ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ



(N)
กระทู้นี้ขอถก ในสาระนะครับ ใครจะมาด่า ไม่ว่าฝ่ายใหน
ขอให้ผ่านกระทู้นี้ไปก่อน
_________________________________________

1. การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ.ทำอย่างไร

เขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ทุกเขื่อนเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีหน้าที่กักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรมและการบรรเทาอุทกภัยเป็นหลัก ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามปริมาณ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่กล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ตามหลักการจะควบคุมให้ระดับน้ำ อยู่ในกรอบของ "เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ" (Rule Curve) ซึ่งมีอยู่ 2 เกณฑ์ คือ "เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง" (Lower Rule Curve) และ "เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน" (Upper Rule Curve) โดยในการจัดทำเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำนั้น ได้นำปัจจัยและข้อมูลของปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ท้ายเขื่อนในรอบกว่า 30 ปีมาประกอบการจัดทำ ทั้งนี้ยังได้ทำการปรับปรุงตามสภาวการณ์เป็นระยะๆ

ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง(Lower Rule Curve) จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้ต่ำกว่าระดับนี้ จะมีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำในปีหน้า

เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน(Upper Rule Curve) จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้สูงกว่าระดับนี้จะมีความเสี่ยงเรื่อง น้ำล้นเขื่อนจนอาจต้องเปิดประตูระบายน้ำล้น (Spillway)

ในสภาวการณ์ปกติ เขื่อนจะควบคุมไม่ให้ระดับน้ำต่ำกว่า เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่างในช่วงฤดูแล้ง และช่วงฤดูฝน เขื่อนก็จะพยายามระบายน้ำเพื่อไม่ให้ระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน ดังนั้นเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำจึงเปรียบเสมือนเกณฑ์ที่คอยควบคุมระดับน้ำในเขื่อนให้มีปริมาณน้ำเก็บกักที่เหมาะสมตามสภาวการณ์ของปริมาณน้ำทั้งเหนือเขื่อนและสภาพน้ำในลุ่มน้ำท้ายเขื่อน เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี

ตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลโดยเกณฑ์ระดับน้ำควบคุม (Rule Curve)
ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นปีน้ำมาก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่มีอธิบดีกรมชลประทานเป็นประธาน และอีก 8 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ ประกอบด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุทกศาสตร์ สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงาน กปร.) และ กฟผ. โดยคณะอนุกรรมการฯ จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและร่วมกันพิจารณาปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่จะต้องระบายออกจากเขื่อนทุกสัปดาห์หรือทุกวัน ซึ่ง กฟผ.ก็ได้ปฏิบัติตามมติของคณะอนุกรรมการฯ มาโดยตลอด

2. ทำไมเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จึงไม่ระบายน้ำออกมาก่อนในช่วงต้นฤดูฝนปีนี้

ช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ ณ วันที่ 1 พ.ค. เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเก็บกัก 6,076 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 45.1 ของความจุ เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเก็บกัก 4,784 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 50.3 ของความจุ ซึ่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ (Rule Curve) ที่ใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก ซึ่งตามแนวปฏิบัติของการบริหารจัดการน้ำตามสถิติข้อมูลที่ใช้อ้างอิง จะต้องเก็บกักน้ำไว้ เพื่อให้สามารถมีน้ำไว้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี ดังนั้นปริมาณน้ำที่ระบายน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้จึงเป็นไปตามความต้องการใช้เพื่อการเกษตรกรรมและสาธารณูปโภคเป็นหลัก

ต่อมามีพายุเข้ามาหลายลูกได้แก่ "ไหหม่า" (ปลาย มิ.ย.-ก.ค.) "นกเตน"(ปลาย ก.ค.-ส.ค.) พายุโซนร้อน "ไหถ่าง" และ "เนสาด" (เดือน ก.ย.) และ "นาลแก" (เดือน ต.ค.)

ทำให้มีฝนตกทั้งบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนรวมทั้งพื้นที่ในภาคกลาง เกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นอกจากนั้นในลุ่มน้ำวังและลุ่มน้ำยมไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่รองรับน้ำ ดังนั้นแม้จะพยายามระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ก็มีข้อจำกัดในการระมัดระวังผลกระทบต่อพื้นที่น้ำท่วมท้ายเขื่อน

3. ทำไมเขื่อนต้องระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการปล่อยน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า

ในปีนี้เขื่อนภูมิพลมีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ระหว่างวันที่ 5 - 13 ต.ค. และ 18 - 20 ต.ค. ส่วนเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ระหว่างวันที่ 25 ส.ค. - 11 ก.ย. 2554

