ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : เจียมเนื้อเจียมตัว

(N)
จากการฟังธรรมะบรรยายที่วัดในวันนี้ โดนใจจนทำให้นึกถึงคำว่า "เจียมเนื้อเจียมตัว"

จริงๆ คือ ที่คิดว่าทำดีแล้ว ก็ยังไม่ดีพอ ที่คิดว่าเข้าใจแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจพอ(ที่จะรู้จัก

ลักษณะของสภาพธรรมะตามความเป็นจริง) ที่คิดว่าละ ก็ยังละไม่มากพอ และก็ยังเป็น

เราที่คิดเจียมเนื้อเจียมตัว(รู้สึกตัวเล็กลงเหมือนผงธุลีเลย) ไม่ได้นึกถึงว่าคิดก็เป็นธรรมะ


ความเจียมเนื้อเจียมตัว มีจริงเพราะเป็นสภาพธรรมที่เป็น จิต เจตสิกที่เกิดขึ้นหาก

ไม่มีจิตและเจตสิกแล้วก็จะไม่มีความเจียมเนื้อ เจียมตัว ดังนั้นขณะที่คิดว่าดีแล้ว ก็

เป็นเราที่ดี จะไม่มีทางที่จะดีพอได้ ถ้ายังเป็นเราที่ดี ถ้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ใครคิด

ก็เป็นเรา แต่ลืมว่าเป็นธรรม ก็ยังเข้าใจไม่พอ ขณะนั้นไม่ได้รู้ลักษณะของสภาพธรรม

ที่เกิดขึ้นเลย ที่คิดว่าละแล้ว อะไรละ ต้องเป็นปัญญาที่ละ แต่ละยังไม่พอ ตราบใดที่

ยังเป็นเราที่ละ ขณะนั้นไม่ได้รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดขึ้นในขณะที่ปัญญาเกิด

ในขณะที่ละ ก็ยังยินดี พอใจด้วยโลภะว่าละได้แล้ว ที่สำคัญกิเลสมีมากมาย ปัญญา

เพียงขั้นต้นที่เพียงละความไม่รู้ขั้นการฟังเท่านั้น จึงไม่พอเลยที่ละกิเลสที่มีมากมาย

เมื่อรู้แล้วว่าปัญญายังไม่พอ ปัญญามีน้อยที่จะละกิเลส ก็เกิดความรู้สึกเจียมเนื้อ

เจียมตัว คิดว่าเรามีปัญญาน้อย แล้วใครที่เจียมเนื้อ เจียมตัวก็คือเรานั่นเอง ไม่ได้รู้

ถึงสภาพธรรมที่เป็นความรู้สึก ไม่ได้รู้ลักษณะของจิตในขณะนั้นว่าเป็นธรรมไม่ใช่

เรา มีเราที่คิดว่าตัวเล็กลง มีเราที่ยังมีปัญญาน้อย ไม่ได้รู้ลักษณะของสภาพธรรมว่า

ไม่มีเราที่เจียมเนื้อ เจียมตัว มีแต่สภาพธรรมที่คิดนึกเท่านั้น ในขณะนั้นครับ

ดังนั้นรู้ว่าปัญญาน้อย ตรงตามความเป็นจริง จึงอบรมเหตุคือการฟังพระธรรม โดยเข้าใจถูกขั้นการฟังว่าเป็นธรรม แม้แต่ความคิดนึกที่เจียมเนื้อเจียมตัวก็เป็นธรรมไม่ใช่เราครับ

ธรรม เป็นเรื่องที่ละเอียดมาก และที่สำคัญ หมายถึง สิ่งที่มีจริงทุกอย่าง ทุกประการ

ซึ่งก็ไม่พ้นไปจากนามธรรมและรูปธรรม มีจริงในชีวิตประจำวันที่สามารถศึกษาและเข้า

ใจได้ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดหรือโวหารที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป ที่สำคัญ คือ ไม่เข้าใจผิด

เพราะตามความเป็นจริงแล้ว สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา ไม่มี มีแต่ธรรมเท่านั้น

ถ้ากุศลธรรมเกิดขึ้น ก็เป็นกุศลธรรม ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตาม ความเป็นผู้เจียมเนื้อ

เจียมตัว ก็เป็นคำพูดที่คนไทยก็พูดกัน แต่ควรที่จะได้เข้าใจว่า ไม่พ้นไปจากธรรม

เพราะสิ่งที่ทำให้เกิดความเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่พ้นไปจากกุศลธรรมที่เกิดขึ้น ไม่ได้มี

ความสำคัญผิดว่าตนเองเป็นคนที่ดีแล้ว เพราะยังไม่ได้เป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่ขั้น

พระโสดาบัน จนกระทั่งสูงสุด คือ ถึงความเป็นพระอรหันต์ ซึ่ง โดยภาวะของความ

เป็นปุถุชน เป็นผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลส เป็นผู้มีโทษมาก(เพราะกิเลสอกุศลธรรมเกิด

ขึ้นมาก สะสมไว้มาก) มีกุศลเกิดแทรกสลับกับอกุศลเท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นการที่ดี

มาก ที่เข้าใจว่า ยังไม่ดีพอ เนื่องจากว่ายังมีกิเลสมาก ซึ่งจะต้องอาศัยการฟังพระ

ธรรม ศึกษาพระธรรม ขัดเกลากิเลสของตนเองต่อไป โดยที่ไม่มีตัวตนที่เจียมเนื้อ

เจียมตัว ไม่มีตัวตนที่ไปขัดเกลากิเลส แต่เป็นเพราะกุศลธรรมค่อย ๆ เจริญขึ้นค่อย ๆ

ขัดเกลาอกุศลไปตามลำดับ และประการที่สำคัญ ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ว่าง่ายต่อ

พระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจะทำให้เป็นผู้มีความ

เจริญในกุศลธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปได้ ครับ.

โดยคุณ panuwat99 (1K)  [อา. 05 มิ.ย. 2554 - 00:37 น.]



โดยคุณ pusit (1.7K)  [อา. 05 มิ.ย. 2554 - 06:37 น.] #1686562 (1/4)


(N)
สวัสดียามเช้าครับ ขอบคุณมากๆสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบให้ครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 05 มิ.ย. 2554 - 06:43 น.] #1686568 (2/4)
ขอบพระคุณครับ

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [อา. 05 มิ.ย. 2554 - 07:06 น.] #1686580 (3/4)


(N)
.

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 05 มิ.ย. 2554 - 13:55 น.] #1686905 (4/4)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1