ร่วมเสนอความคิดเห็น
หัวข้อกระทู้ :
ขอความช่วยเหลือหน่อยครับ
(N)
โรคกระเพาะอาหารนี่ มันหายขาดได้หรือเปล่าครับ เป็นๆ หายๆ ตอนนี้เป็นอีกแล้ว ใช้ยาอะไรดี ไม่อยากไปหาหมอแล้ว เบื่อ ให้ยามากิน แล้วก็ไล่กลับบ้าน หรือว่ามียาสมุนไพรอะไรดีๆ แนะนำครับ
ขอบคุณครับ
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 22:58 น.]
โดยคุณ
ร่มฉัตร
(
2.1K
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:02 น.] #1910037 (1/25)
แฟนผมทาน..เนื้อวุ้นว่านหางจระเข้..เป็นประจำช่วยได้ดีมากๆครับพี่..ลองดูครับ
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:06 น.] #1910043 (2/25)
ขอบคุณครับพี่ ลองดูครับ เวลาปวดทรมานจริงๆ
โดยคุณ
PRAPAS-JATUKARM
(
4.4K
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:07 น.] #1910049 (3/25)
นำขมิ้นเหลืองมาเป็นเครื่องปรุงในการทำปรุงอาหารเยอะ ๆ และทำบ่อย ๆ ครับ หรืไม่ก็ทานขมิ้นที่ขายเป็นแคปซูลจะได้ผลดีมาก ๆ ครับ
ภรรยาผมเมื่อก่อนเป็นโรคกระเพาะขั้นรุนแรงเลยครับ ผมจึงเน้นสมุนไพรคือขมิ้นเหลือง (ผมเป็นชาวปักษ์ใต้ครับ / ผมใช้ขมิ้นใต้ครับเพราะเหลืองเข้มและสดดีครับ) อาหารโดยทั่ว ๆ ไป เช่นแกงส้มใต้ใช้ขมินเยอะ ๆ หรือปลาทอดขมิ้นก็อร่อยดีนะครับ โดยทั่วไปเนื้อขมิ้นจะมีคุณสมบัติในการรักษาแผลและฆ่าเชื้อโรคได้ดีที่สุดชนิดหนึ่งครับ เคยสังเกตุจากหลังการชนไก่จะนำขมิ้นสดมาทาแผล หรือเช่นตหลังจากการโกนผมนาคก่อนบวชก็เหมือนกัน
ลองหาข้อมูลอื่นดูนะครับ เป็นความเชื่อส่วนตัวครับ แต่ปัจจุบันภรรยาผมหายขาดจากโรคกระเพาะนานแล้วครับ
โดยคุณ
wattana09
(
601
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:07 น.] #1910051 (4/25)
(N)
เป็นมานานหรือยังครับ.........???อาการแบบที่บอกอ่ะครับ
โดยคุณ
wattana09
(
601
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:13 น.] #1910063 (5/25)
คือถ้าเป็นไม่นานจะแน่ะนำอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นมานานมากแล้วจะได้แน่ะนำอีกอย่างครับ
โดยคุณ
wattana09
(
601
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:15 น.] #1910071 (6/25)
โรคกระเพาะมีสาเหตุหลักมาจากกรดและน้ำย่อย อาหารที่หลั่งออกมาแล้วไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร และความบกพร่องของเยื่อบุกระเพาะที่ไม่สามารถต้านทานกรดได้ดี ส่วนสาเหตุรองลงมาหรือปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะหนักขึ้น คือภาวะความ เครียด วิตกกังวล คิดมาก นอนไม่หลับ อารมณ์หงุดหงิด
ผู้ที่ ต้องทำงานหนักพักผ่อนน้อยแต่ต้องมีการแข่งขันสูง เช่น นักธุรกิจที่ต้องคอยกังวลอยู่กับกำไรขาดทุน มักพบว่าเป็นโรคกระเพาะกันมาก บางคนจึงเรียกโรคกระเพาะว่า "โรคของนักบริหาร" แต่พ่อบ้านแม่เรือน ผู้ที่มีความรับผิดชอบทั้งงานบ้านและที่ทำงาน ถ้าเคร่งเครียดจากการทำงานแล้ว กลับมาถึงบ้านยังมีเรื่องให้วิตกกังวล ทำให้นอนไม่หลับและไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร ก็มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะได้เช่นกัน
