***ผิดพลาดกันตั้งแต่แรกแล้วครับ***
***แทนที่จะกันน้ำ โดยให้ไหลไปตามทางที่กำหนดเพื่อลดระดับน้ำให้ลดลงเร็วที่สุด....แต่พากันกั้นเพื่อไม่ให้น้ำเข้าที่ที่ตนเองแค่จะไหลไปทางไหนก็ชั่งไม่สน เลยกลายเป็นการพากันต่างคนต่างกั้น กลับเป็นการสร้างอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ เมื่อกระสอบทรายและกองดิน ( ที่ไม่มีการบดอัด ยังไงทั้งสองอย่างก็ไม่สามารถกั้นน้ำที่มากได้อยู่แล้ว )ไมสามารถต้านแรงดันน้ำได้ ( แรงดันน้ำ + แรงไหลของน้ำ กำลังก็เพิ่มขึ้นไปหลายเท่า ) ก็เกิดอาการท่วมล้นหรือผนังกั้นแตก.....เปรียบเสมือนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แตก ไหลแรงกระจัดกระจายไม่เป็นทิศเป็นทาง เลยเกิดเป็นเช่นที่เห็นปัจจุบันนั้นแล****
****การกั้นควรวางแผนกั้นเป็นทางเป็นแนวทิศที่จะให้น้ำไหลไปทางไหนทิศไหน กั้นเป็นลักษณะบังคับทิศทางให้น้ำไหล ( ข้อมูลมีอยู่แล้ว ) จะเกิดเหตุน้ำท่วมน้อยกว่านี้เกินกว่าครึ่ง ส่วนทิศทางที่บังคับให้ไหลต้องมีความสูญเสียอยู่แล้ว แต่จะสูญเสียน้อยกว่านี้มาก ( ทิศทางน้ำไหล ดูง่ายๆ ในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดแต่ละอำเถอแต่ละตำบลแต่ละหมู่บ้าน เขาจะรู้ๆกัน เพราะหน้าฝนจะท่วมทุกปีอยู่แล้ว )********
****มิใช่เกิดเหตุแล้วมาพูด.....เคยเกริ่นเสนอผู้ใกล้ชิดรัฐมนตรีที่พอรู้จัก 3 - 4 คน แต่ก็ไม่มีใครรับฟัง..( เรามันคนธรรมดาไม่ได้เป็นด๊อกๆๆๆทั้งหล่ยเลยไม่มีน้ำหนัก มั่ง )..สงสัยระบบบริหารภายในยุ่งตีกันเป็นยุงตีกัน แข่งกันเฉพาะพอได้เสนอหน้าเป็นข่าวเท่านั้น........คณะนี้ทั้งคณะสมควรปลดให้หมด....*****
****หรืออาจจะรู้แต่ไม่สนใจทำ เพราะอยากให้เกิด.....เพื่ออะไรบางอย่างหลังน้ำลด.....งบซ่อมแซม.....งบซอมแซมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...........ที่บ้านผมก็ท่วมส่วนรอบนอก ( ท่วมทุกปีนั้นแหละ )......ข่าวแหว่วๆมา......ตั้งงบอุทกภัยไว้หลัก 100........ล้าน....น่าจะ 2 - 3 หลักแล้ว..............****
*****ผมกล้าพูดเลยครับ......กรุงเทพ.....ไม่รอดครับ......จะมากน้อยขึ้นอยู่กับภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ครับ****** |
|