(N) คติความเชื่อของพุทธศาสนิกชน เชื่อว่า อานิสงส์สร้างพระ ได้ชื่อว่า เจริญกรรมฐาน ข้อพุทธานุสติ และเป็นการบูชาพระรัตนตรัย สร้างบุญกุศลที่มั่นคงถาวรชั่วนิจนิรันดร์กาล ทั้งแก่ตนและแก่บุคคลผู้ร่วมอนุโมทนา สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แผ่ไพศาลไปได้ไกล ได้ร่วมกิจกรรมอันจักนำประโยชน์สุขสู่ตนและสู่สังคม ฯลฯ นอกจากนี้พระสงฆ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แสดงธรรมเทศน์เกี่ยวกับกับอานิสงส์สร้างพระ เช่น
๑.หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา แสดงธรรมไว้ว่า สร้างพระ ๑ องค์ ได้อานิสงส์ ๕ กัป ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สร้างด้วยอะไรก็ตาม หมายความว่า บุญกุศลจะตามหนุนส่งท่านไปทุกภพทุกชาตินานถึง ๕ กัป
๒.หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี กล่าวว่า "การสร้างสมเด็จองค์ปฐมทำได้ยาก คือว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต้นพระพุทธเจ้าทั้งหมด การสร้างองค์ปฐมนี้ พระญายมราชท่านเปลี่ยนบัญชีใหม่ โดยใช้บัญชีสีทอง เป็นทองคำล้วนทั้งเล่ม จดบันทึก (เป็นอีกเล่มหนึ่งจากที่จดธรรมดา) ก็แสดงว่าคนที่จะสร้างพระพุทธเจ้าองค์ปฐมได้นี้ ต้องเป็นคนมีบุญมาก และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ท่านโมทนาหมด ไปนิพพานได้เร็วมาก"
๓.หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณบุรี เคยแสดงธรรมไว้ว่า ผู้ใดสร้างรูปพระพุทธเจ้า จะเป็นองค์เล็กเท่าต้นคาก็ดี ใหญ่กว่าต้นคาก็ดี ผู้นั้นจะได้เป็นพรหม เป็นอินทร์ หมื่นชาติแสนชาติ ถ้าเป็นมนุษย์ จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหมื่นชาติ แสนชาติ จะไม่เป็นผู้ตกต่ำเลย ตราบจนกว่าเข้าสู่นิพพาน
๔.พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ หรือ ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน เคยแสดงธรรมไว้ว่า การสร้างพระ เปรียบได้กับธนาคารบุญ ซึ่งจะเกิดบุญกุศลกับผู้ที่มีส่วนในการสร้าง โดยบุญกุศลนั้นจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีผู้มากราบไหว้ สักการบูชาเท่ากับจำนวนคน และจำนวนครั้ง
๕.พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เคยแสดงธรรมไว้ว่า การที่ผู้สร้างพระพุทธรูปเกิดศรัทธา จนถึงสละเงินออกมาสร้างพระพุทธรูปได้ และออกมาทำทานในงานฉลองพระพุทธรูปได้ ชื่อว่าเป็นผู้มี "ความเห็นตรง เห็นถูกแท้" เพราะเป็นบุญของตนเอง ไม่ใช่บุญของใครเลย ผู้สร้างพระพุทธรูป ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท ชื่อว่าเป็นผู้เตรียมตัวก่อนตาย
ประวัติความเป็นมาของพระเจดีย์จุฬามณี
หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านได้เคยอธิบายให้คณะศิษย์ทั้งหลายทราบถึงความเป็นมาของพระเจดีย์จุฬามณีว่า พระเจดีย์จุฬามณีนั้น มีประตูเข้าถึง 1,000 ประตู กำแพงทุกด้านเป็นทองคำ
องค์พระเจดีย์ประดับด้วยแก้วมณี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวิมานพระอินทร์ บริเวณโดยรอบเป็นสวนนันทวัน มีต้นไม้เต็มไปด้วยแก้วระยิบระยับไปหมด
ทางด้านทิศตะวันตก เป็นสวนจิตลดาวัณ
ทิศเหนือ เป็นสวนมิสกวัน
ทิศใต้ เป็นสวนปารุสกวัน
องค์พระเจดีย์จุฬามณี เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ในเวลาที่ออกบวชคือ เวลาที่ท่านปลงผมเมื่อไหร่ พระอินทร์ก็จะเอาผอบทองคำไปรับเมื่อนั้น และยังเป็นที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้าด้วย
ในทุกๆ วันพระ เทวดาและพรหมทั้งหลายก็จะพากันมานมัสการ ผู้ที่จะได้ไปสักการะพระเจดีย์จุฬามณีนั้น จะต้องได้อภิญญาหรือฝึกมโนมยิทธิหรือฝึกจิตจนได้ฌานเห็นสามารถมานมัสการได้
พระเจดีย์คือวัตถุสูงค่าคู่พระพุทธศาสนามาช้านานนับพันปี คำว่า “ เจดีย์ “ มาจากคำว่า “ เจติยะ “ ในภาษาบาลี และ “ ไจตุย “ ในภาษาสันสกฤต หมายถึง สิ่งที่ใช้เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึง หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึง หลังพุทธกาล มีการกำหนดให้สร้างเจดีย์ไว้ 4 อย่างคือ
1. ธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้น เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
2. บริโภคเจดีย์ ได้แก่ ตุมพสถูป อังคารสถูป สังเวชนียสถาน 4 ตำบล บาตร จีวร และพระบริขารพิเศษ มี ธรรมกรก เสนาสนะ เตียง ตั่ง กุฏิวิหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งของที่พระพุทธเจ้าบริโภคใช้สอยทั้งสิ้น
3. ธรรมเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระธรรมคำสอนซึ่งจารึกลงบนแผ่นศิลาและใบลาน
4. อุทเทสิกเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระพุทธรูป
ดังนั้นการสร้างพระธาตุเจดีย์ จึงถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและการสักการบูชา พระธาตุเจดีย์จึงเสมือนการบูชาพระพุทธเจ้าซึ่งจะก่อให้เกิดอานิสงส์แก่ผู้สร้างและผู้บูชาอย่างมหาศาล |
|