ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : คุณยายชาวเยอรมันมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงิน เพียงแค่รู้จัก "การให้" และ "การรับ&q

(N)
คุณยายชาวเยอรมันมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงิน เพียงแค่รู้จัก "การให้" และ "การรับ"
เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ออเรนจ์นิวส์ ของอังกฤษ ได้เปิดเผยเรื่องราวของคุณยายเยอรมันนามว่า Heidemarie Schwermer อายุ 69 ปี ที่คุณยายดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้โดยไม่ต้องใช้เงิน ซึ่งคุณยาย ได้เปิดเผยว่า คุณยายตัดสินใจออกจากบ้านที่เมืองดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี เพื่อท่องเที่ยวจากเมืองนั้นสู่เมืองนี้ โดยมีเพียงกระเป๋าเดินทาง มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กคู่ใจเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ คุณยายก็มีอาชีพเป็นครู เคยแต่งงานมาแล้ว แต่ก็ต้องหย่าขาดจากสามี คุณยายจึงพาลูก ๆ สองคนย้ายจากเมืองลึนเบิร์ก ไปยังเมืองดอร์ทมุนด์ ที่ซึ่งมีประชากรไร้ที่อยู่อาศัยอยู่มากที่สุด และที่แห่งนี้เองที่คุณยายได้ก่อตั้ง Tauschring สถานที่แลกเปลี่ยนที่ไม่มีการใช้เงิน โดยเธอเรียกมันว่า"การให้" และ "การรับ" โดยคุณยายเชื่อมาโดยตลอดว่า คน ยากจนไม่ต้องการเงินอะไรเลย สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการและควรจะกระทำ คือ การทำตนเองให้มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อสังคม และแม้ว่าคนจนไม่มีมีทรัพย์สิน หรือสมบัติอะไร แต่พวกเขาก็สามารถที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมีคุณค่า






อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกที่ก่อนตั้งสถานที่ Tauschring กลับไม่ได้รับความร่วมมือเลย โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่ไม่ยอมรับ แต่กลุ่มคนที่ตกงานหรือผู้ที่เกษียณแล้วกลับเป็นผู้มาเข้าร่วมเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ร่วมกันแลกเปลี่ยนสิ่งของทักษะต่าง ๆ ระหว่างกัน เช่น ช่างทำผมทำการตัดผมให้แก่ช่างไฟฟ้าที่จะช่วยติดตั้งสายไฟที่บ้านของเขา หรือ คุณครูสอนภาษาอังกฤษที่เกษียณแล้วก็ช่วยสอนบทเรียนภาษาเพื่อแลกกับการใช้ บริการสุนัขนำทาง อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนทั้งมวลนี้มีอย่างเดียวคือ ห้ามใช้เงิน โดยตอนนี้ Tauschring กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งเมืองดอร์ทมุนด์ และได้รับความสนใจจากหลาย ๆ คน

ทั้งนี้ คุณยาย ยังได้เผยความลับเล็ก ๆ นี้ในหนังสือที่เธอตั้งชื่อมันว่า The Star Money Experiment ว่า คุณยายค้นพบว่าสามารถมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย คุณยายสามารถหาสิ่งต่าง ๆ มาได้โดยการแลกเปลี่ยนสิ่งของ หรือได้รับของขวัญจากผู้อื่น และคุณยายก็ปฏิเสธแม้กระทั่งเงินที่ได้รับจากการตีพิมพ์หนังสือของคุณยาย เล่มนี้ โดยบอกแก่ว่าให้ไปมอบให้แก่การกุศลที่ซึ่งจะทำให้ผู้คนมากมายมีความสุขได้ แทนที่จะให้คุณยายเพียงแค่คนเดียว

คุณยาย ยังได้กล่าวปิดท้ายว่า ไม่เคยขาดแคลนอาหาร เสื้อผ้า หรือเพื่อน เพราะมีเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอ ทุกวันนี้คุณยายมีความสุขดีทุกอย่าง ไม่สนว่าจะมีเงิน หรือต้องการสิ่งใดเลย เพราะ ได้ปล่อยวางสิ่งเหล่านั้นไปหมดแล้ว และคุณยายก็ไม่ห่วงว่าอนาคตต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะแค่นี้ก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตมากแล้ว

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 10:56 น.]