ปัจจัยส่งเสริมการเป็นโรคกระเพาะ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ อุปนิสัยการกินที่ไม่ดี เช่น การกินอาหารอย่างรีบเร่ง กินไม่เป็นเวลา อดอาหารบางมื้อ และการกินสารที่ระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ เช่น ดื่มน้ำชากาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีสารกาเฟอีนมาก การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เบียร์ เป็นประจำ และการกินยาบางชนิดที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ เช่น การกินยาแก้ปวดจำพวกแอสไพริน ยารักษาโรคกระดูกและข้ออักเสบ ยาชุดหรือยาลูกกลอนที่มีสตีรอยด์ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระเพาะได้
นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบในปัจจุบันว่า การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งในกระเพาะอาหาร ที่มีชื่อว่า "เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร" ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน เพราะเชื้อนี้ทำให้ผนังกระเพาะอาหารอ่อนแอลง จึงมีความทนต่อกรดและ น้ำย่อยลดลง เชื้อนี้ยังอาจทำให้แผลหายช้า หรือทำให้แผลที่หายแล้วเกิดเป็นแผลซ้ำได้อีก และยังพบว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง กระเพาะอาหารได้ด้วย ดังนั้นคนเป็นโรคกระเพาะควรได้รับการตรวจว่ามีการติดเชื้อชนิดนี้หรือไม่ และอาจจำเป็นต้องใช้ยากำจัดเชื้อนี้ด้วย
โดยคุณ
wattana09
(
601
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:16 น.] #1910074 (7/25)
อาหารกับโรคกระเพาะ
เมื่อเป็นโรคกระเพาะก็ต้องรักษา ซึ่งมีวิธีการรักษาอยู่หลายแนวทางในปัจจุบัน เช่น การใช้ยาลดกรด ยาเคลือบเยื่อบุกระเพาะ หรือยาแผนปัจจุบันต่างๆ รวมถึงยาสมุนไพรที่ใช้ได้ผลดี ได้แก่ ขมิ้นชัน กล้วย ว่านหางจระเข้ เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะกินยาแนวใดโดยทั่วไปควรกินยาอย่างน้อย ๔-๘ สัปดาห์ติดต่อกัน และสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้การรักษาโรคกระเพาะหายเร็วขึ้น คือการปฏิบัติตนให้เหมาะสมในเรื่องการกินอาหาร และการรู้จักพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจด้วย
ในบางรายที่เริ่มมีอาการโรค กระเพาะอาจหายจากอาการโรคกระเพาะได้ง่ายๆ เพียงรู้จักปฏิบัติตนในเรื่องการกินการอยู่ให้เหมาะสม และสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงและกำลังกินยารักษาโรคกระเพาะอยู่นั้น ก็จะมีอาการดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วหากใช้หลักการกินอาหารดังต่อไปนี้
ข้อปฏิบัติแรกสุดที่คนเป็นโรคกระเพาะและเราทุกคนควรทำคือ การกินอาหารให้ตรงเวลา เมื่อถึงเวลามื้ออาหารควรหาอาหารกินทันที เพื่อให้กรดและน้ำย่อยที่หลั่งออกมาได้ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารแทนที่ จะไปกัดทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและสำไส้ และในขณะกินอาหารควรดื่มน้ำบ้าง เพื่อช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารดีขึ้น และควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างมื้อให้ได้วันละ ๘-๑๐ แก้ว