การที่ทั้ง 2 เขื่อนจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นผ่านประตูระบายน้ำล้น นอกเหนือจากการระบายน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากขณะนั้นมีปริมาณน้ำใกล้เต็มความจุของอ่างเก็บน้ำ และจากการติดตามข้อมูลปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างฯ ยังมีแนวโน้มที่มีปริมาณสูงอยู่ จึงจำเป็นต้องระบายน้ำออกเพิ่มมากขึ้น เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับเก็บกักน้ำเกินความจุของอ่าง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนและอาคารประกอบ ทั้งนี้ในระหว่างการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ก็ได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าอ่างฯ อย่างใกล้ชิด เมื่อพบว่ามีแนวโน้มลดลงก็ให้ลดปริมาณการระบายน้ำ จนปัจจุบันไม่มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้นจากเขื่อนทั้งสอง

4. เขื่อนต้องการเก็บน้ำไว้มากเพื่อประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าหรือไม่

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน แต่เป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำตามความต้องการใช้น้ำเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ เช่น การอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม รวมทั้งการบรรเทาอุทกภัย ซึ่งการบริหารจัดการเรื่องปริมาณน้ำที่จะต้องระบายออก ในช่วงเวลาใดๆ ในรอบปี อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพิจารณาตัดสินใจบริหารน้ำร่วมกันอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ การเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อ กฟผ. แต่ประการใด ทั้งนี้เนื่องจากในระบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบัน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำหนดให้ กฟผ.ได้รับอัตราค่าไฟฟ้าในรูปแบบ "ผลตอบแทนเงินลงทุน" (ROIC) จึงไม่มีแรงจูงใจให้ กฟผ.จะต้องเก็บกักน้ำไว้ในปริมาณมากๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ปัจจุบันการระบายน้ำจากเขื่อนจึงเป็นไปตามความจำเป็นทางด้านเกษตรกรรม การบรรเทาอุทกภัย และสาธารณูปโภคเป็นหลัก

5. ปัจจุบันเขื่อนลดปริมาณการปล่อยน้ำลงแล้ว แต่ทำไมน้ำยังท่วมอยู่

ปัจจุบัน(29 ต.ค. 54) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำออกรวมกันวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์เพียงประมาณ 610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นร้อยละ 16.7 ของมวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ราว 3,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ดังนั้นการระบายน้ำจากทั้งสองเขื่อนจึงไม่ใช่สาเหตุหลักของปัญหาน้ำท่วม ซึ่งน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์มาจากแม่น้ำหลัก 4 สาย คือ ปิง วัง ยม และน่าน ขณะที่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นอยู่เพียง 2 สาย คือ แม่น้ำปิงและน่าน ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจึงมาจากแม่น้ำยมและวัง รวมทั้งน้ำที่ค้างอยู่ตามทุ่งไหลลงมา ซึ่งมีปริมาณรวมถึงร้อยละ 83.3 ของน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลไปรวมกับมวลน้ำที่ยังค้างอยู่ตามไร่นา จากสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. ทำให้มวลน้ำที่หลากเข้าสู่กรุงเทพฯ ยังคงมีปริมาณมาก

นอกจากนี้แล้ว เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังช่วยเก็บกักน้ำปริมาณจำนวนมากไว้ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. เพื่อบรรเทาสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งแม้ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งสองเขื่อนมากถึง 10,940 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีการระบายน้ำออกรวมกันเพียง 4,915 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้เก็บกักน้ำไว้รวมทั้งสิ้น 6,025 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากปริมาณน้ำจำนวนนี้ไม่ได้ถูกเก็บกักไว้ในเขื่อนทั้งสอง จะส่งผลกระทบต่อภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น

อย่างไรก็ดี มวลน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนทั้งสองจะใช้เวลาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงไม่ส่งผลต่อมวลน้ำก้อนใหญ่ที่โอบล้อมกรุงเทพฯอยู่ขณะนี้ ประกอบกับน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบนก็กำลังมีปริมาณที่ลดลงเป็นลำดับ
_________________________________________

จากข่าวนี้ครับ
http://news.sanook.com/1068701/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C/

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:10 น.]



โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:13 น.] #1943399 (1/62)
จริงๆ ส่วนตัวเลยนะครับ คิดว่าเป็นเพราะการบริหารจัดการระบบน้ำที่ผิดพลาดของ องค์กรที่เกี่ยวข้อง
มากกว่าที่จะเป็นความผิดของรัฐบาลได รัฐบาลหนึ่ง ตั้งแต่กรมอุตุที่ไม่ชัวร์ กรมชลฯ การไฟฟ้าฝ่าย
ผลิต และอื่นๆ

โดยคุณ ลูกปู่ตาก (2K)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:15 น.] #1943403 (2/62)
ขอให้เป็นเช่นนั้นคับ ถ้ามาอีกรอบตายสนิทแน่นๆ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:24 น.] #1943418 (3/62)


(N)


เรามาดูกราฟ ตัวควบคุมระดับน้ำครับ
ในภาพแรกที่ผมขีดเส้นแดงเอาใว้

กับกราฟ ในภาพที่สองครับ คือที่อ้างอิงของ กฟฝ.

