ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ตร.จับโล้นห้มเหลือง กินเหล้าขณะขับรถ ย่านรังสิต

(N)
http://www.trafficpolice.go.th/view_traffic.php?id=14586

-----------
ลิ้งค์ดูเลยครับท่าน พระวัดดังๆจะเป็นซะอย่างนี้
ไม่ใช่คลิปนะครับ แค่รายงานข่าวพร้อมรูป ของ web site จราจรตาเพชร

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อ. 05 เม.ย. 2554 - 12:18 น.]



โดยคุณ nat-36 (213)  [อ. 05 เม.ย. 2554 - 14:40 น.] #1614275 (1/4)
"พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ
ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทา
ธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม
ตสฺมา หิ
ธีรญฺจ ปญฺญญฺจ พหุสฺสุตญฺจ
โธรยฺหสีลํ วตวนฺตมริยํ
ตํ ตาทิสํ สปฺปุริสํ สุเมธํ
ภเชถ นกฺขตฺตปถํว จนฺทิมา

แท้จริง บุคคลผู้มีปกติเที่ยวสมคบคนพาล ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน เพราะการอยู่ร่วมกันกับคนพาล เป็นเหตุนำทุกข์มาให้ เหมือนการอยู่ร่วมกับศัตรู ส่วนบัณฑิตมีการอยู่ร่วมกันเป็นสุข เหมือนอยู่ในสมาคมแห่งหมู่ญาติ เพราะเหตุนั้นแล นรชนพึงคบบัณฑิตผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต เอาการเอางาน มีศีล มีวัตร ไกลจากกิเลส และเป็นสัตบุรุษ เปรียบดัง พระจันทร์คบกับอากาศ อันเป็นทางโคจรแห่งดวงดาว ฉะนั้น"

การคบกับคนพาลย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม เพราะปกติ คนพาลมักจะชักนำไปในทางที่ผิด เนื่องจากเป็นผู้มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ จึงมีความเห็นผิด ก่อให้เกิดความทุกข์ต่อตนเองและผู้อื่น เหมือนใบไม้ที่ห่อหุ้มปลาเน่า ย่อมต้องพลอยเหม็นแปดเปื้อน ไปด้วย ฉันใด ผู้ที่คบคนพาลก็ต้องพลอยเสียชื่อเสียง และ เดือดร้อนใจไปด้วย ฉันนั้น

ส่วนการคบกับบัณฑิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขความเจริญรุ่งเรือง เพราะบัณฑิตจะคอยชี้แนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ถูกต้องดีงาม เนื่องจากเป็นผู้มีใจใสเป็นปกติ มีความเห็นถูกต้อง ตรงไปตามความเป็นจริง รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดี อะไรชั่ว อะไรเป็นประโยชน์ และอะไรไม่เป็นประโยชน์ การอยู่ร่วมกับบัณฑิตจึงเป็นสุข เหมือนอยู่ท่ามกลางสมาคมของหมู่ญาติมิตรที่มีความปรารถนาดีต่อกัน

มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ ต่างมีความปรารถนาเหมือนกัน คือ ปรารถนาความสุขและพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ที่สมบูรณ์ มีความรู้ความสามารถ แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม จึงได้พยายามศึกษาหาความรู้ให้สูงขึ้นไปตามลำดับ ตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม อุดมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เมื่อจบปริญญาแล้ว เขาก็เรียกว่า "เป็นบัณฑิต" "เป็นมหาบัณฑิต" "เป็นดอกเตอร์" ได้รับการยอมรับจากสังคมว่า เป็นคนมีความรู้ คนมีปัญญา นี่คือ บัณฑิตในทางโลก

การศึกษาไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย มีความรู้มีการศึกษา ใช้ใปในทางที่ผิดๆ กลายเป็นบัณฑิตเฉโกไป

