อันนี้ น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกำลังเขียนอยู่นี่ ของธนาคารแห่งประเทศไทย พอดีเพิ่งเจอ
________________________________________________________
ข้อควรทราบเกี่ยวกับระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
1. ระเบียบการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงิน
ก. กฎระเบียบ
กฎหมายแม่บทที่ใช้ในการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินพุทธศักราช 2485 และ จากการอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวได้มีการออกกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ข. การควบคุมดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ
ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ทำหน้าที่ กำกับดูแลการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งพนักงานของธนาคารเป็นเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485
เพื่อควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน การ ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศทุกประเภทจะต้องกระทำกับธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบ อนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศ (ธนาคารรับอนุญาต) หรือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง ซึ่งได้แก่ บุคคลรับอนุญาต ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ และบริษัทรับอนุญาต ทั้งนี้ ห้ามมิให้บุคคลทั่วไปซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศกับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเป็นรายกรณี
ค. ระเบียบเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและเงินบาท
1. เงินตราต่างประเทศ
การ นำหรือโอนเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศทำได้ไม่จำกัดจำนวน แต่เมื่อนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาแล้ว ต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศ ไทยภายใน 360 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า ทั้งนี้ ยกเว้นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศและชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 3 เดือน สถานทูตต่างประเทศและผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้นๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทย
การ ซื้อหรือโอนเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศผ่านธนาคารรับอนุญาต ต้องยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันในต่างประเทศ โดยสามารถโอนออกได้ตามภาระหรือวงเงินที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในประเทศสามารถทำสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทย ได้ โดยต้องมีรายได้หรือรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่จะได้รับหรือต้องชำระในอนาคต หรือมีการลงทุนในต่างประเทศ
การ นำธนบัตรเงินตราต่างประเทศติดตัวเพื่อออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศเกิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า จะต้องสำแดงรายการที่ด่านศุลกากรทุกครั้ง
2. เงินบาท
ไม่ มีข้อจำกัดในการนำธนบัตรเงินบาทเข้ามาในประเทศ ส่วนการนำเงินบาทติดตัวออกไปยังประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท และประเทศอื่นๆ ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท
2. บัญชีเงินฝากธนาคาร
ก. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลไทย
บุคคล ธรรมดาหรือนิติบุคคลในประเทศไทยสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ไว้กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทย โดยการฝากหรือถอนเงินจากบัญชีมีเงื่อนไข ดังนี้
การฝาก
1. เงินตราต่างประเทศอันมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ เช่น รายได้ ค่าบริการ เงินลงทุนที่ได้รับมาจากต่างประเทศสามารถฝากได้โดยไม่จำกัดวงเงิน และไม่ต้องแสดงภาระผูกพันในต่างประเทศ
2. เงินตราต่างประเทศที่ได้จากการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากธนาคารรับอนุญาต สามารถนำเข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้ ดังนี้
2.1 บัญชีแบบมีภาระผูกพัน : ฝาก ได้ โดยยอดคงค้าง ณ สิ้นวันต้องไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่จะต้องชำระในต่างประเทศ และต้องไม่เกิน 1 ล้าน และ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลตามลำดับ หากต้องการฝากเกินวงเงินดังกล่าว ให้ ฝากได้อีกไม่เกินภาระผูกพันที่ต้องชำระในต่างประเทศภายใน 12 เดือน ทั้งนี้ ภาระผูกพันดังกล่าวให้รวมถึงการชำระคืนหนี้เงินกู้จากธนาคารรับอนุญาตด้วย
2.2 บัญชีแบบไม่มีภาระผูกพัน : ฝากได้ไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
3. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยฝากธนบัตรเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินวันละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
การถอน
1. ชำระภาระผูกพันในต่างประเทศของตน หรือธุรกิจในเครือให้แก่บุคคลในต่างประเทศ
2. ชำระหนี้เงินตราต่างประเทศของตน หรือธุรกิจในเครือให้แก่ธนาคารรับอนุญาต
3. ถอนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการฝากเงินตราต่างประเทศด้วย
4. ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝากเข้าบัญชีสกุลอื่น ของตน หรือแลกเปลี่ยนแล้วนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไป ชำระภาระให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือชำระหนี้ให้แก่ธนาคารรับอนุญาตทันที
5. ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท
ทั้งนี้ อนุญาตให้นิติบุคคลที่มีแหล่งเงินได้ค่าสินค้าและบริการจากต่างประเทศสามารถ โอนเงินดังกล่าวจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทแหล่งต่างประเทศของ ตน เข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของคู่ค้าในประเทศ เพื่อชำระค่าสินค้าบริการได้
ข. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทยได้ กรณีเงินตราต่างประเทศที่มีแหล่งจากต่างประเทศสามารถฝากได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องวงเงิน กรณีเงินที่ฝากเข้าบัญชีได้รับชำระหนี้จากบุคคลในประเทศหรือเป็นเงินกู้จากธนาคารรับอนุญาตต้องแสดงเอกสารหลักฐานตามระเบียบ สำหรับการถอนเงินจากบัญชีสามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด
ค. บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินบาทไว้กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทยได้ 2 ประเภท ดังนี้
1. บัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินในประเทศไทย เช่น หุ้น พันธบัตร เป็นต้น