โดยคุณ
wattana09
(
601
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:19 น.] #1910077 (8/25)
คนเป็นโรคกระเพาะควรหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นน้ำย่อย ได้แก่ อาหารที่มีรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด เช่น แกงรสเผ็ดจัด ของดอง น้ำอัดลม น้ำชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลังที่มีสารกาเฟอีนมาก อาหารที่แข็งหรือมีกากมาก ตลอดจนอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด อาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นเซลล์ให้ผลิต น้ำย่อยมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงจนกว่าแผลในกระเพาะ จะหายสนิทจริงๆ หรือถ้าเป็นไปได้ควรจะหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการกินอาหารดังกล่าวตลอดไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะซ้ำอีก
จะเห็นได้ว่าการรู้จักกินเพื่อป้องกันหรือรักษาโรค กระเพาะอาหารไม่ยากเลย เพียงแต่มีอุปนิสัยการกินที่ดี และมีการดำเนินชีวิตที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป มีเวลาใส่ใจในสุขภาพของตนเองบ้างเท่านั้น คนที่เคยเป็นโรคกระเพาะแม้ แผลจะหายแล้ว ก็ยังต้องใส่ใจในเรื่องสุขภาพของตนเองและระมัดระวังเรื่องอาหารการกินตลอดไป มิฉะนั้น แผลในกระเพาะอาหารอาจกลับมาหาคุณอีกเมื่อใดก็ได้
โดยคุณ
ฟล้คหมูสนาม
(
1.1K
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:23 น.] #1910084 (9/25)
ทานมะเขือครับ จะสมานแผลในกระเพาะ ท่านแก้วขวัญ พูดผ่านทีวีครับ ผมทำตามก็ดีจริงครับ
โดยคุณ
nat-36
(
213
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:26 น.] #1910089 (10/25)
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:33 น.] #1910101 (11/25)
ประมาณครึ่งปีแล้วครับท่าน wattana09 เป็นๆ หายๆ
โดยคุณ
collection9
(
2K
)
[ส. 15 ต.ค. 2554 - 23:48 น.] #1910112 (12/25)
หายครับท่าน panya .. เห็นมาหลายคนแล้วที่หาย แต่ที่ทราบที่คุย บางคนก็หายง่าย แต่หลายคนก็เหนื่อยหน่อย
ตามท่านอื่นว่า แม้หายแล้ว หากไม่ระวังเดี๋ยวมันก็มาอีก
บางเคสปวดมาก อาจส่องกล้องดูภายในเพื่อการวินิจฉัย .. แต่เห็นบางคนส่องกล้องแล้วกะเพาะใสปิ๊งเลย ไม่มีแผลซักนิด ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าปวดได้ไง
โดยคุณ
wattana09
(
601
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 00:17 น.] #1910147 (13/25)
ดยคุณ panyasuparat (243) [ไทยพาณิชย์ : 0612053122] [สมาชิกที่ผ่านการรับรองบุคคลแล้ว] (124.121.117.*) [15 Oct 2011 23:33] #1910101 (11/12)
ประมาณครึ่งปีแล้วครับท่าน wattana09 เป็นๆ หายๆ
.................................................................................................................................
