(N)
ความเป็นจริง...
ทุกครั้งที่เราเห็นคนอื่น...
ประสบความสำเร็จ..
ไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ ก็ตาม...
เป็นธรรมชาติของจิตใจ...
ที่ยังไม่ได้ถูกฝึกมา...
มักจะคิดอิจฉาริษยา...
ในความสำเร็จของเขาผู้นั้น...
สาเหตุก็เกิดจาก..
การไม่อยากเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตน...
เพราะเหตุว่า...ตัวเอง..เป็นคนสำคัญที่สุด..
บ่อยครั้งที่เราจะเห็นว่า...
คงที่ดีใจ...ปลื้มใจ...กับความสำเร็จของเรา...
ส่วนใหญ่..จะเป็นคุณพ่อคุณแม่...
และเพื่อนสนิท..ที่เคยร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาก่อน..
เมื่อครั้งในอดีต..นั่นแหละ..
ที่จะกล้าหาญ...ทางจิตใจ..
ที่จะแสดงมุทิตาจิต (พลอยยินดี..เมื่อผู้อื่นได้ดี) ...กับเรา
ได้อย่างจริงใจ..จริงแท้..และแน่นอน...
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย...
กับคนที่เราไม่จักอะไรด้วย...
เขาจะไม่ยินดีปลื้มใจ...ในความสำเร็จของเรา...
เพราะเขายังไม่รู้..ไม่ได้สัมผัส..กับตัวตนของเราอย่างแท้จริง...
คุณธรรม คือ มุทิตาจิต...
ถือว่า..เป็นคุณธรรมชั้นสูง...
ที่เรียกว่า...พรหมวิหารธรรม...
ถ้ามนุษย์ในโลกของเรา...
รู้จักที่จะใช้ธรรมข้อ ...มุทิตาพรหมวิหารธรรม...นี้บ่อย ๆ ...
ผลดีที่เกิด..คือ..
ความปลื้มใจ..เอิบอิ่มใจ...และเป็นสุขอีกอย่างหนึ่ง..
ที่แสดงออกมาทันที..แบบที่ไม่ต้องรอ..
เพียงแค่คิด..จิตยินดี...เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี...
ปลื้มใจไปกับเขา...
แค่นี้ความรู้สึกดี ๆ เหล่านั้น...
จะตอบสนองกลับมาหาเราทันที...
เป็นความสุขที่สัมผัสได้จริง ๆ
หลายต่อหลายคน...
ที่ประสบปัญหาอีกอย่างหนึ่ง...
ก็คือ..เห็นคนอื่นได้ดีเป็นไม่ได้...
เดือดเนื้อ..ร้อนใจ..ขึ้นมาทันที...
นั่นเป็นเพราะว่า...
จิตใจไม่ได้ผ่านการฝึกฝน...
เป็นจิตใจที่ไม่เคยมองเห็นคุณค่า...
ในตัวตนของบุคคลอื่น....
หากเราคิดว่า...
ความสำเร็จของเขา..คือ..ความสำเร็จของเรา...
มองเขาเป็นเรา...
เข้าใจเขา..เข้าใจเรา...ได้อย่างแท้จริง....
และมีความจริงใจอย่างจริงใจแท้...
คุณธรรมข้อ..มุทิตาจิต...
จะช่วยระงับความอิจฉาริษยาได้เป็นอย่างดี...
และการแสดงมุทิตาจิตนั้น...
ต้องแสดงออกมาจากใจจริง ๆ
เป็นการนำ..ความอิจฉาริษยา..ออกจากจิตใจ..
ด้วยมุทิตาจิต.. (พลอยยินดี..เมื่อผู้อื่นได้ดี..ชื่นชอบในความสำเร็จของผู้อื่น) ...
จากหัวใจเต็มเปี่ยมด้วย...ความรู้สึกแห่งจิตใจที่งดงาม....
บทความโดย...ชายน้อย |