2. บัญชี เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เงินลง ทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงิน เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินกู้ยืม เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ยอดคงค้างในบัญชี ณ สิ้นวันสำหรับบัญชีแต่ละประเภทต้องไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อราย และ ห้ามโอนเงินระหว่างบัญชีแต่ละประเภท
3. ค่าสินค้าและบริการ
ก. ค่าสินค้าออก
ผู้ ส่งสินค้าออกที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า จะต้องนำเงินค่าของส่งออกเข้ามาในประเทศทันทีที่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อใน ต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่เกิน 360 วันนับแต่วันที่ส่งของออก และจะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
ข. ค่าสินค้าเข้า
ผู้ นำสินค้าเข้าสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศหรือถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชี เงินฝากเงินตราต่างประเทศ เพื่อโอนไปชำระค่าของนำเข้า หรือของที่สั่งจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่นำของเข้ามาในประเทศ ไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัด และการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตไปชำระค่าของนำเข้าสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอ อนุญาตเจ้าพนักงาน
ค. ค่าบริการ
บุคคล หรือนิติบุคคลไทยที่ได้รับเงินค่าบริการจากต่างประเทศตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าขึ้นไป จะต้องนำเงินเข้ามาในประเทศทันทีที่ได้รับ ชำระเงินจากต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่เกิน 360 วันนับจากวันที่ทำธุรกรรม และจะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
การ ชำระค่าบริการให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคลในต่างประเทศ เช่น ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินกำไร หรือค่ารอยัลตี้ รวมถึง การโอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการศึกษา สามารถกระทำได้ตามภาระโดยแสดงเอกสารหลักฐานต่อธนาคารรับอนุญาต สำหรับการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อนำติดตัวไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ สามารถทำได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
4. เงินลงทุนจากต่างประเทศ
นัก ลงทุนต่างชาติสามารถโอนเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัดทั้ง การลงทุนโดยตรง การลงทุนในหุ้น หรือตราสารทางการเงินในประเทศไทย โดยเมื่อนำเงินเข้ามาแล้ว จะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
การ ส่งคืนเงินลงทุน หรือเงินกู้จากต่างประเทศ เป็นกรณีที่กระทำได้ โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐาน สำหรับในกรณีการส่งคืนเงินทุนให้แสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการขายหุ้น หรือการโอนกรรมสิทธิ์ หรือกรณีการคืนเงินกู้ต้องแสดงเอกสารการนำเงินกู้เข้า และสัญญาเงินกู้ เป็นต้น
5. การโอนทุนออกของบุคคลไทย
ก. การลงทุนหรือให้กู้ยืมในต่างประเทศ
1. นิติบุคคลสามารถส่งเงินไปจัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป หรือส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศได้ตามความจำ เป็นและเหมาะสม
2. นิติบุคคลสามารถส่งเงินเพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศซึ่งไม่ใช่กิจการในเครือได้ไม่เกินปีละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
3. บุคคลธรรมดาสามารถส่งเงินไปจัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป ไม่เกินปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
ทั้งนี้ การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมดังกล่าว จะต้องเป็นเงินตราต่างประเทศเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่ลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในประเทศเวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับไทย เพื่อที่จะนำไปใช้เพื่อการค้าหรือการลงทุนในไทยหรือในประเทศดังกล่าว ให้ลงทุนหรือให้กู้ยืมเป็นเงินบาทได้
ข. การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ
1. ผู้ลงทุนสถาบัน ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย และสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศได้ ดังนี้
1.1 หลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยนิติบุคคลไทย : ลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน
1.2 หลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยนิติบุคคลต่างประเทศ : ลงทุนได้ โดยยอดคงค้างไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวงเงินที่หน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนและคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุนกำหนด
2. บุคคลทั่วไปซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศเพื่อเป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานได้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
3. การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศของบุคคลทั่วไป กรณีอื่นที่ไม่ได้เป็นการซื้อหุ้นสวัสดิการต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ก่อน โดยต้องเป็นการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล หรือลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด
ค. การโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น
1. การส่งเงินของตนที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร การส่งเงินให้ญาติ หรือให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นถาวรในต่างประเทศ การบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ ให้ทำได้ไม่เกินวัตถุประสงค์ละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อรายต่อปี
2. การส่งเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ให้ทำได้ไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อรายต่อปี
6. การรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
บุคคล ใดซื้อ ขาย ฝาก หรือถอนเงินตราต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศต่อธนาคารรับอนุญาตตามแบบที่กำหนด
ฝ่ายกำกับการแลกเปลี่ยนเงินและสินเชื่อ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
พฤศจิกายน 2553
_____________________________________________________________________
ที่มา
http://www.bot.or.th/Thai/ForeignExchang...iVers.aspx |
|