 (N)
ท่านเศรษฐีมีบุตรสุดที่รัก แกฟูมฟักใฝ่จิตพิสมัย บุตรคนเดียวแสนจะห่วงดังดวงใจ หวังจะให้สืบวงศ์ดำรงไป
มีโรงเรียนไกลบ้านอาจารย์สอน กลัวลูกอ่อนลำบากไม่พรากได้ อุตส่าห์จ้างครูบามาแต่ไกล ให้สอนในบ้านตนสู้ปรนปรือ
ฝ่ายลูกเรียนผู้เดียวให้เปลี่ยวจิต มักเบือนบิดเบื่อชังเรื่องหนังสือ อยากได้เพื่อนพูดจาและหารือ พ่อก็อือออตามด้วยความรัก
เกณฑ์พวกเด็กในบ้านให้อ่านด้วย ก็เพื่อช่วยชวนใจให้สมัคร ครั้นมีเพื่อนเรียนล้อมอยู่พร้อมพรัก กลับชวนชักเล่นกันไม่หมั่นเรียน
ครูก็ดีจี้ไชมิได้หยุด แกเห็นสุดเอาใจจึงได้เฆี่ยน หวังให้กลัวอาญาตั้งหน้าเพียร แต่กลับเพี้ยนผิดคาดถึงขาดกัน
คือบุตรท่านเศรษฐีหนีไปหา พ่อฟ้องว่าครูนี้แกตีฉัน ปลอบให้เรียนก็ไม่ไปจนใจครัน ต้องเป็นอันเลิกกับครูที่อยู่มา
อุตส่าห์จ้างครูใหม่ตามใจลูก แต่ไม่ถูกใจบุตรสุดจะหา ครูคนนั้นฉันเข็ดไม่เมตตา คนนี้ว่าจู้จี้พิรี้พิไร
แต่เปลี่ยนครูอยู่ฉะนี้ไม่มีเหมาะ มักทะเลาะเลิกเรียนต้องเปลี่ยนใหม่ พวกครูๆ เข็ดกลัวกันทั่วไป ถึงจะให้เงินมากไม่อยากเอา
บิดาผู้รักบุตรสุดจะกลุ้ม ลูกเป็นหนุ่มใหญ่โตยังโง่เง่า เที่ยวจ้างครูอยู่ห่างต่างลำเนา ค่าจ้างเท่าไรนั้นไม่พรั่นกลัว
แต่ก็ไม่ยืดไปเท่าไรนัก ประเดี๋ยวชักเหหันต้องสั่นหัว เผอิญมาปะครูที่รู้ตัว แกหวังชั่วค่าสอนสู้ผ่อนตาม
ศิษย์จะรู้เท่าไรไม่ธุระ ชื่อเสียงจะเสียไปก็ไม่ขาม ศิษย์ผู้ใดตั้งหน้าพยายาม สอนให้ตามแต่รักสมัครเรียน
ครูคนนี้ถูกใจอยู่ได้ยืด ถึงจะจืดจางการเรื่องอ่านเขียน ก็ถูกจิตศิษย์ตนย่อมวนเวียน อยู่จำเนียรโตใหญ่ไร้วิชา
ฝ่ายพ่อแม่รักบุตรสุดจะรัก บุตรสมัครทางไหนมิได้ว่า ใช้เงินทองกอบกำไม่นำพา อยู่ไม่ช้าแกก็ตายทำลายชนม์
ทรัพย์สมบัติมรดกตกแก่ลูก ไม่ต้องปลูกเปลืองแรงแสวงผล มีเพื่อนมาฮาฮือนับถือตน เฝ้าแต่ขนทรัพย์จ่ายสบายจริง
เอาอะไรได้ทุกอย่างช่างสะดวก จะหยิบหมวกหมวกรี่เหมือนผีสิง ทุกอย่างรู้เอาใจไม่ประวิง ดูเหมือนชิงกันมาคราต้องการ
ไม่ช้านักทรัพย์ลดหมดสะดวก จะหยิบหมวกหมวกกระเดียดข้างเกียจคร้าน ถ้าเผลอหน่อยคอยหนีตะลีตะลาน
วิ่งเข้าร้านโรงจำนำไม่อำลา
เพื่อนทั้งมวลล้วนหายเหมือนตายจาก ที่มีมากคือสหายพวกนายหน้า บ้านของท่านขายเท่าไร? ให้ราคา
ผมช่วยค้าขายให้ด้วยไมตรี
เพื่อนสนุกพลุกพล่านขายบ้านช่อง พอเงินทองหมดเรียบก็เงียบจี๋ ต่อนี้ไปใครเยือนคือเพื่อนดี ไม่เช่นนี้เพื่อนโหล่โง่ระยำ
บุตรเศรษฐีเป็นมาถึงครานี้ ไม่เห็นมีมิตรสหายมากรายกล้ำ ผิวผู้ดีมีกระดากพะอากพะอำ จะคิดทำการอะไรก็ไม่เป็น
ต้องตรำตรากจากย่านถิ่นบ้านเก่า ขอทานเขาเลี้ยงตนด้วยข้นเข็ญ พักสถานศาลเจ้าทุกเช้าเย็น ค่อยคิดเห็นโทษตัวที่ชั่วมา |