ถ้าครึ่งปียังไม่ถือว่านานครับแค่เริ่มต้น ผมแน่ะนำให้ใช้ยาเคลือบเยื่อบุกระเพาะ ครับเท่าที่เคยทานมาเป็นยาน้ำทานง่ายมากครับ ผมใช้ยาตัวนี้ครับชื่อ "" อะลูมิ้ว "" ครับสมัยก่อนขวดเดียวทานได้ประมาณ 1 เดือน ขวดละ 20 บาท แต่ปัจจุบันไม่ทราบว่าเท่าไรแล้วครับ เอาเป็นว่าผมเคยเป็นหนักขนาดถ่ายหนัก เบา เป็นเลือดมาแล้ว ครับ รักษาอยู่หลายเดือน ทุกวันนี้สบายแล้วครับไม่เป็นอีกเลย ไม่ต้องควบคุมการทานอาหารแล้ว แต่ไม่ตามใจปากเท่านั้นเองครับ อ๋อ .....และอีกอย่างคือเราต้องบริหารอารมณ์ของตัวเราเองให้จิตใจผ่องใสตลอดจะได้ไม่เป็นการกระตุ้นอาการของโรคนี้ด้วยครับ
โดยคุณ
BCC-106
(
434
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 06:57 น.] #1910261 (14/25)
ถ้ามีเวลา พบแพทย์เฉพาะทางโดยตรงจะดีกว่าครับ
โดยคุณ
PRANKAUM
(
1.4K
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 07:30 น.] #1910279 (15/25)
(N)
*************************************************
(((( อย่าเครียดครับสำคัญที่สุด ))))
เครียด วิตกกังวล คิดมาก นอนไม่หลับ อารมณ์หงุดหงิด
ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะหนักขึ้น คือภาวะความ เครียด วิตกกังวล คิดมาก นอนไม่หลับ อารมณ์หงุดหงิด
ผู้ที่ ต้องทำงานหนักพักผ่อนน้อยแต่ต้องมีการแข่งขันสูง เช่น นักธุรกิจที่ต้องคอยกังวลอยู่กับกำไรขาดทุน มักพบว่าเป็นโรคกระเพาะกันมาก บางคนจึงเรียกโรคกระเพาะว่า "โรคของนักบริหาร" แต่พ่อบ้านแม่เรือน ผู้ที่มีความรับผิดชอบทั้งงานบ้านและที่ทำงาน ถ้าเคร่งเครียดจากการทำงานแล้ว กลับมาถึงบ้านยังมีเรื่องให้วิตกกังวล ทำให้นอนไม่หลับและไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร ก็มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะได้เช่นกัน
ปัจจัยส่งเสริมการเป็นโรคกระเพาะ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ อุปนิสัยการกินที่ไม่ดี เช่น การกินอาหารอย่างรีบเร่ง กินไม่เป็นเวลา อดอาหารบางมื้อ และการกินสารที่ระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ เช่น ดื่มน้ำชากาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีสารกาเฟอีนมาก การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เบียร์ เป็นประจำ และการกินยาบางชนิดที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ เช่น การกินยาแก้ปวดจำพวกแอสไพริน ยารักษาโรคกระดูกและข้ออักเสบ ยาชุดหรือยาลูกกลอนที่มีสตีรอยด์ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระเพาะได้
ว่ากันว่า (((( จิวยี่ ไม่ใช่ตายเพราะธนูโลหิตเป็นพิษอย่างเดียว )))) ตายเพราะโรคกระเพาะนี่
แหละครับ
เครียดจนอาเจียนออกมาเป็นเลือด
ประกอบกับความแค้นใจที่มีต่อขงเบ้ง จึงกระอักเลือดตาย ก่อนสิ้น จิวยี่ได้รำพันออกมาว่า
.... เมื่อฟ้าส่งข้ามาเกิดแล้ว เหตุไฉนถึงส่งขงเบ้งมาเกิดด้วย ..... 5555++++
ว่ากันไปให้พี่คลายเครียด
โดยคุณ
aekrayong
(
2.3K
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 07:53 น.] #1910297 (16/25)
อ่านแล้วได้ความรู้เพื่อขึ้น ขอบคุณเจ้าของกระทู้และผู้ให้ความรู้ทุกท่าน
โดยคุณ
pipat_ch
(
3.6K
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 08:55 น.] #1910332 (17/25)
ใบกระท่อมครับ จริงๆแล้วใบกระท่อมเป็นยาสมุนไพรชั้นดีชนิดหนึ่ง รักษาได้ทั้งโรคกระเพาะและโรคเบาหวาน ถ้าใช้ปริมาณที่พอเหมาะพอควร เคี้ยวกินแต่น้ำกากให้คายทิ้ง อาจจะขมสักนิด (ผมไม่ได้แนะนำให้พี่ไปเสพใบกระท่อมนะครับ แต่ใบกระท่อมเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้จริงๆ โดยเฉพาะทั้ง2โรคที่ผมกล่าวมาแล้ว รักษาได้ผลจริง แต่ต้องกินอย่าให้มากเกินไป)
เพราะคนนำไปใช้ในทางที่ผิดเลยกลายเป็นยาเสพติดประเภทที่5
โดยคุณ
Chartoba
(
1K
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 09:06 น.] #1910345 (18/25)
รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายๆครับ เช่นปลาและผัก งดอาหารรสจัดทุกประเภท (แซบหลายงดเลยครับ) ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำสีซ่าๆทุกชนิดก็ไม่สมควรครับกัดกระเพาะครับ
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 12:39 น.] #1910592 (19/25)
โดยคุณ PRANKAUM
จิวยี่ จะว่าไปแล้ว ผมว่าเขาค่อนข้างอาภัพนะครับพี่
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 12:40 น.] #1910593 (20/25)
ขอบคุณทุกๆคำแนะนำนะครับ
โดยคุณ
PRANKAUM
(
1.4K
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 15:39 น.] #1910783 (21/25)
(N)
ถ้าเขาเอาใจใส่สุขภาพบ้าง...เขาไม่อาภัพเลยนะครับดูซิ.....
