 (N)
พระคาถาทรัพย์งอก
คาถาที่ใช้เรียกเงินเรียกทองให้มีใช้ย่างไม่ขัดสนครับอ่านดูนะครับ
คาถาหนุนดวงชาตา ผมนำมาเขียนก่อนเพื่อให้เสริมดวงให้มั่นคง มีความรุ่งเรื่องเป็นปฐม เมื่อดวงชาตาดีแล้วทุกอย่าวจะได้ง่ายขึ้น การเรียกเงินเรียกทองก็จะสะดวกขึ้น คาถา ๒ บทนี้ จึงเป็นคาถาที่ควรใช้คู่กัน เพื่อจะได้เสริมกันให้เป็นททวีคูณ
พระคาถาทรัพย์งอก เป็นคาถาของหลวงพ่อปาน โสนันโท ( พระครูวิหารกิจจานุการ ) วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นคาถาที่โด่งดังเลื่องลือไปทั่วแผ่นดินบทหนึ่ง กล่าวได้ว่า ไม่มีใครไม่รู้จักคาถาบทนี้
เป็นคาถาที่หลวงพ่อปาน ไปร่ำเรียนมาจาก ครูผึ้ง ฆราวาสผู้เฒ่าผู้เรืองอาคมแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช อายุ ๙๙ ปี ครูผึ้งเรียนมาจากพระธุดงค์องค์หนึ่งได้ทดลองเห็นผลอย่างมากมาแล้วจึงได้ถ่ายทอดให้ลูกหลานของท่านและถ่ายทอดให้หลวงพ่อปาน คาถาบทนี้ หากไม่เชื่อแน่ว่าดีจริง ลองดูได้อย่างง่ายๆคือ ก่อนตักข้าวสารไปหุงทุกครั้งให้สวดคาถานี้ ๓ จบ ข้าวสารที่เคยกินได้ ๑ เดือน จะกินเป็น ๒ เดือน กล่าวสำหรับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เมื่อเอ่ยนามท่าน ทุกคนจะคิดถึง สามสิ่งและหนึ่งบุคคล
สามสิ่ง คือ หนึ่งพระเครื่องเนื้อดินเผา พิมพ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า ๘ มุม ๖ พิมพ์ทรง คือพิมพ์ทรงขี่ไก่ ขี่ครุฑ ขี่หนุมาน ขี่ปลา ขี่นก และขี่เม่น
หนึ่งคือ พระคาถาเกาะเพชร พระคาถากันภัยทั้ง ๘ ทิศ ที่หลวงพ่อใช้เป่าเข้าตัวลูกศิษย์และญาติโยมที่มีความเคารพเชื่อถือ เพื่อให้สถิตอยู่ในร่างกายตลอดไป สำหรับป้องกันสรรพอันตราย และสิ่งอัปมงคลทั้งเวลาหลับและตื่น และหนึ่ง คือพระคาถาทรัพย์งอก ที่เยี่ยมยอดทางโชคลาภ และเรียกเงินทอง พระคาถานี้ ชื่อเป็นทางการเรียกว่า พระคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าโปรดสัตว์ แต่ผมเรียกว่า พระคาถาทรัพย์งอก เพราะช่วยให้ทรัพย์งอกเงยได้ เหมือนต้นไม้พันธุ์ดีที่ได้รับการดูแลใส่ปุ๋ยพรวนดิน ได้รับลมอบอุ่นและแสงแดด ที่ย่อมจะเจริญงอกงามขึ้นทุกวัน
ส่วน หนึ่งบุคคล คือคุณประยงค์ ตั้งตรงจิตร ( ขออนุญาตเอ่ยนาม ) เจ้าของห้างขายยาตราใบโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพ ฯ ซึ่งเมื่อ ๕o - ๖o ปีก่อน เป็นร้านขายยาที่ใหญ่ที่โด่งดังมากแห่งท่าเตียน
