(N)
ข้อมูลจากทิพยประกันภัยครับ ในฐานะที่เคยวิ่งเคลมประกันมาผมแนะนำให้แจ้งเหตุทันทีนะครับที่รถจมน้ำ และจดชื่อผู้รับแจ้งไว้ยืนยันภายหลังด้วยถ้ามีปัญหา กับถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยก็จะดีมากๆครับ
ประกันภัยรถยนต์ กับความคุ้มครองภัยน้ำท่วม : บมจ.ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 1. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 เท่านั้นที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ผู้ที่ซื้อประกันภัยประเภทอื่น นอกเหนือจากประเภท 1 จะไม่ได้รับความคุ้มครอง 2. หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายค่าสินไหมจากการที่น้ำท่วมนั้น จะพิจารณาจากความเสียหาย ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง แบ่งเป็น 2.1 เสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) หมายถึงเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ หรือค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ ขณะเกิดความเสียหาย เช่น น้ำท่วมทั้งคัน หรือท่วมเกินคอนโซลหน้า 2.2 เสียหายแต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง (Partial Loss) บริษัทฯจะซ่อมให้จนรถกลับสู่สภาพเดิม ได้แก่ - การซักล้าง พรม เบาะรถ แผงประตู ผ้าหลังคา ฯลฯ - เครื่องยนต์ที่เสียหาย และ ของเหลวต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่อง - ความเสียหายอื่นๆที่เกิดจากน้ำท่วม 3. ทันทีที่ทราบว่ารถถูกน้ำท่วม ต้องรีบแจ้งให้บริษัทฯทราบในทันที บริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจไปตรวจสอบเพื่อประเมินความเสียหาย หลังจากนั้นจึงนำไปซ่อมบำรุง ถ้าเร่งด่วนก็สามารถนำเข้าอู่ แล้วโทรแจ้งบริษัทประกัน ให้ประสานกับอู่นั้น ๆ โดยตรง 4. ข้อควรปฏิบัติ - เมื่อทราบว่าไม่สามารถขนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ที่น้ำท่วม ควรถอดสายไฟที่เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่ออก แล้วยกแบตเตอรี่ออกจากช่องเก็บ หากทำไม่ทันให้รีบถอดสายแบตเตอรี่ออกทันทีที่สามารถกู้รถให้พ้นจากพื้นที่น้ำท่วม - เมื่อนำรถขึ้นจากน้ำ ไม่สตาร์ทรถโดยทันทีจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีน้ำค้างในเรื่องยนต์ - ไม่พ่วงต่อกระแสไฟ เช่นพ่วงแบตเตอรี่ จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีระบบไฟฟ้าลัดวงจร - ก่อนที่จะต่อขั้วแบตเตอรี่เข้ากับรถอีกครั้ง ควรต้องปลดฟิวส์ในกล่องควบคุมของระบบถุงลมนิรภัยเพื่อตัดการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงลมนิรภัยระเบิดขึ้นเองหากมีการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า ข้อมูลจาก ฝ่ายสินไหมรถยนต์ บมจ.ทิพยประกันภัย 12/10/54 |