วิชาความรู้เป็นสิ่งสำคัญ...หากแต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม
เมื่อก้าวเข้าสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษา เป้าหมายหลักของนักศึกษาส่วนใหญ่ คือ วิชาความรู้ที่จะนำติดตัวไปใช้ประกอบอาชีพในอนาคต และใบเบิกทางที่เรียกว่า “ใบปริญญา” หรือ “ปริญญาบัตร” วันรับพระราชทานปริญญาบัตร จึงถือเป็นวันแห่งเกียรติยศที่ประกาศความสำเร็จของเหล่านักศึกษา ซึ่งได้รับการขนานนามใหม่ว่า “บัณฑิต”
คำว่า ”บัณฑิต” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๒๕ (๒๕๔๖, หน้า๖๑๕) ให้ความหมายว่าคือ ผู้ทรงความรู้, ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์, ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญา ซึ่งมี ๓ ขั้นคือ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เรียกว่า บัณฑิต มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต, ผู้มีความสามารถเป็นพิเศษโดยกำเนิด เช่น คนนี้เป็นบัณฑิตในทางเล่นดนตรี
ส่วนความหมายของคำว่า “บัณฑิต” ตามสารานุกรมพระพุทธศาสนา ฉบับประมวลจากพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (๒๕๓๙, หน้า๒๕๕) ได้กล่าวว่า “บัณฑิต” นั้นโดยความก็คือ สัตบุรุษ,บุรุษดีงาม บุรุษสงบระงับด้วยกาย วาจา ใจ. ว่าโดยลักษณะ มีความประพฤติชอบเป็นเครื่องกำหนดหมาย เมื่อจะคิดการใดก็คิดแต่การที่ชอบ ด้วยอำนาจ อนภิชฌา คือไม่เพ่งสิ่งของผู้อื่นด้วยความโลภ ด้วยอำนาจความไม่พยาบาทปองร้าย ด้วยอำนาจความเห็นชอบถูกต้องตามคลองธรรม เห็นผิดว่าผิด เห็นชอบว่าชอบ, แม้เมื่อพูดคำใด ก็พูดแต่คำที่ชอบ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบ ไม่พูดคำไม่เป็นประโยชน์,แม้เมื่อทำการใดก็ทำแต่การที่ชอบ ไม่ฆ่าเขาตีเขา ไม่ลักขโมยสิ่งของเขา ไม่ผิดในภริยาเขา, เมื่อจะคิดจะพูดจะทำการใด ก็ล้วนคิดล้วนพูดล้วนทำแต่การที่เป็นทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น. ดังนั้น “บัณฑิต” จึงควรเป็นทั้งผู้มีความรู้ความสามารถและมีความประพฤติดี
กว่าจะมาถึงวันนี้ เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนมีพ่อแม่ผู้ปกครองให้การสนับสนุน ในขณะที่อีกหลายคนต้องหาเงินส่งเสียตนเองเรียนจนจบ “ว่าที่บัณฑิตใหม่” คนหนึ่งบอกว่า “วันรับปริญญา” เป็นวันที่เขาภูมิใจที่สุดในชีวิต เพราะตลอดระยะเวลาสี่ปี นับตั้งแต่เขาก้าวย่างเข้ามาในมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยใช้จ่ายเงินทองของพ่อแม่เลยแม้สักบาทเดียว เพราะที่บ้านเขายังมีน้องอีกสามคน เขาเข้าใจดีถึงเหตุผลที่พ่อบอกให้เขาหยุดเรียนเพื่อมาช่วยที่บ้านขายของ แต่เขาบอกกับพ่อว่า เขามีความฝันที่มากไปกว่าการเป็นคนขายของธรรมดา เขาจึงขอทำตามความฝันของตัวเอง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อโกรธและแทบจะไม่พูดกับเขา ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเขา ไม่เคยมีเวลาสำหรับการเที่ยวเตร่ ดูหนังฟังเพลงเช่นเดียวกับเพื่อนหลายๆคน แต่เขาก็ไม่เคยนึกท้อใจ พยายามใช้ทุกเวลานาทีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด วันหนึ่งๆของเขาจึงผ่านไปกับการเข้าชั้นเรียน ทำการบ้าน ทบทวนบทเรียนและทำงานพิเศษ บ่อยครั้งที่เขาพบกับเพื่อนหรือคนรู้จักในร้านที่เขาไปทำงานพิเศษ แรกๆเขาก็รู้สึกอาย แต่เขาบอกตัวเองเสมอว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่ได้เบียดเบียนใคร เพราะฉะนั้น ไม่ต้องอาย ในส่วนของการเรียนนั้น หลายครั้งที่เขาพบปัญหา เช่น ไม่เข้าใจในบทเรียน ทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนไม่ได้ หรืออ่านหนังสือสอบไม่ทัน เขาได้พยายามแก้ไขปัญหา โดยการเอาใจใส่มากขึ้น เมื่อสงสัยก็สอบถามอาจารย์ผู้สอนทันที ที่สำคัญคือเขาไม่เคยลอกการบ้าน หรือทุจริตในการสอบ และในที่สุดเขาก็เดินมาจนสุดทางของการศึกษาระดับปริญญาตรี ผลการเรียนของเขาไม่ได้ดีเด่น แต่เขาก็พอใจ เพราะเขาได้ทุกอย่างมาด้วยความสุจริตและตั้งใจจริง
นี่คือตัวอย่างของบัณฑิต ที่เป็นบัณฑิตที่แท้และสมภาคภูมิ คือเป็นบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในขั้นปริญญา มีความรู้ความสามารถและเป็นบัณฑิตที่มีความประพฤติชอบ คิดดี พูดดี และทำดี
ในหมู่ชนมีคนดีปะปนกับคนชั่วฉันใด ในหมู่บัณฑิตก็มีทั้งบัณฑิตที่แท้และบัณฑิตเพียงเปลือกนอกฉันนั้น ดังจะเห็นได้จากสังคมทุกวันนี้ที่คนเก่งหลายคนจบการศึกษาระดับสูง แต่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ผิด หาประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น และบางคนถึงกับทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างมหาศาล เหมือนคำกล่าวที่ว่า “คนที่มีความรู้น้อย ถ้าโกงก็โกงได้น้อย ส่วนคนที่มีความรู้มาก เมื่อคิดโกงก็จะโกงได้อย่างพิสดาร”
การประเมินว่าใครเป็นบัณฑิตที่แท้ หรือแค่เพียงเปลือกนอกนั้น ผู้ที่จะประเมินได้ดีที่สุดก็คงเป็นตัวของบัณฑิตเอง ว่าในส่วนของวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ตนเองสามารถเรียนรู้และเก็บเกี่ยวความรู้นั้นมาได้มากน้อยเพียงไร และในส่วนของคุณธรรมจริยธรรมนั้นเล่า ก็คงต้องตอบคำถามให้ได้ว่าตนเองนั้นเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มีวินัย ขยัน อดทนและรู้จักผิดชอบชั่วดีเพียงใด เพราะปัจจุบันเราได้พบเห็นพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของนักศึกษา ผู้ที่จะกลายเป็น “บัณฑิต” ในอนาคตมากมาย เช่น ลอกผลงานของผู้อื่นมาส่ง หรือทุจริตในการสอบ ซึ่งแสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์สุจริต พูดจาและแสดงออกอย่างหยาบคายต่อหน้าผู้ใหญ่ หรือในที่สาธารณะ แสดงถึงความไม่รู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน และไม่รู้กาลเทศะ ไม่เคารพกฎจราจร ขับขี่รถสวนทางจราจร จอดรถซ้อนคันกันจนเต็ม ไม่เว้นแม้แต่ทางเข้าออก ซึ่งแสดงถึงความขาดวินัยและมักง่าย หรือแม้แต่เรื่องการแซงคิวผู้อื่นที่มารอใช้ลิฟต์อยู่ก่อน ซึ่งแสดงถึงการไม่รู้จักและไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น เป็นต้น
วิชาความรู้เป็นสิ่งสำคัญ หากแต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ข้างต้น เป็นพฤติกรรมที่นับวันจะยิ่งมากขึ้น หากทุกคนไม่ตระหนักและปรับเปลี่ยน ก็คงไม่สามารถเป็นความหวังให้สังคมและประเทศชาติได้ แม้จะได้ชื่อว่าเป็น “บัณฑิต” ที่มีความรู้ความสามารถ เรียนจบด้วยผลการเรียนดีเยี่ยมก็ตาม เพราะสุดท้ายคงเป็นได้เพียง “บัณฑิตแค่เปลือก” เท่านั้นเอง
กลายเป็นบัณฑิตเฉโก อยู่ในแวดวงไหนก็ทำไห้แวดวงสังคมนั้นเดือดร้อน