และคุณประยงค์ นี่แหละที่ทำให้พระคาถานี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จนเป็นคาถาสำคัญบทหนึ่งให้ในแวดวงพุทธาคม ไม่ว่าหนังสือสวดมนต์เล่มไหน ก็ต้องมีคาถานี้พิมพ์อยู่ด้วย
ผมเองก็ได้รู้จักพระคาถาทรัพย์งอกจากหนังสือ แต่ไม่ใช่หนังสือที่วางขายทั่วไป เป็นหนังสือที่คุณประยงค์พิมพ์แจกในงานแซยิด ๖๐ ปี ผมอ่านเจอเมื่อประมาณปี ๒๕๑๐ กว่า ตอนเพิ่งริเป็นนักเลงพระ อ่านเจอแล้วก็ศรัทธาต้องนำมาสวดบูชาตั้งแต่สมัยนั้น เรื่องที่คุณประยงค์ เล่าไว้ในหนังสือจนทำให้ผมเกิดความศรัทธา กล่าวโดยสรุป คือ
สมัยก่อน ท่านยากจนข้นแค้นมาก ถึงขนาดไม่กล้าพบหน้าผู้คน ซัดเซพเนจรไปทั่วทุกถิ่น และวันหนึ่งก็ผ่านไปวัดบางนมโค ไปนั่งพักที่ศาลาวัด ขณะที่นั่งพักเหนื่อย ก็เห็นคนมากราบไหว้หลวงพ่อปานกันอย่างมากมาย
คุณประยงค์ ไม่รู้จักหลวงพ่อปาน แต่คิดว่าต้องเป็นพระเก่งและปฏิบัติดี คนถึงเคารพนับถือกันมากเช่นนี้ จึงคิดจะขึ้นไปกราบขอพรหลวงพ่อ เพราะตอนนั้นไม่มีที่พึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าเข้าไป
ตองรอจนพลบค่ำ คนกลับไปหมดแล้วจึงขึ้นกุฏิไปกราบหลวงพ่อปาน พอกราบหลวงพ่อแล้ว ประโยคแรกที่คุณประยงค์ พูดกับหลวงพ่อ คือ
หลวงพ่อครับตอนนี้ผมยากจนมาก.... หลวงพ่อปานไม่ว่ากล่าวอะไร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และให้ศีลให้พร ท้ายที่สุดได้ประสิทธิ์ประสาทคาถาทรัพย์งอกบทนี้ กำชับให้นำไปบูชาให้จริงท่านทำตามที่หลวงพ่อปานบอกด้วยความมุ่งมั่นทุกอย่าง ในที่สุดสามารถพลิกผันจากคนยากจนแสนสาหัส มาเป็นเศรษฐีคนหนึ่งของเมืองไทยและได้กลับไปหาหลวงพ่อปานที่วัดบางนมโคอีกครั้งหนึ่งการไปพบหลวงพ่อปานครั้งนี้ พอคุณประยงค์กราบหลวงพ่อแล้ว ประโยคแรกที่ท่านพูดกลับหลวงพ่อปานคือ
หลวงพ่อครับ ตอนนี้ผมร่ำรวยแล้ว พร้อมทั้งปวารณาตัวขอช่วยเหลือหลวงพ่อปาน และวัดบางนมโคทุกอย่างนอกจากวัดบางนมโคยังได้ช่วยวัดอื่นๆที่ยากจนมีอีกหลายวัด ซึ่งเรื่องนี้คุณประยงค์ยิ่งทำมากทรัพย์สินเงินทอง ก็ยิ่งงอกเงยมาก