ได้นางเสียวเกี้ยว... เป็นภรรยาและเป็น 1 ใน 2 หญิงงามที่สุดในเมือง
ซึ่งนอกจากความสวยแล้ว เสียวเกี้ยวยังมีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมอีกมากมาย
เช่น ความเด็ดเดี่ยว ความจงรักภักดีต่อสามี
พร้อมเป็นลมใต้ปีก สนับสนุนหน้าที่การงานของสามีเสมอ
กริยา ท่วงท่าทีก็อ่อนโยน ชดช้อย อ่อนหวาน
มีความสามารถในการเรือน การดนตรี ฉลาด มีไหวพริบ
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 15:50 น.] #1910796 (22/25)
โดยคุณ
PRANKAUM
(
1.4K
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 15:56 น.] #1910808 (23/25)
(N)
จิวยี่ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตเร็วมากเป็นถึงแม่ทัพอายุยังน้อย ก็มีคุณสมบัติสมชายชาตินักรบทุกประการ ( องอาจเพอร์เฟ็ก )
นอกจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นแล้ว... จิวยี่ก็ยังเป็นแม่ทัพที่เก่งที่สุดในก๊ก
ฝีมือการรบและสติปัญญาที่ต่อกรกับขงเบ้งได้สูสี...รูปงาม มากด้วยฝีมือและปัญญา
มีคุณธรรม ในชีวิตครอบครัวและหน้าที่การงาน
เมื่อได้ภรรยาที่เพียบพร้อมทุกประการอย่างเสียวเกี้ยว
ก็รักและดูแลมิให้ขาดตกบกพร่อง....((( เรา ๆ ท่าน ๆต้องห่วงใยสุขภาพบ้าง )))
โดยคุณ
panyasuparat
(
396
)
[อา. 16 ต.ค. 2554 - 16:44 น.] #1910872 (24/25)
ผมเคยมี รู้สึกจะเก้าแผ่นนะ เป็น dvd ตอนนี้มะรู้ไปใหนแล้ว
ดูไม่จบครับ ยาวมาก ดูถึงตอนที่ โจโฉ มาส่ง กวนอูที่ชายแดน
และล่ำลากัน หลังจากที่จับกวนอูไปอยู่ด้วย และทำทุกวิถีทางแล้ว
แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจ ให้กวนอูไปสวามิภักดิ์กับตนได้ กวนอู
ยังยึดมั่นต่อความเป็นพี่น้องกับเล่าปี่มิเสื่อมคลาย เมื่อได้ข่าวเรื่อง
เล่าปี่ จึงจากโจโฉในทันที
โดยคุณ
PAKOPAKO
(
4.2K
)
[จ. 17 ต.ค. 2554 - 02:05 น.] #1911837 (25/25)
กินนม จืดเยอะๆครับ สักละสามกล่องหลังอาหาร จบ เลย อาการปวดท้องไม่ถามหาอีกเลย นมจืดเคลือบกระเพาะครับ
!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!
Copyright ©G-PRA.COM
www1