ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ทำบาปมากจะไปนิพพานอย่างไร โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

(N)
ตามปกติคนที่เกิดมาแล้วไม่มีใครไม่ทำบาป พระอรหันต์ที่นิพพานไปแล้วเกือบทุกองค์
ชาติปัจจุบันก็ทำบาปเหมือนกัน แต่วาระสุดท้ายของอารมณ์ไม่ใช่วาระสุดท้ายของชีวิต
ท่านตัดสินใจเด็ดขาดว่า "เราจะไม่ทำละ เรื่องบาปอกุศล เราจะทำดีเพื่อเปลื้องความทุกข์
และพ้นจากความเกิดต่อไป คือหวังพระนิพพาน"

การทำบาปอาจจะเป็นความจำเป็นเพราะการจองเวรจองกรรมกันก็ได้ เพราะเราเกิดทุกชาติก็มีการฆ่าสัตว์ทุกชาติ บางชาติเราอาจจะเป็นสัตว์ ถูกเขาฆ่าและอาจจะจองเวรก็ได้ อย่าง "ท่านองคุลีมาร" ขอเล่าโดยย่อ ท่านองคุลีมาร เดิมชื่อ "อหิงสกะกุมาร" เป็นลูกของปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล แปลว่า "กุมารผู้ไม่เบียดเบียน" มีความประพฤติดีมาก อายุ ๑๖ ปี พ่อก็ให้ไปเรียนวิชาความรู้ที่เมืองตักศิลา หลักสูตร ๔ ปี

แต่อหิงสกะกุมารเรียนแค่ ๒ ปี จบหมดและเก่งมาก ครูให้สอนแทน เพื่อนรุ่นเดียวกันก็เริ่มริษยา ด้วยเห็นว่าเพื่อนมาเรียนพร้อมกันแต่ดันมาเป็นครูกันเองเสียอีก อหิงสกะกุมารเก่งทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น คือ เก่งทั้งวิชาการรบ การปกครอง และกฏหมาย พร้อมจริงๆ วิชารบนั้นเก่งเป็นพิเศษ ตั้งแต่ตั้งสำนักมาไม่เคยมีคนเก่งทั้งสองประการอย่างนี้มาก่อน ตามบาลีมีอยุ่ว่า ก่อนจะเกิดมาเป็นคน ท่านเกิดเป็นควายป่าที่มีความเก่งกล้าสามารถมาก ปราบสัตว์ป่าได้ทุกประเภทและควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ได้ราบคาบ ชาวบ้านเขาก็โกธร ต่อมาเขารวมตัวกันคิดฆ่าควายป่าตัวนี้

จึงทำคอกแข็งแรงมากทำทางเข้าแต่เข้าได้ไม่ถึงควายที่กักไว้ในคอก ทางเข้าคอกปากทางใหญ่ พอใกล้จะถึงคอกก็เล็กคับตัวมาก เขาเตรียมไม้ไว้เพื่อ สอดเข้าไปกันออก เอาควายเลี้ยงไว้ในคอกเพื่อเป็น "ควายต่อ" เมื่อถึงเวลาควายองคุลีมารก็ออกจากป่าเพื่อล่าสังหารศัตรู ก็หาช้างม้าวัวควายไม่พบเมื่อเดินเข้ามาถึงเขตคอก พวกควายในคอกก็กลัวแต่ไม่มีทางหนีออกจากคอกควายองคุลีมารเห็นควายพวกนั้นไม่ หนีคิดว่าพวกนั้นไม่รู้จักราชสีห์ควายเสียแล้วจะต้องสั่งสอนให้รู้สำนึก ก็เดินวนไปวนมาหาทางเข้าไปปราบก็ไม่มีทางเข้าพอถึงประตูที่เขาทำลวงไว้ ไม่ทันสังเกตก็พุ่งตัวโดยแรงเข้าประตู ตัวก็ติดช่องแคบกลับตัวออกก็ไม่ได้เพราะคับมาก