โดยคุณ thai_amulet (210)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 10:57 น.] #1890109 (1/11)
สวัสดีตอนสายครับ

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 10:59 น.] #1890115 (2/11)


(N)



โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 11:01 น.] #1890126 (3/11)


(N)


คุณยายบอกว่าไปไหนไม่เคยพกเงิน
ผมก๊ไม่ใช้เงินคร๊าบ

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 11:02 น.] #1890128 (4/11)


(N)


หวัดดีค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะ

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 11:05 น.] #1890136 (5/11)


(N)


ผาสามเส้า ตำนานหมาขนคำ นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานพื้นบ้านของจังหวัดลำปาง

(กาลครั้งหนึ่ง...นานมาก ๆ) มีนายพรานคนหนึ่งได้เลี้ยงหมาตัวเมียไว้หนึ่งตัว ในย่านนั้นไม่มีหมาตัวผู้อยู่เลย วันหนึ่งแม่หมาเกิดตั้งท้องขึ้นมา นายพรานเกรงจะถูกชาวบ้านครหาว่ามีเมียเป็นหมา จึงคิดจะกำจัดแม่หมา บ้านของนายพรานอยู่ในย่านบ้านเหล่าปลดริมป่า คือบ้านเสาสูงแบบเรือนต้นไม้ ราวบันไดปลดเก็บขึ้นไว้บนเรือนเพื่อป้องกันมิให้สัตว ์ร้ายขึ้นเรือนไปทำร้ายชีวิตคนบนบ้านได้ เย็นวันหนึ่ง นายพรานปลดบันไดบ้านเก็บไว้บนบ้านโดยทิ้งแม่หมาไว้ข้างล่าง โดยหวังที่จะให้เสือมาคาบแม่หมาเอาไปกิน แม่หมาก็วิ่งหนีไปถึงดอยผาสามเส้าริมดอยวัดม่วงคำ (เขตอำเภอแม่ทะ) แล้วคลอดลูกแฝดเป็นเด็กสาวน่ารักสองคน แม่หมาก็ไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกน้อย และคาบเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากไว้บนราวตากผ้านำไปให้ลูกสาวสวมใส่ ลูกสาวฝาแฝดโตเป็นสาว คนพี่ชื่อ นางเจตะกา คนน้องชื่อนางบัวตอง กิตติศัพท์ความงามของหญิงสาวทั้งสองกระฉ่อนไปถึงในเมือง

เมื่อพระยาเจ้าเมืองทราบข่าว ปรารถนาจะได้ธิดาแฝดไปเป็นมเหสีซ้ายขวา ขบวนวอทองก็ไปรับสองธิดาแฝดที่ดอยผาสามเส้าขณะที่แม่ หมาไม่อยู่ ธิดาแฝดบัวตองผู้น้องแสดงความเสียใจร้องไห้คร่ำครวญถ ึงแม่หมา ส่วนผู้พี่มีทีท่าตื่นเต้นที่มีวาสนาจะได้เข้าไปอยู่ ในวัง พระยาเจ้าเมืองได้สร้างปราสาทสองหลังให้นางเจตะกาและ นางบัวตองอยู่คนละหลัง

ฝ่ายแม่หมาเมื่อกลับมาถึงผาสามเส้าก็พบว่าลูกสาวหายไ ป แม่หมาก็เห่าหอนและตะกุยหน้าผาจนเป็นรอยคล้ายเล็บเท้าฝังในเนื้อหินผาที่ชาวบ้านเรียกว่ารอยตีนหมาขนคำร้องไห้หาลูกสาว มาจนทุกวันนี้

พระอินทร์เวทนาแม่หมาจึงเนรมิตให้แม่หมาพูดได้ แม่หมาจึงเดินทางติดตามหาลูกสาวถึงในเมือง แม่หมาได้ถามไถ่ชาวบ้านมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงปราสาทของนางเจตะกา ทหารได้ซักถามแม่หมาว่ารู้จักและเกี่ยวข้องกับนางเจต ะกาอย่างไร แม่หมาก็บอกว่านางเจตะกาเคยเป็นนายเก่ามาก่อน ครั้นเมื่อทหารนำความมาแจ้งแก่นางเจตะกา นางเจตะกากลัวว่าจะอับอายที่มีแม่เป็นหมา จึงสั่งให้ทหารทำร้ายแม่หมาจนได้รับบาดเจ็บวิ่งหนีไป

แม่หมาได้รับบาดเจ็บก็วิ่งมาถึงปราสาทนางบัวตอง นางบัวตองรีบวิ่งมารับแม่หมานำเข้าไปในปราสาทเพื่อเย ียวยารักษา ให้ข้าวให้น้ำแก่แม่หมา นางบัวตองได้ทูลขอหีบขนาดใหญ่จากสวามีโดยบอกว่าจะเอา ไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นางบัวตองได้นำหีบไว้เป็นที่ซ่อนของแม่หมาในวัง เมื่อครบเจ็ดวันแล้ว แม่หมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวก็สิ้นใจตาย พระอินทร์ได้เนรมิตร่างแม่หมาให้กลายเป็นแก้วแหวนเงินทอง เมื่อพระยาเจ้าเมืองพบว่ามีแก้วแหวนเงินทองเต็มหีบ พระองค์ก็โปรดปรานนางบัวตองเป็นอันมาก พระองค์ก็ให้นางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าอีกครั้งหนึ่ง นางบัวตองมีความเสียใจที่แม่หมาเสียชีวิต นางจึงคิดจะกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย บริเวณข้างล่างของหน้าผาเป็นที่อยู่ของยักษ์ซึ่งป่วย เป็นฝีกลัดหนองเจ็บปวดมาก เมื่อนางบัวตองกระโดดลงไปกระทบกับร่างของยักษ์ทำให้ฝีแตก ยักษ์จึงหายปวดเป็นปลิดทิ้ง ยักษ์จึงมอบทรัพย์สมบัติให้นางบัวตองเป็นอันมาก นางบัวตองจึงนำสมบัติกลับวัง


