(N)
ขณะที่เราอยู่อย่างนี้ เวลาไม่เคยรอใคร เวลาผ่านไป ๆ ทุกขณะ ๆ วันคืนล่วงไป ๆ ความตายเข้ามาใกล้ทุกขณะ ๆ จงพิจารณาดูชีวิตของตนว่า "เรากำลังทำอะไรอยู่ สร้างประโยชน์ให้กับตนเองและต่อผู้อื่นแล้วหรือยัง สร้างประโยชน์ปัจจุบัน ประโยชน์ข้างหน้า ประโยชน์สูงสุดแล้วหรือยัง" คนเราตั้งแต่เกิดมาจนทุกวันนี้ ดิ้นรนแสวงหาแต่ความสุขกันทุกคน แต่มีใครบ้างได้พบความสุขที่แท้จริงหรือพอใจในชีวิตของตนจริง ๆ
ชีวิตของเราทุกวันนี้มันแข่งกับเวลา รีบร้อนตลอดเวลา แม้แต่เวลานอนก็ยังรีบร้อนอยู่ คิดนี่ คิดโน่น คิดไปทั่วทุกสารทิศทั้งใกล้ทั้งไกล รีบร้อนแสวงหาความสุข แต่ชีวิตเราสังคมเราดู ๆ เหมือนจะสับสนวุ่นวาย ความเดือดร้อนรุนแรงมากขึ้น ๆ ทุกวัน
มนุษย์เราค้นคว้าหาความรู้มากขึ้น ๆ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภูมิศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ฯลฯ ศาสตร์เหล่านี้ก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามกาล ตามเหตุปัจจัย ทุกปี ๆ คนเราส่วนใหญ่วิ่งตามแต่ตามไม่ทัน หมดแรง หมดหวัง สับสนวุ่นวาย ศาสตร์เหล่านี้ไม่เคยช่วยเราให้มีความสุขที่แท้จริงได้ ศาสตร์หนึ่งที่พวกเรามองข้ามไปคือ พุทธศาสตร์ นั่นเอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระบรมครูของเรา ตรัสรู้มาเป็นเวลา ๒๕๘๓ ปี ก่อนโน้น พวกเราจำนวนมากมักจะดูหมิ่นดูถูกมองข้ามไป เห็นว่าเป็นเรื่องเก่าแก่ล้าสมัย แต่ความจริงคำสั่งสอนของพระองค์นั้น เป็นสัจจะความจริงไม่เปลี่ยนตามกาล ใครประพฤติปฏิบัติถูก และเข้าไปรู้เข้าไปสัมผัสแล้วก็จะเหมือนกัน รู้แล้วก็ทั้งตื่นและเบิกบานใจมีความสุข จนแม้กระทั่งความสุขอย่างยิ่ง ตามที่ท่านกล่าวไว้ว่า
"นิพพานัง ปรมัง สุขัง พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง"
พระอาจารย์มิตซูโอะ |