(N)
ชงอัด 3 หมื่นล้าน "รถคันแรก" ดันยอดขาย 5 แสนคัน ไฟฟ้าฟรีเหลือ 65 หน่วย
คาดใช้งบฯ 3 หมื่นล้าน ดันนโยบายรถคันแรก โดยคืนภาษีคันละ 1 แสนบาท คาดปลุกยอดขาย 5 แสนคัน เตรียมนำเข้า ครม. วันนี้ พร้อมเคาะเงื่อนไขผู้ซื้อ และสเป็กรถยนต์ ส้มหล่นเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี และรถกระบะ แต่ถ้าเปลี่ยนมือภายใน 5 ปี มีสิทธิ์ถูกเรียกเงินคืน "เรกูเลเตอร์" เตรียมชงเคาะลดใช้ไฟฟ้าฟรีเหลือ 65 หน่วย ลดภาระรัฐเหลือ 300 ล้านบาทต่อเดือน เพราะเป็นคนจนตัวจริง พร้อมเสนอให้ใช้งบฯ อุดหนุนเพื่อสนองนโยบาย หวั่นเอกชนฟ้องร้อง
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 กันยายน 2554 นี้ จะมีการพิจารณาเรื่องการคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ พร้อมอนุมัติเงินงบประมาณ ประจำปี 2556 จำนวน 30,000 ล้านบาท เพื่อคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเท่ากับภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 1 แสนบาท รวมทั้งจัดสรรเงินงบประมาณปี 2555 อีก 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังเตรียมอนุมัติเป็นหลักการให้อธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจอนุมัติให้คืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกให้กับผู้ซื้อ รวมทั้งมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ให้ความร่วมมือกับกรมสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงหลักฐานการครอบครองรถยนต์คันแรก การบันทึกข้อมูลห้ามจำหน่ายโอนรถยนต์ภายใน 5 ปี ตามมาตรการของรัฐบาล
สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกที่สำคัญ ดังนี้คือ ต้องเป็น 1. เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 2. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อคัน 3. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร รถยนต์กระบะ (Pick up) รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
4. เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ) 5. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคัน 6. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 7. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 และ 8. การคืนเงินจะคืนให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)
ส่วนวิธีการดำเนินงานนั้นกำหนดให้ 1. ผู้ซื้อรถยนต์ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ) 2. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ
3. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก ห้ามโอนภายใน 5 ปี ลงในระบบคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน 4. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด ส่งหนังสือรับรองการครอบครองรถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก ห้ามโอนภายใน 5 ปี ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และ 5. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป |