ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : " พระผู้เฝ้ามองดูด้วยความเมตตา" พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม



(N)
“เจ้าแม่กวนอิม” เป็นพระโพธิสัตว์ของพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่มีผู้รู้จักและศรัทธามากที่สุด เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการกราบไหว้บูชาจากชาวจีนทั่วทุกมุมโลก และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวางในทุก ๆ ที่ที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ ในคตินิยมทางสัญลักษณ์วัฒนธรรมมงคลของจีน องค์เจ้าแม่กวนอิม คือ พระผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักความเมตตาต่อสรรพสัตว์ เป็นพระผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญู และเป็นสัญลักษณ์แห่งเมตตามหาการุณย์เพื่อโปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ ดังคำปณิธานของพระองค์ที่ว่า “หากยังมีสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอยู่ ก็จะไม่ขอบรรลุพุทธภูมิ”

อักษรคำว่า “พระโพธิสัตว์” ในภาษาจีนเรียกว่า “ผูซ่า” ส่วนในสำเนียงแต้จิ๋วออกเสียงว่า “ผ่อสัก” ดังนั้น พระนามของเจ้าแม่กวนอิมจึงมีอยู่ด้วยกันหลายชื่อ ส่วนใหญ่แล้วในสำเนียงจีนกลางจะนิยมเรียกว่า “กวนอินผูซ่า” หรือ “กวนซื่ออินผูซ่า” นอกจากนี้ ยังมีอีกบางชื่อที่มีเรียกกัน ได้แก่ “กวนจื้อไจ้ผูซ่า” และ “กวงซื่ออินผูซ่า"

แต่กระนั้นก็ตาม สำหรับชาวไทยแล้วจะเรียก เจ้าแม่กวนอิม หรือ พระโพธิสัตว์กวนอิม

เดิมทีนั้นพระนามเดิมที่เรียกเจ้าแม่กวนอิมจะเรียกว่า “กวนซื่ออิน หรือ กวนซีอิมในภาษาจีนแต้จิ๋ว” แต่เนื่องจากในสมัยราชวงศ์ถัง อักษรคำว่า “ซื่อ” ตรงกับชื่อเดิมของถังไท้จงฮ่องเต้ คือ หลี่ซื่อหมิน จึงได้เลี่ยงมาเรียกย่อ ๆ ว่า “กวนอินหรือกวนอิมในภาษาจีนแต้จิ๋ว”

ในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่แพร่หลายในจีน , ญี่ปุ่น ,เกาหลี คำว่า “พระโพธิสัตว์” คิอ ผู้ซึ่งตั้งจิตแน่วแน่ในการบำเพ็ญเพียรเพื่อที่จะเป็นพระพุทธเจ้าต่อไปในอนาคต จึงมีการสร้างสมบุญบารมีเพื่อโปรดสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์และเรียกกันว่า “พระโพธิสัตว์” คติเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์นี้มาจากลัทธิมหายาน ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย เรียกกันในสันสกฤตว่า “พระอวโลกิเตศวร (Avalokitesvara) ซึ่งแปลว่า “พระผู้เฝ้ามองดูด้วยความเมตตากรุณา” หรือ “พระผู้ทรงสดับฟังเสียงร้องไห้ของสัตว์โลก”

ดังนั้น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ของอินเดียนั้น ก็คือองค์เดียวกันกับ “พระกวนอิมโพธิสัตว์” หรือ “เจ้าแม่กวนอิม” พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือด้วยความซาบซึ้งในน้ำพระทัยแห่งมหาการุณย์ ที่พระองค์ทรงโปรดสัตว์ทั่วทั้งไตรภูมิ ให้พ้นจากกองทุกข์

ในตำนานพื้นบ้านของจีน สันนิษฐานว่าอาจมีเรื่องเล่าขานกันมาตั้งแต่ราชวงศ์ซ่งเหนือ (เป่นซ่ง) นั้นคือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(พระกวนอิมโพธิสัตว์)ในชาติสุดท้ายนั้นมีพระนามเดิมว่า “เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน” ทรงจุติเป็นพระราชธิดาองค์ที่ 3 ของพระเจ้าเมี่ยวจวง หรือเมี่ยวจวงหวัง กษัตริย์ผู้โหดร้ายทารุณ ต่อไพรฟ้า ข้าแผ่นดิน พระองค์ทรงมีพระราชธิดาสามพระองค์ได้แก่ เจ้าหญิงเมี่ยวอิน เจ้าหญิงเมี่ยวเอวี๋ยน และเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน

ครั้นเมื่อพระราชธิดาทั้ง 3 เจริญพระชันษาพร้อมที่จะออกเรือน องค์หญิงเมี่ยวอินและองค์หญิงเมี่ยวเอวี๋ยนต่างปรารถนาที่จะเข้าสู่พิธีวิวาห์ คงมีแต่องค์หญิงเมี่ยวซ่านที่ไม่พึงปรารถนาในสิ่งใด ๆ นอกเหนือไปจากพระเมตตาที่ทรงการุณย์ช่วยเหลือสรรพสัตว์ ทรงถือศีลกินเจ และเรียนรู้ในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ทำให้พระราชบิดากริ้วโกรธที่ขัดพระทัย จึงลงโทษทัณฑ์ทรมานพระธิดาเมี่ยวซ่าน นานัปการ จงถึงขั้นสั่งประหารชีวิต แต่กระนั้นก็ไม่อาจกระทำสิ่งใดระคายเคืองพระธิดาเมี่ยวซ่านได้

ต่อมา เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน ได้ถวายตนเป็นพุทธมามกะและทรงหนีออกจากวังเพื่อออกบวช จากนั้นจึงได้มุ่งมั่นประกอบคุณงามความดีและบำเพ็ญศีลภาวนา

ในเวลาต่อมา พระเจ้าเมี่ยวจวง ต้องประสบเคราะห์กรรมที่ได้ทรงกระทำไว้ ทำให้ทรงป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่ไม่มีตัวยาใดรักษาได้ นอกจากพระโอสถที่ต้องปรุงจากดวงตาและแขนของผู้ที่เป็นทายาทเท่านั้น ซึ่งพระธิดาทั้ง 2 พระองค์ไม่มีผู้ใดยินยอมกระทำเช่นนั้น เมื่อข่าวนี้ล่วงรู้ถึงเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน พระองค์จึงหวนกลับเข้าวัง และให้อภัยต่อการกระทำของพระบิดา และทรงกระทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดกล้ากระทำนั้นคือ ทรงยอมสละดวงตาทั้งสอง และแขนทั้งสองข้าง เพื่อใช้ปรุงเป็นพระโอสถรักษาพระบิดา จนกระทั้งพระเจ้าเมี่ยวจวง ฟื้นคืนเป็นปกติ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:01 น.]



โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:02 น.] #1869302 (1/10)


(N)
กล่าวกันว่า ความกตัญญูของเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน สร้างความตื้นตันให้แก่โลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ เมื่อพระองค์ทรงบรรลุมรรคผลเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ศากยมุณี(พระสัมมาสัมพุทธเจ้า)จึงประธานคืนดวงตาพันดวง และแขนพันข้างแก่พระองค์ อันเป็นที่มาของปางปาฏิหาริย์ที่เรียกว่า “เจ้าแม่กวนอิมพันเนตร”

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:04 น.] #1869304 (2/10)


(N)
สำหรับรูปประติมากรรมเจ้าแม่กวนอิมในลักษณะของเพศหญิงที่เป็นที่นับถือกันในปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้ว เมื่อครั้งศาสนาพุทธแรกเผยแผ่จากอินเดียสู่จีนนั้น รูปลักษณ์ของพระอวโลกิเตศวร(พระโพธิสัตว์กวนอิม)ก็เป็นภาพของพระโพธิสัตว์เพศชายเช่นเดียวกับในอินเดีย สันนิษฐานว่า คติเกี่ยวกับรูปเคารพพระโพธิสัตว์กวนอิม น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยสามก๊กและราชวงค์จิ้น จนกระทั้งถึงสมัยหนานเป่ยเฉา หลักฐานสำคัญก็คือ รูปวาดจิตรกรรมฝาผนังและรูปปฏิมากรรมแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ปรากฏอยู่ในถ้ำม่อเกา ที่สร้างขึ้นในช่วงหนานเป่ยเฉานั้น เป็นภาพของพระอวโลกิเตศวร(พระโพธิสัตว์กวนอิม) ที่มีลักษณะแบบเพศชาย มีริมฝีปากหนาและมีหนวดเครา

ส่วนเหตุผลของความเปลี่ยนแปลงจากบุคลิกลักษณะของพระอวโลกิเตศวร(พระโพธิสัตว์กวนอิม)ที่เดิมเป็นเพศชายจนแปรเปลี่ยนเป็นเพศหญิงนั้น นักประติมานวิทยา สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากเหตุผล 2 ประการ

ประการแรก นั้นคือ พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นผู้ทรงโปรดสัตว์โลก ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และในสมัยโบราณนั้น ผู้หญิงมักได้รับการกดขี่ข่มเหงและทุกข์ทรมานมากกว่าเพศชาย จึงเกิดภาพลักษณ์ในด้านที่เป็นเพศหญิง เพื่อช่วยเหลือสตรีให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม

ประการที่สอง นั้นคือ ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความอ่อนโยนและมีจิตใจที่ดีงามกว่าเพศชาย โดยเฉพาะความรักของผู้เป็นมารดา อันเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาการุณย์ต่อบุตร

ดังนั้น จึงเชื่อกันว่า นี้คือเหตุเปลี่ยนแปลงของภาพแห่งลักษณะพระโพธิสัตว์กวนอิมที่แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเพศหญิงในที่สุด

