ทอด, ปาท่องโก๋, ข้าวผัด ขนมอบ เบเกอรี่…สรุปรวมว่าอาหารทุกชนิดที่ใช้กะทะ (ผัด ทอด) ใช้น้ำมันพืชทั้งนั้น น้ำมันพืชเกือบทุกชนิด ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ ซึ่งราคาถูก แต่ขวางระบบดูดซึม น้ำซึมผ่านไม่ได้ หากใช้วัสดุอื่นตามที่โฆษณาจริง เหตุใดจึงยังขายได้ในราคาถูกเช่นนั้น อย่าให้คำว่า ‘ไม่เป็นไข’ มาหลอกท่านได้อีกน้ำมันพืชเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศา จะดูสวยงาม ไม่เป็นไข ผิดกับน้ำมันหมูที่เมื่อยู่ในอุณหภูมิต่ำจะเป็นไข…แต่เมื่อน้ำมันพืชเข้าไปอยู่ในร่างกาย อุณหภูมิ 37 องศา จะกลายเป็นกาวเหนียว เกาะติดลำไส้ตั้งแต่ลำคอลงมาถึงลำไส้ใหญ่ไม่สามารถล้างออกได้ด้วยพืชผักที่เราทานเข้าไป และ ไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำชาธรรมดา…แต่น้ำมันจากสัตว์ และ น้ำมันมะพร้าว เมื่ออยู่ในอุณหภูมิร่างกายจะไม่มีทางเป็นไข และ จะละลายกับน้ำได้ สารอาหารต่างๆยังซึมเข้าร่างกายได้หากท่านลองนำน้ำมันพืชใส่ภาชนะ แล้วไปตั้งทิ้งไว้กลางแดดสัก 10 นาที อุณภูมิจะประมาณ 30 กว่าองศาใกล้เคียงร่างกายมนุษย์…ท่านเช็ดน้ำมันพืชออกได้ยากมาก เหมือนกับที่เขม่ากาวติดกะทะ เครื่องครัว เขม่ากาวเหนียวนั่นคือผลของน้ำมันพืชโดนความร้อนจำเป็นต้องใช้กรดมาล้างเท่านั้น แต่หากท่านลองใช้น้ำมันหมู หรือ น้ำมันมะพร้าว ใส่ภาชนะแล้วตากแดด…จะพบว่าล้างออกได้โดยง่าย เมื่อน้ำมันพืชเคลือบระบบดูดซึมท่านทั้งหมด น้ำก็จะไม่เข้าร่างกายท่าน เมื่อท่านทานน้ำ น้ำก็จะถูกไตพาไปที่กระเพาะปัสสาวะโดยเร็ว เสมือนกับท่านทานน้ำ 100% น้ำเกือบทั้งหมดไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าไปใช้ในอวัยวะต่างๆเลย กลับเป็นภาระให้ไตนำไปทิ้งเกือบ 100% นี่คือเหตุผลว่า ทำไมท่านทานน้ำแล้วฉี่บ่อย เป็นโรคไต และ โรคกระเพาะปัสสาวะตามมา เมื่อน้ำซึมเข้าตัว ไม่ได้ วิตามินที่มากับน้ำ เช่น วิตามินบี และ ซี ก็จะไม่เข้าร่างกายท่าน ขาดวิตามินบี ทำให้สมองมีปัญหา เฉื่อยชา ความจำสั้น หากหญิงกำลังตั้งครรค์ มีโอกาสทำให้ลูกคลอดมาเป็นออทิสติค ขาดวิตามินซี ทำให้ภูมิคุ้มกันมีปัญหาเป็นภูมิแพ้หวัด ไวรัสเมื่อภูมิคุ้มกันมีปัญหา ท่านก็จะติดโรคอื่นๆได้ง่ายมาก จบลงด้วยการเสียเงินซื้อยาฝรั่ง เงินทองไหลออกนอกประเทศ เพราะเพียงแค่ท่านหลงเชื่อว่าน้ำมันพืชสมัยใหม่ไม่เป็นอันตรายน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี จำเป็นต้องผ่านกระบวนการ
- ฟอก สี (bleached) เพื่อให้สีดูสวย สดใส
- แต่งกลิ่น (deodorized) เพื่อให้ไม่มีกลิ่นหื มีกลิ่นตามที่ต้องการ
- ใส่ ไฮโดรเจน (hydrogenated)
กระบวนการเหล่านี้ทำให้สารเคมีเปลี่ยน เมื่อทานเข้าไปแล้วเป็นพิษต่อร่างกายโดยตรง เมื่อใดที่เห็นข้างกล่องผลิตภัณฑ์ว่า มีน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี ขอให้รู้ว่านั่นคือยาพิษ โยนทิ้งขยะทันที …ถึงเวลาล้างได้แล้วท่านจำเป็นต้องล้างน้ำมันพืชในร่างกาย ที่สะสมมาตั้งแต่เกิดเสียที ด้วยสูตรตามธรรมชาติที่ท่านสามารถพึ่งพาตัวเองได้ มี 2 สูตร ที่ได้รับการทดสอบจากประชาชนทั่วไปมากกว่าห้าหมื่นคน และ ได้ผล

สูตรที่เร็วที่สุด คือ น้ำชามะละกอ (ล้างอย่างเดียว แต่เร็ว)
วิธีทำ : มะละกอดิบที่ใช้ตำส้มตำ นำมาหั่นเป็นชิ้นเหมือนชิ้นฟัก ประมาณ 6-8 ชิ้นต่อน้ำ 2 ลิตร จะขาดจะเกิน ไม่ผิด(ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้บูดง่าย มะละกอดิบที่เหลือ ใส่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้ในครั้งต่อไป) และ ใบเตย หรือ เก๊กฮวย อย่างใดอย่างนึง กะเอง ต้มในน้ำ จนเดือด พอเดือดได้ ประมาณ 1 นาที ปิดไฟทันที อย่าต้มต่อ ให้เอามะละกอ กับ ใบเตยทิ้ง (อย่า ปล่อยให้มะละกอเดือดจนเละ) แล้ว ใส่ใบชา ลงไปแช่ประมาณ 4 นาที ห้ามแช่นานกว่า 4 นาทีเพราะสารแทนนินจะออกมา ทำให้ท้องผูก แล้วตักใบชาทิ้ง จะได้น้ำชามะละกอ ดื่มร้อน หรือ เย็นได้ น้ำชาที่เหลือให้แช่ตู้เย็น เก็บไว้ได้ประมาณ 2 วัน เกินกว่านั้น จะบูด (ยางมะละกอล้างไขมัน, ใบเตยให้ความสดชื่น, ชาดับกลิ่น
มะละกอ)

สูตรนมสดโยเกิร์ตน้ำผึ้งมะนาว (ล้างและบำรุง ค่อยๆล้าง)
นมสด โยเกร์ต น้ำผึ้ง มะนาว : ใช้โยเกิร์ตชนิดจืดครึ่งถ้วย ผสมนมสดชนิดจืด 1 กล่อง เติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา และ บีบมะนาว 2ลูก คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วค่อยดื่มคุณสมบัติ : ใ ห้วิตามิน B บำรุงสมอง วิตามิน C เพิ่มภูมิต้านทาน, จุลินทรีย์ตัวดีช่วยย่อยน้ำ มันพืช, นมส ด ให้แคลเซียม ขอให้ท่านมองดูคนป่วยรอบกายท่าน คนป่วยในสังคม แล้วถามตัวเองว่า
- คนเหล่านั้น ทานน้ำมันพืชแล้วภูมิคุ้มกันมีปัญหา ป่วย แต่ไปรักษาปลายเหตุ ใช่หรือไม่?
- คนป่วยเหล่านี้มากพอหรือยัง เงินที่คนป่วยเหล่านี้ต้องจ่ายซื้อ ยา เงินนั้นอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ ?
- เศรษฐกิจพอ เพียงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากคนไทยยังไม่ดูแลสุขภาพตนเอง ต้องพึ่งพายาฝรั่งไปเรื่อย ๆ ?
ท่านอย่าเพิ่งเชื่อบทความนี้ จนกว่าท่านจะหาได้ข้อมูลเพิ่มเติมใน search engine (google) ต่างๆ ด้วยตนเอง โดย พิมพ์ key word ต่อไปนี้ (พิมพ์ครั้งละ 1 คำ) Transfat, transfat bill, vegetable oil bad health, hydrogenated oil, ชามะละกอ, อันตราย น้ำมันพืช

โดยคุณ worawitk (588)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 07:30 น.]



