ไม่ได้คิดจะตอบโต้ใครนะครับ เพียงอยากจะให้นึกถึงความเป็นจริงสักนิดบ้าง
________________________________________________________
อินทิรา คานธี ตอนขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำใหม่ ๆ เธอก็เป็นดั่งหุ่นเชิดจนมีคนตั้งฉายาว่าเธออย่างเจ็บแสบว่า ตุ๊กตาหน้าโง่
แต่จากนั้นห้าปีเธอได้สะสมประสพการณ์และก้าวขึ้นการเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพล
ที่ใครไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย เธอสะสมประสพการณ์ทางการเมืองและในทางเดียวกันเธอก็เข้าถึงใจคนจนที่นักปกครองทุกรุ่นหลงลืม
จนสุดท้ายชื่อของเธอจนโดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง เธอลบคำสบประมาทว่าก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำได้เพราะพ่ออย่างหมดสิ้นและสิ้นเชิง
____________________________________________________________
มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ คนนี้ ไม่เพียงแต่ต้องการเสียงในสภาเสียงประชาชนเท่านั้น
ที่เธอมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะว่าเธออาศัยรากฐานของครอบครัวเธอเป็นสำคัญ
____________________________________________________________
อองซานซูจี ล่ะ... มิใช่ว่าเพราะพ่อของเธอหรอกเหรอ เธอถึงก้าวเป็นสัญลักษณ์ของพม่าในเวลาอันรวดเร็ว
เธอเป็นแกนนำมวลชนเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าได้นั้นส่วนหนึ่งปฏิเสธไมได้เลยว่า เพราะเธอเป็นลูกของ นายพลอองซาน
อองซานซูจีโดดเด่นในเวทีพม่าเพราะอาศัยรากฐานจากพ่อและเป็นที่สนใจของชาวโลกเพราะการสนับสนุนของอเมริกา
____________________________________________________________
ฮิลลารี่ คลินตั้น ก็เช่นกัน จริง ๆ คนนี้เป็นผู้หญิงที่เก่งมากครับ เธอเก่งมาแต่เดิม แต่เธอทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนสามี
เป็นหลังบ้านที่ดีเพื่อให้ บิลล์ เป็นหมายเลขหนึ่งของโลก แต่เราจะปฏิเสธได้หรือไม่ว่าวันนี้ที่เธอโดดเด่นและมีบทบาท
เพราะอาศัยรากฐานจากสามีเช่นกัน
____________________________________________________________
ที่ผมยกเอาบุคคลเหล่านี้มา ก็เพื่อที่จะบอกว่า การที่จะเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลนั้น ส่วนใหญ่มีรากฐานมาจาก ความสำเร็จในการบริหารของครอบครัว พ่อ สามี แทบทั้งสิ้น และส่วนใหญ่ กว่าจะประสพความสำเร็จ ได้ใจประชาชน ต่างต้องใช้ระยะเวลานานเป็นห้าปี สิบปี แทบทั้งสิ้นครับ
นายกยิ่งลักษณ์ก็ไม่ต่างกันเลยครับ กับการขึ้นมาสู่ถนนการเมือง ไม่ต่างกันเลย กับทางเดินเหมือนกับ คนเหล่านี้ ที่ยกมาครับ
แต่จะต่างกันก็คือการที่นายกยิ่งลักษณ์เพิ่งเข้ามาได้สามเดือน แต่กลับโดนฝ่ายตรงข้ามถล่มอย่างหนัก เหมือนกับว่าเธอบริหารประเทศล้มเหลวในทุกๆด้าน มาเป็นเวลาสี่ปีอย่างนั้นเลย เพราะอะไรครับ เพราะคำว่าอคติ และการไม่ยอมรับในเสียงข้างมากนั่นเอง ถึงกับมีคนบอกว่า เสียงข้างน้อย
พวกชนชั้นกลางที่เสียภาษีเลี้ยงคนทั้งประเทศ สมควรที่จะมีสิทธิ์มีเสียงมากกว่า มันน่าตลกใหมครับ สังคมไทย ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว การเสียภาษีมันอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้วทุกๆคน นั่นคือ vat. เมื่อเราเติมน้ำมัน ก็เสียภาษี ณ ที่จ่าย พอจะมองภาพออกมั๊ยครับ
ดังนั้น เมื่อการไม่ยอมแพ้ของคนอีกฟากหนึ่ง การไม่ยอมรับในเสียงส่วนใหญ่ จึงเป็นที่มาของการ
แก้แค้นเมื่อสพโอกาศ อย่างน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ เราจะเห็นข่าวว่าอย่างโน้นอย่างนี้ นายกสมควรออกไป เป็นต้น
คราวนี้มาที่เรื่องน้ำท่วมใหญ่ขนาดมหึมาบ้างครับ ในส่วนของความเห็นที่ว่า