ในด้านศิลปกรรมจีน ได้สะท้อนสัญลักษณ์ของพระโพธิสัตว์กวนอิมที่แสดงถึงความเมตตากรุณา อาทิ ภาพเจ้าแม่กวนอิมยืนประทับบนหลังมังกรกลางมหาสมุทร , ภาพเจ้าแม่กวนอิมพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากกิ่งหลิวในแจกัน , ภาพเจ้าแม่กวนอิมประทับนั่งกลางป่าไผ่ , ภาพเจ้าแม่กวนอิมปางประธานบุตร และภาพเจ้าแม่กวนอิมพันมือ เป็นต้น

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:05 น.] #1869308 (3/10)


(N)


แต่ไม่ว่าจะแสดงภาพแห่งเจ้าแม่กวนอิมในลักษณะใด พระองค์ก็ยังทรงเป็นสัญลักษณ์ของพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ที่ประทับอยู่กลางใจของผู้ศรัทธาจนถึงปัจจุบัน

เจ้าแม่กวนอิมยืนประทับบนหลังมังกรกลางมหาสมุทร

ภาพเจ้าแม่กวนอิมพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากกิ่งหลิวในแจกัน

อ้างอิงจาก : หนังสือ 108 ลัญลักษณ์จีน – ปิยะแสง จันทรวงศไพศาล

โดยคุณ jcainfo (6K)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:25 น.] #1869335 (4/10)
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ดีๆ ครับพี่

โดยคุณ BCC-106 (434)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:45 น.] #1869363 (5/10)


(N)
ขอขอบคุณท่านสิทธิโชติสำหรับสาระดี มีประโยชน์ .... เฮียฉิก นี่เก่งหลายอย่างนะครับ อาหารการกินก็รู้ร้านขายอาหารเยอะและส่วนใหญ่ก็ไปชิมด้วยตัวเอง ... เรื่องหนู 2 ขา ก็ไม่เบา จนได้ฉายาจากผมว่า "เสี่ยโอบ" ... เมียก็กลัว ไม่ใช่เมีย/คุณนายpepsi กลัวท่านนะครับ ท่านกลัวคุณนาย ... ทำบุญทำทานก็บ่อย ...... ขอเป็นแนวร่วมกับท่านสิทธิโชติในช่วงเทศกาล กินเจ นี้ด้วยคนครับ โดยผมขอสัญญาว่า ผมจะหลีกเลี่ยงและไม่ผิด ปาณาฯ - อทินนาฯ - กาเมฯ - มุสาฯ และ สุราฯ ครับ และที่สำคัญ ที่สุดในช่วง 9-10 วันนี้ ผมจะงดลงรูปภาพ โป๊-เปลือย วาบหวิว ครับ

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 08:58 น.] #1869387 (6/10)
โดยคุณ BCC-106 (58.9.184.*) [26 Sep 2011 08:45] #1869363 (5/5)


ขอขอบคุณท่านสิทธิโชติสำหรับสาระดี มีประโยชน์ .... เฮียฉิก นี่เก่งหลายอย่างนะครับ อาหารการกินก็รู้ร้านขายอาหารเยอะและส่วนใหญ่ก็ไปชิมด้วยตัวเอง ... เรื่องหนู 2 ขา ก็ไม่เบา จนได้ฉายาจากผมว่า "เสี่ยโอบ" ... เมียก็กลัว ไม่ใช่เมีย/คุณนายpepsi กลัวท่านนะครับ ท่านกลัวคุณนาย ... ทำบุญทำทานก็บ่อย ...... ขอเป็นแนวร่วมกับท่านสิทธิโชติในช่วงเทศกาล กินเจ นี้ด้วยคนครับ โดยผมขอสัญญาว่า ผมจะหลีกเลี่ยงและไม่ผิด ปาณาฯ - อทินนาฯ - กาเมฯ - มุสาฯ และ สุราฯ ครับ และที่สำคัญ ที่สุดในช่วง 9-10 วันนี้ ผมจะงดลงรูปภาพ โป๊-เปลือย วาบหวิว ครับ



>>>>>>> ขอบพระคุณท่านอาวิบูลย์ที่เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกิจกรรมกินเจ
แม้จะไม่ได้ทานเจ แต่การรักษาศีล รักษาใจ ก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่ารักษากาย ครับ
ใจต้องบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายหมายปองอาฆาต อิจฉา ริษยาต่อผู้อื่น ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น ละกิเลสทั้งปวง จิตใจต้องมีความเมตตา ไม่โลภ โกรธ หลง ครับ
นี่ล่ะครับจึงจะก่อให้เกิดอานิสงค์ที่แท้จริง ครับ

โดยคุณ wattana09 (601)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 10:53 น.] #1869569 (7/10)


(N)
ขอบอกเลยครับ ว่า สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

โดยคุณ JOMPOL10 (4K)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 10:58 น.] #1869577 (8/10)

โดยคุณ wattana09 (601)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 19:52 น.] #1870506 (9/10)
ปกติแล้วผมจะเปิดเพลงบทสวดของอาเนี้ย...โดยจะเป็นบทสวดบทนี้ครับพี่
http://www.youtube.com/watch?v=6ygrPwQqRr4&feature=related

โดยคุณ RONADO (10.2K)  [จ. 26 ก.ย. 2554 - 20:19 น.] #1870625 (10/10)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1