ฝ่ายนางเจตะกา เมื่อทราบข่าวว่านางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเส้า นางก็รู้สึกอิจฉานางบัวตอง นางจึงอาสาพระยาเจ้าเมืองจะไปขนสมบัติที่ผาสามเส้า เมื่อไปถึงผาสามเส้านางเจตะกาก็กระโดดหน้าผาตามที่นางบัวตองแนะนำ ด้วยความที่นางเจตะกามีบาปหนาฆ่าแม่ของตัวเอง ยักษ์จึงจับนางเจตะกากินเป็นอาหาร แล้วยักษ์ก็ไล่กินขบวนช้างม้าตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้จึงเรียกว่าโทกหัวช้างในปัจจุบัน ( อยู่ในเขตอำเภอเมืองลำปาง )
..............................................................................
ตัวไหนหว่า................

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 11:10 น.] #1890148 (6/11)


(N)


ส่งรูปผิด ตัวไหนหว่า

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 11:19 น.] #1890152 (7/11)

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 12:29 น.] #1890241 (8/11)


(N)
อึ้ง! สาววัย26ปีแพ้ยากลายเป็นคนแก่
6 ต.ค. 54 11.04 น. พิมพ์หน้านี้ สนับสนุนเนื้อหา
ฮือฮาทั่วประเทศเวียดนาม เมื่อพบสาววัย 26 ปี แพ้ยารักษาอาการอักเสบของผิวหนัง ใบหน้าและผิวหนังเหี่ยวย่นจนดูแก่ขึ้นอีก 30 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (6 ต.ค.) หลังจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเวียดนามได้ตีพิมพ์ภาพถ่ายของเหงียน ธิ เฟือง สตรีเวียดนามวัย 26 ปีที่มีผิวเหี่ยวย่นเหมือนคนชราเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจนสร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ ล่าสุดโรงพยาบาลสามแห่งในนครโฮจิมินห์ ซิตี้ ได้เสนอให้ความช่วยเหลือ แพทย์แสดงความงุนงงอย่างมากที่เห็นผิวของเธอเหี่ยวย่น แต่ยังมีสีผมและท่าทางเหมือนสาวๆคนหนึ่ง และบอกว่า กรณีของนางเฟืองไม่ได้ถือว่าแก่ลง เพราะความจำ อวัยวะในร่างกาย เช่น หัวใจ ไต ตับ และปอดยังทำงานปกติตามวัยของเธอ

ปัญหาของเฟืองเริ่มขึ้นเมื่อปี 2551 หลังจากรับประทานอาหารทะเล และใบหน้าก็เริ่มมีผื่นแดงและคัน แพทย์ได้สั่งยารักษาอาการอักเสบของผิวหนัง แต่หลังรับประทานยาได้หนึ่งสัปดาห์ ใบหน้าของเธอก็เริ่มบวม จากนั้นผิวหนังตามหน้า คอ และมือก็ค่อยๆเหี่ยวย่น และท้องบวมแตกลายเหมือนคนที่เคยตั้งท้องลูก 2-3 คน จากนั้นเธอได้หยุดกินยาแล้วเปลี่ยนไปหาแพทย์แผนจีนโบราณ และเมื่อรับประทานยาได้สักพัก อาการบวมก็ลดลง แต่น้ำหนักเพิ่มขึ้น และรอยเหี่ยวย่นก็ยังไม่หายไป จากนั้นเธอก็เริ่มสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งวันเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คนที่มองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เฟือง กล่าวว่า ตนยอมรับว่าเรื่องนี้คงเป็นลิขิตจากพระเจ้า และตนหยุดขวนขวายหาวิธีรักษาแล้ว ขณะที่สามี นายเหงียน ทานห์ เตียน วัย 34 ปี ตอนที่แต่งงานกันเธอเป็นคนสวยมาก และเป็นเรื่องยากที่จะพูดเรื่องความสุขของชีวิตแต่งงานอย่างเปิดเผย แต่ขอให้เข้าใจว่าเขายังคงรักภรรยาเหมือนเดิม

ปัจจุบัน ทั้งคู่อาศัยในจังหวัดบินห์ฟวก เธอมีอาชีพรับจ้างแกะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และสามีเป็นช่างไม้

โดยคุณ โพธโชคชัย (3K)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 13:22 น.] #1890300 (9/11)
แล้วค่าน้ำค่าไฟค่าดูดส้วมเค้าใช้อะไรจ่ายง่ะครับ

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 13:26 น.] #1890304 (10/11)

โดยคุณ thaivip (284)  [พฤ. 06 ต.ค. 2554 - 16:12 น.] #1890548 (11/11)
เฮออออออออ น่าเห็นใจคนรวยจังงงงงงงงงงงงงงง


!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1