"การจะบอกว่าน้ำเยอะจริงๆ ผมว่าพูดง่ายไป ต้องดูกระบวนการในการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมาว่า ล้มเหลว"ผมขอยืนยันว่าจริงครับ แต่หาได้เกิดจากนายกยิ่งลักษณ์ไม่ นายกยิ่งลักษณ์ทำได้เพียงตามแก้ปัญหา ผ่อนหนักเป็นเบา ทำได้แค่นี้จริงๆครับ กรุณาเปิดใจ แล้วอ่านข่าวย้อนหลังพวกนี้ก่อนครับ
__________________________________________________________
*****ข่าวนี้ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2554*********
ได้เตรียมรับมือภัยแล้งด้วยการให้อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ 17 แห่งเก็บกักน้ำไว้สูงกว่าระดับเก็บกัก (เกิน 70%)
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแหล่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศ ว่า ขณะนี้ในแหล่งกักเก็บน้ำ
ขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศกว่า 400 แห่งมีปริมาณน้ำอยู่ประมาณ 34,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และทางกรมชลประทาน
ได้เตรียมไว้ใช้ในฤดูแล้งปีนี้ 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และอีก 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็เตรียมไว้ใช้สำหรับปี 2554
จึงขอเตือนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรัง โดยกรมชลประทานได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังให้ลดจำนวน
การปลูกข้าวนาปรังลง และไม่ควรขยายพื้นที่เพาะปลูก เพื่อกรมชลประทานจะได้จัดสรรน้ำให้เพียงพอ
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_new...tb=N255301
******ข่าวนี้เมื่อ 18 พฤษภาคม 2554******
ด่วน!! ลานินญ่ากลับมาอีกแล้ว
ทีวี360องศาวันนี้มาติดตามข่าวร้ายของชาวโลก ?ลานิญญ่า? ที่ป่วนโลกหนักกว่า 1 ปีที่ผ่านมา กำลังจะกลับมาอีกแล้ว
ความเข้าใจง่ายๆสำหรับลานิญญาคือ จะทำให้ประเทศในภูมิภาคบ้านเราอ่วมฝนหนัก ขณะที่ฝั่งอเมริกาใต้ก็เกิดความแห้งแล้ง
ศูนย์บริการด้านอากาศของสหรัฐอเมริกา เตือนว่าปรากฎการณ์ลานินญ่าที่หยุดลงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้
http://tv360.krobkruakao.com/?page_id=98
******ข่าวนี้เมื่อ พฤศจิกายน 2553******
คำเตือนเรื่องฝนหนัก น้ำท่วม ฤทธิ์ลานินญาทำไทยเผชิญภัยพิบัติเพิ่ม
"ไทยไม่เคยมีการทำแผนที่เสี่ยงภัยไว้เลย จึงแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ การเตือนภัยและการพยากรณ์อากาศจึงยังล้าหลังกว่าเวียดนาม
ที่มีการพยากรณ์อากาศแม่นยำมากในภูมิภาคอาเซียน ติดอันดับต้นๆ ในระดับเดียวกับญี่ปุ่น อังกฤษ หรือสหรัฐ" นายธนวัฒน์ กล่าว
http://www.ftawatch.org/all/news/20993
******ส่วนข่าวนี้เมื่อ เมษายน 2554********
กรมชลประทานวางแผนสู้ภัยแล้ง ปีนี้มีน้ำต้นทุนไว้จัดสรร 31,000 ล้าน ลบ.ม. พร้อมกันสำรอง เชื่อยังรับมือไหว
ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศยังลดลงอย่างต่อ เนื่อง อ่างแก่งกระจาน กับปราณบุรีวิกฤตสุด
2 อ่าง รวมกันเหลือน้ำใช้แค่ 200 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการจัดสรรน้ำและมาตรการป้องกันปัญหาภัยแล้งปี 2554
ว่า ขณะนี้แหล่งกักเก็บน้ำขนาดกลางและใหญ่มีปริมาณน้ำใช้ได้ประมาณ 31,000 ล้าน ลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทาน
ได้จัดสรรการใช้น้ำให้กับการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก รองลงไปได้แก่ การรักษาระบบนิเวศวิทยา และการใช้น้ำเพื่อการเกษตร
ทั้ง นี้ในจำนวนปริมาณน้ำ 31,000 ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทานได้สำรองไว้จำนวน 11,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
เพื่อใช้สำหรับต้นฤดูฝน กับหลังช่วง ฤดูฝน อีกจำนวน 20,100 ล้าน ลบ.ม. โดย น้ำสำรองจำนวน 20,100 ล้าน ลบ.ม.ได้วางแผน
การใช้น้ำในพื้นที่เพาะปลูกด้านการเกษตรทั่วประเทศประมาณ15.29 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นแผนสำหรับการปลูกข้าวประมาณ 12.6 ล้านไร่
http://www.ftawatch.org/all/news/22775 |
|