สาระที่นำมาฝาก จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 05 เม.ย. 2554 - 15:12 น.] #1614298 (2/4)
รายนี้เมาเหล้าขับรถ แต่ที่ทางเหนือ เจ้าอาวาสลงมือเองครับ สมทบกับคนร้ายให้ขะโมยพระพุทธรูปเชียงแสน (น่าจะเชียงแสน3) ของวัดหนักเป็นตัน แล้วหล่อพระปลอมมาวางแทนตบตาคน ... ตำรวจจับได้ แกงค์คนร้ายสารภาพลักขะโมยพระบูชาจากที่ต่างๆมากว่า 150 องค์แล้วครับ ในข่าวมีชื่อคนที่คอยรับซื้ออยู่ที่เชียงใหม่ 2 คนครับ

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อ. 05 เม.ย. 2554 - 16:55 น.] #1614395 (3/4)
จริงๆบวชเป็นก็เเสนจะสบายอยู่แล้ว แทบจะไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้อะไรเลย
ชีวิตนี้ก็อยู่ได้อย่างสบาย ข้าวปลาอาหารรวมทั้งจตุปัจจัยก็ไม่ได้ขาดแคลน
มีผู้คนคอยหามาประเคนให้ถึงที่ เพียงแต่คอยท่องบ่นสวดมนต์ให้คล่อง ประพฤติปฏิบัติตน
ให้อยู่ในศิลในธรรม มั่นตรวจตราดูแลรักษาวัดซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของตนเองให้อยู่ยงคงทน
เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประกอบศาสนกิจได้ย่างสะดวกสบายเท่านี้ ผมว่าคนก็จะพากันให้ความเคารพนับถืออย่างไม่ขาดสายเสียอีก แต่อย่างว่าละครับความโลภไม่เคยปราณีใคร ครั้งแรกทำได้ ครั้งสองก็ตามมาอีกแหล่ะครับ อนิจัง. . . .
ขอบคุณครับ

โดยคุณ Chartoba (1K)  [อ. 05 เม.ย. 2554 - 16:58 น.] #1614400 (4/4)
ขออภัยพิมพ์ตกไปคำ . . . จริงๆบวชเป็""พระ""ก็แสนจะสบาย ตกคำว่าพระ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1