ชาวบ้านเห็นดังนั้นก็รีบมาเอาไม้ใส่สะกัดไว้ไม่ให้ออกชาวบ้านที่เสียหายจาก สัตว์เลี้ยงถูกทำร้าย ก็รวมตัวกันทั้งหมดพันคนเศษร่วมมือกันตีราชสีห์ควายจนตายคนที่ร่วมมือจริงๆ ไม่กี่คนนักแต่เป็นคนที่ร่วมกันคิดร่วมทุนร่วมจัดทำคอกและร่วมใจว่าเจ้าควาย ตัวนี้เราต้องฆ่าให้ตายขืนปล่อยไว้สัตว์เลี้ยงเราจะตายหมด ก่อนจะตายเจ้าควายราชสีห์มันลืมตาดูทุกคนที่รุมฆ่ามัน คิดว่า "ชาติหน้ากูขอฆ่ามึงบ้าง ชาตินี้กูคนเดียวมึงรุมฆ่ากู ชาติหน้ากูคนเดียวจะฆ่าพวกมึงทั้งหมด" เป็นการจองเวรกันชัดๆ คนที่รุมฆ่าควายตัวนั้น ในชาตินี้เกิดมาเป็นคนในเขตเมืองพาราณสีและในเมืองใกล้เคียง แม่ของท่านองคุลีมารก็อยู่ในกลุ่มคนที่ฆ่าท่านมาในชาติก่อน เมื่อกรรมตามที่ท่านกล่าวจะเริ่มสนองใจ

ก็เป็นเหตุให้คณะศิษย์ที่มาเรียนร่วมกันทั้งหมดมีอารมณ์ริษยามากขึ้น อกุศกรรมที่ทำไว้เข้าสิงใจพวกเพื่อนทุกคนจึงไปยุครูว่า "อหิงสกะกุมารจะฆ่าท่านครู และจะยึดสำนักนี้เป็นอาจารย์เจ้าของสำนักเสียเอง ขณะนี้กำลังรวบรวมพรรคพวก จะลงมือฆ่าท่านในไม่ช้านี้" เมื่อลมปากพัดบ่อยๆ หูนุ่นและหูสำลีก็อดหวั่นไหวไม่ได้ถึงขั้นปลิวลมเลย ครูอาจารย์ก็เลยวางแผนฆ่าท่านองคุลีมาร คิดว่าเราจะฆ่าเองนั้นไม่ยาก แต่การฆ่าลูกศิษย์ลูกหาด้วยมือตนเองหรือใช้ให้ใครฆ่าในสำนักความเสียหายใหญ่ จะเกิดขึ้น จะหากินไม่ได้ในอาชีพนี้ต่อไป ควรยืมมือคนอื่นฆ่าดีกว่า เจ้าสำนักจึงเรียกท่านองคุลีมารเข้าไปหา บอกว่า "มีมนต์พิเศษอยู่บทหนึ่งชื่อว่า "วิษณุมนต์"

ถ้าใครเรียนได้สามารถปราบได้ทั่วไตรภพ คือ ปราบมนุษย์ เทวดา พรหม ได้ทั้งหมดและศิษย์ที่สอนมาไม่มีใครคู่ควรกับมนต์บทนี้ มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่สมควรจะเรียนได้ มนต์นี้จะเรียนต้องยกครูก่อน การยกครูต้องฆ่าคนถึงพันคนก่อนถึงจะได้" อหิงสกะกุมารก็พร้อม

จากวันนั้นเป็นต้นมาก็ออกล่าชีวิตคน เมื่อฆ่าคนมาหลายวันเข้าก็ลืมจำนวนคนที่ฆ่า ต่อมาจึงใช้วิธีฆ่าได้หนึ่งคนตัดเอานิ้วไว้นิ้วหนึ่ง จึงมีนามใหม่ว่า "องคุลีมารโจร" ในที่สุดก็ได้ ๙๙๙ นิ้ว ขาดอีกนิ้วเดียว หาคนที่จะฆ่าก็ยากมาก เดินหาเรื่อยไปจนเข้าเขตเมืองพาราณสีแม่ทราบว่าลูกมาใกล้ที่อยู่ จึงตั้งใจว่าตอนเช้าจะไปหาลูก

จะไปขอร้องให้ลูกเลิกการฆ่าคน ซึ่งช่วงนี้บุญเก่าเริ่มเข้าสนองได้ กำลังที่จะทำบาปก็เริ่มคลายตัว แต่ความเข้มข้นของอกุศลก็มีไม่น้อย ตอนเช้ามืด พระพุทธเจ้าทรงตรวจอุปนิสัยของสัตว์ เห็นมรรคผลจะมีแก่องคุลีมาร และทรงทราบว่า ถ้าตอนสายวันนี้แม่ออกไปหา อาศัยการจองเวรกันไว้เธอจะฆ่าแม่เพื่อให้ได้นิ้วมือครบพันมือเมื่อฆ่าแม่ตาย ก็มีกรรมเป็น อนันตริยกรรม บุญมีเท่าไรจะยังให้ผลไม่ได้ ต้องลงนรกก่อน ด้วยความกรุณาพระพุทธเจ้าจึงตัดสินพระทัยเสด็จไปโปรดตอนเช้าตรู่ เมื่อองคุลีมารเห็นสมเด็จพระบรมครูก็ออกวิ่งไล่กวด แต่ไม่ทัน เธอร้องตะโกนว่า "สมณะหยุดก่อน" พระพุทธเจ้าท่านตอบว่า "เราหยุดแล้ว"

แต่ยังเดินต่อไป องคุลีมารกวดใหม่แต่ไม่ทัน จึงร้องตะโกนไปใหม่ว่า "สมณะทำไมจึงพูดมุสาวาท ท่านยังเดินอยู่แต่บอกว่าหยุดแล้ว" พระพุทธเจ้าหันมาถามว่า "องคุลีมาร ตถาคตหยุดจากบาปกรรมอันลามกแล้ว เธอยังไม่หยุดอีกหรือ" ด้วยพระพุทธดำรัสเพียงเท่านี้ กุศลกรรมที่เข้ามาสนองใจก็มีกำลังเพราะปีติ องคุลีมารได้สติคิดว่านี่เราทำความชั่วเสียแล้วเหรอ จึงวางดาบถอดพวงนิ้วออกวาง สยายผม คลายผ้าหยักรั้ง วิ่งเข้าไปหมอบที่พระพุทธบาท พระพุทธเจ้าทรงให้โอวาท

ในที่สุดเธอก็ขออุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนาเป็นเวลาพอดีที่แม่ไปถึง แล้วในที่สุดท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ที่นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง ก็เพื่อจะให้เข้าใจว่าการทำบาปอาจจะเป็นความจำเป็นเพราะการจองเวรจองกรรมกัน ก็ได้ เพื่อความมันใจ ขอให้ทุกคนตั้งใจ เวลาทำบุญจงอย่านึกถึงบาป เมื่อเจริญภาวนาจงอย่านึกถึงบาปหลังจากทำบุญแล้วให้อุทิศส่วนกุศลถึงสัตว์ ที่ฆ่ามาแล้ว ขอให้เธออโหสิอกรรมจนกว่าจะเข้านิพพาน


ทำอย่างนี้เสมอๆใจนึกถึงบุญจนชินที่ท่านเรียกว่า"ณาน"จะเป็นบุญประเภทใดก็ ได้ ทางที่ดี ภาวนานึงถึงพระพุทธเจ้าไว้เป็นปกติ ท่านที่ไปสววรค์ พรหม นิพพานได้ ใช้กำลังใจจับอยู่ที่สถานที่เราชอบที่สุดไว้ทุกเช้าเย็น และคิดว่าถ้าเราตายขอมาที่นี้แห่งเดียว ถ้าทำแบบนี้ป็นปกติ ก่อนจะตายอารมณ์ก็จะจับกุศลก่อน

จิตออกจากร่างเมื่อไร ก็จะไปตามที่เราต้องการทันที และถ้าหากขณะที่ไปเป็นเทวดา หรือพรหม พบพระศรีอาริยะเมตไตรย์เมื่อไร ฟังเทศน์จบเดียวก็จะบรรลุมรรคผล สามารถไปนิพพาน พ้นจากการกลับมาเสวยทุกข์ต่อไปอีก

จากหนังสือ พ่อสอนลูก หน้า ๓๖๙-๓๗๒

โดยคุณ sitmatrix (1.1K)  [พ. 01 มิ.ย. 2554 - 13:45 น.]



โดยคุณ นายเก้ (3.4K)  [พ. 01 มิ.ย. 2554 - 15:01 น.] #1681411 (1/4)
ขอบคุณเรื่องดีๆครับ

โดยคุณ bangbai (3.9K)  [พ. 01 มิ.ย. 2554 - 15:53 น.] #1681449 (2/4)

โดยคุณ RONADO (10.2K)  [พ. 01 มิ.ย. 2554 - 16:05 น.] #1681480 (3/4)

โดยคุณ doonuss_23 (1.9K)  [พฤ. 02 มิ.ย. 2554 - 09:24 น.] #1682475 (4/4)
ขอบคุณสำหรับธรรมะดีๆครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1