ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : สุภาษิตจีนแปลภาษาไทย ... ผู้ใดบังคับน้ำได้ !!!!! ผู้นั้นครองแผ่นดิน .....คือข้อพิสูจน์



(N)


น้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต น้ำน้อยหรือน้ำมากล้วนเป็นปัญหาทั้งสิ้น....ไม่ต้องดูอื่นไกลใกล้ตัวทั้งอบต.หรือเทศบาลฯถ้าน้ำประปาไม่ไหลหรือขุ่นตะกอน...โดนประชาชนก่นด่าทั้งเมือง..เลือกตั้งมาแล้วทำได้แค่นี้เองหรือ !! ??? ประเทศที่มีปัญหาการจัดการเรื่องน้ำมากที่สุดคือจีน ...

(((( ถ้าเป็นปัจจุบันคำกล่าวนี้ก็หมายถึงการบริหาร

จัดการเรื่องน้ำนั้นเอง )))


จนเป็นเรื่องที่ท้าทายรัฐบาลจีนอย่างมากเพราะจากการจัดอันดับ อุทกภัยเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก ประเทศจีนรับไปเต็ม ๆ เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้...
อันดับ 5 แม่น้ำ Hong-Ru 1975
ในเดือนสิงหาคม 1975 พายุฝนที่เทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ส่งผลให้เขื่อน 2 แห่งในแม่น้ำ Hong-Ru (ส่วนหนึ่งในระบบแม่น้ำเหลืองของจีน) แบกรับน้ำมากเกินไปจนเขื่อนแตก นำมาซึ่งกำแพงคลื่นน้ำสูงกว่า 20 ฟุตและกว้าง 7 ไมล์ ไหลบ่าด้วยความเร็ว 30 ไมล์ต่อชั่วโมง ถาโถมเข้าปลิดชีพประชาชนเกือบ 10,000 รายและอีกกว่า 11 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

อันดับ 4 แม่น้ำเหลือง 1642
เหตุการณ์คราวนี้ไม่ใช่ฝีมือธรรมชาติแต่เกิดขึ้นจากเจตนาของมนุษย์ โดยในปีดังกล่าว กองทัพหมิง เปิดทางน้ำถล่มเมืองไคเฟิง ซึ่งเวลานั้นเป็นเมืองหลวงของจีน เพื่อขัดขวางทหารกบฏเข้ายึดเมือง สังเวยชีวิตราษฎรราว 300,000 คน

อันดับ 3 แม่น้ำเหลือง 1938
ปีนั้นทหารผู้รักชาติของ เจียง ไคเชก ทำลายเขื่อนกั้นน้ำใกล้เมืองไคเฟิง เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบเข้ามาของทหารญี่ปุ่นผู้รุกราน แม้ยุทธศาสตร์นี้ได้ผล แต่ก็ต้องแลกกับ 800,000 ชีวิต

อันดับ 2 แม่น้ำเหลือง 1887
ตะกอนดินสีเหลืองจำนวนมหาศาลของแม่น้ำเหลือง (อันนำมาซึ่งชื่อของแม่น้ำแห่งนี้) คือสาเหตุภัยพิบัติครั้งเลวร้ายของจีนในปี 1887 ขณะที่ตะกอนสะสมตัวมานานหลายปีและระดับน้ำก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ และแม้ชาวบ้านจะสร้างแนวกั้นนำตามตลิ่งแม่น้ำให้สูง แต่บางจุดของแม่น้ำก็ยังสูงกว่าพื้นที่ราบลุ่มโดยรอบกว่า 30 ฟุต และเมื่อมีฝนฤดูใบไม้ผลิประกอบกับหิมะที่หลอมละลาย ทำให้น้ำทะลักคัน ประชาชนหลายหมื่นเสียชีวิตทันที ส่วนอีกล้านคนก็มาจบชีวิตจากนั้นด้วยภัยของความอดอยาก

อันดับ 1 แม่น้ำเหลือง 1931
ในเดือนสิงหาคม 1931 แม่น้ำเหลืองล้มตลิ่งและทะลักเข้าท่วมผืนดินกินเนื้อที่ 42,000 ตารางไมล์ ทำประชาชนกว่า 80 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย คาดหมายว่าผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม อดอยากและโรคติดต่อมากถึง 850,000 ถึง 4 ล้านคน ทำให้มันกลายเป็นหายนะทางธรรมชาติครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [ส. 05 พ.ย. 2554 - 22:07 น.]



โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [ส. 05 พ.ย. 2554 - 22:11 น.] #1938832 (1/8)


(N)


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยในกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการชลประทานหรือการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นอย่างมาก เพราะทรงตระหนักดีว่า “น้ำคือชีวิต” พระองค์เคยมีกระแสพระราชดำรัสแก่ผู้ถวายงานใกล้ชิดพระองค์ว่า “ฉันสนใจชลประทานมาตั้งแต่เด็ก” ทั้งยังได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะกรรมการสโมสรไลออนส์สากล ภาค ๓๑๐ ประเทศไทย ไว้เมื่อ ๒๕ กันยายน ๒๕๑๒ ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน ดังความที่ขออันเชิญมาตอนหนึ่งว่า
“ในด้านชลประทานหรือด้านป่าไม้นี้ ก็อาจจะมีบางคนเข้าใจว่าทำไมจึงสนใจ และบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมฉันสนใจเรื่องชลประทาน หรือเรื่องป่าไม้ จำได้เมื่ออายุ ๑๐ ขวบ ที่โรงเรียนมีครูคนหนึ่งสอนเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องการอนุรักษ์ดินแล้วให้เขียนว่าภูเขาต้องมีป่าไม้อย่างนั้น เม็ดฝนลงมาแล้วจะชะดินลงมาเร็ว ทำให้ไหลตามน้ำไป ก็เป็นหลักของป่าไม้เรื่องการอนุรักษ์ดินและเป็นหลักของชลประทานที่ว่า ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน จะทำให้เดือดร้อนตลอด ตั้งแต่ดินบนภูเข้าหมดไป กระทั้งการที่จะมีตะกอนลงมาในเขื่อน มีตะกอนลงมาในแม่น้ำ ทำให้น้ำท่วม”

จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชการปัจจุบัน ทรงเรียนรู้เรื่องการชลประทานมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำหริมากมายหลายโครงการ ล้วนเกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำทั้งสิ้น
นับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชการที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงดำรงพระองค์อยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมั่นคง อีกทั้งทรงถือมั่นปฎิบัติตามพระยุคลบาทแห่งองค์สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งพระบรมจักรีวงค์ เพื่อทรงสืบราชนิติธรรมประเภณีอย่างครบถ้วนในส่วนอาณาประชาราษฎร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เข้ามาเพื่อพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ก็ทรงพระเมตตาเอื้ออาทร ให้ได้รับความผาสุกกันทั่วหน้า โดยทรงสละเวลาส่วนพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนดูแลทุกข์สุขของราษฎรด้วยพระองค์เองมิได้ทรงว่างเว้น โดยเฉพาะในท้องถิ่นห่างไกล และในพื้นที่ธุรกันดาน

พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการที่ทรงพระวิริยะอุสาหะบำเพ็ญ โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยากพระวรกาย และภยันตรายใดๆ ทั้งปวงนั้นเกิดจากน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างแท้จริง และด้วยพระราชประณิธานอันมั่นคงที่จะช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความลำบากยากเข็น เพื่อจะได้มีความสุขตามที่ “พึ่งมี” และ “พึ่งเป็น” จึงนำไปสู่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำหริเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับน้ำ ด้วยมีพระราชวินิฉัยว่าน้ำเป็นปัจจัยสำคัญของงานพัฒนาสำหรับเมืองกสิกรรมอย่างประเทศไทย ดังจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่ทรงตรากตรำเพื่อทรงหาวิธีการช่วยราษฎรให้พ้นจากความเดือดร้อนในด้านต่างๆ นั้น งานพัฒนาที่สำคัญยิ่งของพระองค์คืองานพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ”

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [ส. 05 พ.ย. 2554 - 22:18 น.] #1938841 (2/8)


(N)


http://www.youtube.com/watch?v=haIen7ROTCQ

โดยคุณ แก้วนพเก้า (1.8K)(2)   [ส. 05 พ.ย. 2554 - 23:59 น.] #1938931 (3/8)
.เยี่ยมที่สุดครับพี่....

โดยคุณ รักเบ๊นซ์ (738)  [อา. 06 พ.ย. 2554 - 00:05 น.] #1938935 (4/8)
พระมหากรุณาที่คุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม.......พุทธเจ้าข้า

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 06 พ.ย. 2554 - 06:57 น.] #1939033 (5/8)
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 06 พ.ย. 2554 - 07:14 น.] #1939048 (6/8)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

โดยคุณ wattana09 (601)  [อา. 06 พ.ย. 2554 - 08:04 น.] #1939081 (7/8)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

โดยคุณ tagami (593)  [อา. 06 พ.ย. 2554 - 11:36 น.] #1939258 (8/8)
ทรงพระเจริญ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1