โดยคุณ Hippy_chon (1.8K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 08:11 น.] #1567538 (1/13)
ต้องกลับไปใช้น้ำมันหมูเหมือนเดิม....

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [พ. 02 มี.ค. 2554 - 09:04 น.] #1567571 (2/13)
ขอบคุณครับผม

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 09:10 น.] #1567576 (3/13)


(N)

โดยคุณ a-pro (3.7K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 09:30 น.] #1567589 (4/13)
***ทำกับข้าว...น้ำมันหมูอร่อยกว่าเยอะครับ......กินแล้วอ้วนกินแล้วคลอเรสเตอรอลสูงเป็นทุกน้ำมันครับ....เพียงแต่ว่าเขาบอกไม่หมด( นี้แหละเมืองไทยผลประโยชน์ส่วนตัวมาก่อนอื่นใด )..ไม่บอกว่าต้องกินปริมาณเท่าไรจึงเหมาะ
***แต่ก่อนเคยมีเรื่อง..ผักคื่นไช่....ว่ากินแล้วเป็นหมัน...เป็นข่าวใหญ่โต...แต่พอเอาเข้าจริงๆจึงบอกว่ากินที่ปริมาณ 1.5 กก.ของผักสด/ วัน....ใครจะกินขนาดนั้นจะบ้าตายเมืองไทย
***นำมันหมูเสียอย่างเดียว...เจียวไว้เยอะเก็บนานหน่อยจะมีกลิ่นฮื่นครับ
***ที่จำได้ (นานแล้ว)...น้ำมันหมูเขาบอกว่ากินวันละ...300 c.c ขึ้นไปจะเป็นโรคอ้วน ( กรณีที่ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ )
***ที่แน่ไน้มันหมู ( น้ำมันวัว ..ของอิสลาม )...ให้พลังงานดีกว่าเร็วกว่าน้ำมันพืชหลายสิบเท่า..โดยเฉพาะในหน้าหนาว*****

โดยคุณ matum (1.1K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 12:15 น.] #1567718 (5/13)
ผมจัดไปแล้วครับ2โล มันหมูเอามาเจียวเอง
ไปห้างโล... มา2วันไม่มีนำ้มันพืชขาย เลยจัดมันหมูมา

โดยคุณ เสือน้อย8ริ้ว (778)(2)   [พ. 02 มี.ค. 2554 - 12:52 น.] #1567756 (6/13)

โดยคุณ frank2550 (4.3K)(1)   [พ. 02 มี.ค. 2554 - 13:00 น.] #1567766 (7/13)
หันมากินน้ำมันหมู เดี๋ยวหมูแพงอีกนะครับ แบบนี้ต้องเข้า Facebook แล้วเล่นเกมส์ แฮปปี้คนเลี้ยงหมูดีกว่าครับ

โดยคุณ คนหลังแก้ว (559)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 13:37 น.] #1567802 (8/13)
ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ เช่นนี้ครับ

โดยคุณ superpood (3.8K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 13:53 น.] #1567819 (9/13)
เหมือนกับพี่พี่ครับยายผมแม่ผมทำอาหารเกี่ยวกับน้ำมันหมูเจียวกิน ตั้งแต่เด็กทอดไข่ผัดผัก
กากหมุก็เอามาทำข้าวคลุกกะปิ ผัดพริกแกง ผัดหวาน อร่อยครับ

โดยคุณ cholatan (2.8K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 17:52 น.] #1568040 (10/13)
กินหมูแรงถอย กินหอยแรงสู้
กินหมูแรงถอย กินหอยแรงสู้
กินหมูแรงถอย กินหอยแรงสู้
กินหมูแรงถอย กินหอยแรงสู้


ความเชื่อ....

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 20:03 น.] #1568201 (11/13)
เจียวน้ำมันหมูดีกว่า มีกากหมูให้ต้มจับฉ่ายหรือเอาไปผัดพริกขิง 55555555555555555

โดยคุณ ดุจติปิยะ (2.5K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 20:12 น.] #1568212 (12/13)
จริงด้วยน้ำมันหมูดีสุดครับ ท่านสิทธิโชติมองการณ์ไกล เอากากหมูไปทำกับข้าวอีก !!! 555

โดยคุณ panuwat99 (1K)  [พ. 02 มี.ค. 2554 - 21:40 น.] #1568308 (13/13)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1