คาถามีมากมายและหลากนามคาถาหนุนดวงชาตา ในส่วนของผมกล่าวได้ว่าเป็นคาถาที่มีบุญคุณต่อผม เป็นคาถาอัจฉริยะคาถาในคาถาทั้งมวล ผมมีเรื่องเล่ามาเล่าให้ท่านผู้อ่านพิจารณาครับสมัยก่อนผมชอบเล่นหมากรุกบางเย็นเลิกงาน ยังไม่ทันกลับถึงบ้าน ก็แวะร้านกาแฟปากซอยนั่งหน้าแป้นอยู่แล้ว เล่นตั้งแต่ ๕ โมงเย็นกว่าๆ จนถึง๖-๗ โมงเช้า แล้วก็ไปทำงานไม่ไหว ต้องโทรไปที่ทำงานบอกเด็กสารบรรณ ขอลาป่วย มวยผมดูทุกวันวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี ไปสนามมวยราชดำเนิน อังคารกับศุกร์ ไปสนามมวยลุมพินี เสาร์ อาทิตย์ มีการถ่ายทอดสดโทรทัศน์ ที่เรียกว่ามวยตู้ก็ไม่เคยพลาด ภริยาผมเคยถามว่า เล่นหมากรุก เล่นพนันด้วยหรือเปล่า ก็บอกว่าเล่นพนันด้วย ดูมวยเล่นพนันหรือเปล่า ก็บอกว่าเล่นด้วยเล่นพนันด้วย เลิกได้ไหม ก็บอกว่าไม่ได้ การพนันก็มีทั้งได้และเสีย เวลาได้จะได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าเวลาเสีย จะเสียมากกว่าเพราะมีค่าใช้จ่าย จนมีคำกล่าวว่า สิ่งที่ฟุ่มเฟือยที่สุด คือ การเล่นพนัน ผมเองก็มีได้มีเสียอย่างนี้มานับสิบปี แต่ที่แปลกก็คือ เงินทองไม่เคยขาดมือ สามารถมีเงินใช้จ่ายได้เดือนชนเดือน แต่ปัจจุบันทุกวันนี้ ผมเลิกหมดแล้วทั้ง ๒ อย่างเป็นการเลิกเอง ไม่มีใครขอร้องหรือบังคับ เลิกมานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว
เป็นเพราะผมได้อานิสงส์จากพระคาถาทรัพย์งอกบทนี้
เป็นเรื่องที่พอจะยืนยันได้ว่า คาถาบทนี้ หากเชื่อถือ และบูชาจริงๆแล้ว จะได้ผลอย่างแน่นอน ไม่ว่าดวงจะตกสุดขีดแค่ไหน เศรษฐกิจจะย่ำแย่เพียงใด ก็จะยังมีเงินทองมาให้ใช้จ่ายไม่ขาดมือเหมือนเดิม พระคาถาบทนี้มีว่า
ลองดูครับเพื่อใครกำลังหาและชอบคาถาดีๆ
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ SIAM AMULET ฉบับที่ 24
ข้อมูลดี หนังสืออ่านได้ความรู้ดีมากเลยครับ
ต้องสวดทุกวันนะอย่าได้ขาดนะครับ แล้วท่านจะสะกดค่ำว่า ขัดสน ไม่เป็น
๑. ตอนสวดมนต์ไหว้พระ ตื่นนอน ก่อนนอน ตอนจะนำเงินติดตัวไปใช้ และตอนจะนำเงินเก็บ
๒. เมื่อตั้งใจแต่แรกกว่าจะสวดครั้งละกี่จบ เช่น ๓ จบ ๕ จบ ๗ จบ ๙ จบต้องสวดให้ได้ตามนั้นถ้าลืมสวดหรือสวดน้อยไปจะต้องสวดชดเชย
๓.ให้ใส่บาตรพระทุกวัน อย่างน้อยวันละ ๑ รูปก่อนใส่บาตรหรือเอาเงินไปทำบุญไม่ว่าในโอกาสใดๆให้สวดคาถานี้ รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย พระปัจเจกพุทธเจ้า ครูผึ้ง และหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ( ถ้าวันไหนใส่บาตรไม่ได้ ให้เก็บรวมเงินไว้ทำบุญในวัดต่อ ๆ ไป )
๔.ห้าม ลักทรัพย์อย่างเด็ดขาด เงินทองที่เก็บได้ให้คืนเจ้าของ คืนไม่ได้ ให้นำไปทำบุญ
 |
|