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:26 น.] #1943424 (4/62)
จริงๆแล้ว ข้อมูลของ กฟผ.ผมก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นะครับ มันเกิดขึ้นหลังจากกระแส "น้ำท่วม เพราะการเมือง"

มันเหมือน อาการขว้างงูไม่พ้นคอ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:31 น.] #1943430 (5/62)


(N)
อันนี้เป็นเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำของเขื่อสิริกิติ์

โดยคุณ รักเบ๊นซ์ (738)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:33 น.] #1943433 (6/62)

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:34 น.] #1943436 (7/62)
ดังนั้นถามว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลใหม่หรือไม่... ผมว่าคงไม่ใช่

แล้วเป็นการวางยาจากรัฐบาลเก่าหรือไม่... ผมก็ว่าไม่ใช่อีกแหละ...

แต่ผมว่าเป็นการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด จนนำเรามาสู่ในจุดนี้ในที่สุด

โดยคุณ bhichai (1.7K)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:40 น.] #1943441 (8/62)
+1 ครับ....


โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:49 น.] #1943447 (9/62)


(N)
จริงๆ ข้อมูลเรื่องการพร่องน้ำของ กฟผ.ที่นำออกมาตามสื่อต่างๆ ผมก็มองผ่านๆนะครับ
แต่ผมติดใจในคำถามเหล่านี้ ของ ดร.สมิทธ ต่างหาก
_________________________________________________

เขาว่า...ทำไม...ปล่อยน้ำไหลออกมา แล้วก็ปล่อยแบบไม่มีขั้นตอนการปล่อย อยากปล่อยก็ปล่อย ปล่อยพรวดเดียว 3 เขื่อนพร้อมๆ กัน

ขนาดปล่อยเขื่อนเดียวก็ตายแล้ว เขื่อนภูมิพลปล่อยทีเดียว 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน แค่เขื่อนเดียวเราระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มภาคกลาง จากแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน ระบายออก 500 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ปล่อยมาอย่างนี้ มันก็ท่วมระบายออกไม่ทัน...ยังมีเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสัก เขื่อนลำตะคอง พวกนี้ไม่ติดต่อประสานงานกันเลย...

โดยคุณ tagami (593)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:52 น.] #1943449 (10/62)
ข้อผิดพลาดเป็นบทเรียนอย่างดีในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดในอนาคต

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:52 น.] #1943450 (11/62)
เดี๋ยวมาต่อครับ ขอไปดื่มน้ำก่อน คุยเรื่องนี้ ค่อนข้างใช้เวลา ในเรื่องของข้อมูล

โดยคุณ lek_devils (645)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 20:57 น.] #1943452 (12/62)
ประเทศเราเค้าทำงานตามหน้าที่ตัวเอง ของเราเต็มเราปล่อย ดันมาปล่อยพร้อมกัน

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 21:59 น.] #1943561 (13/62)


(N)


การที่ผมบอกว่า ไม่น่าจะใช่การวางยาจากรัฐบาลเก่า และไม่น่าจะใช่การผิดพลาดของรัฐบาลใหม่ ก็เพราะ มันอยู่ในช่วงสูญญากาศทางการเมือง และรัฐธรรมนูญ มันก็กำกวม

ถ้าตามมาตรา 171 นายกจะสมบูรณ์ ก็คือวันที่รับพระบรมราชโองการ ถวายสัตย์ปฏิญาณ คือวันที่ 10
ส.ค. ฉนั้น ตั้งแต่วันยุบสภา วันเลือกตั้งมา นายอภิสิทธิ์ ยังเป็นนายกรักษาการอยู่ ตามรัฐธรรมนูญเลยครับ

ถ้าจะมองในมุมของรัฐบาลปัจจุบัน ก็อาจจะอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 176 ที่ประมาณว่า คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ซึ่งก็หมายความว่า จะมีอำนาจสั่งการได้ ก็ต่อเมื่อต้องแถลงนโยบายก่อนน่ะครับ
ซึ่งวันที่ 23-25 สิงหาคม เป็นวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เริ่มทำงานก็วันที่ 26 ส.ค.น่ะครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 21:59 น.] #1943562 (14/62)


(N)
เรามาดูภาพนี้กัน

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 22:15 น.] #1943594 (15/62)


(N)
ช่วงวันที่ 10 ส.ค. ที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ท่วมไปแล้ว 13 จังหวัด
และจากนั้นก็มีพายุเข้า คือ
พายุนกเตน(ก่อนถวายสัตย์ปฏิญาณ) 25 ก.ค.
พายุไห่ถาง 26 ก.ย.
พายุเนสาด 29 ก.ย.
พายุนาลแก 3 ต.ค.

แต่กับข่าวนี้เมื่อต้นปีครับ จากเวบนี้
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1271171
(ตามภาพครับ ที่ผมขีดเส้นแดงเอาใว้) เขาเตือนว่า มันจะแล้ง หรือฝนตก แต่น้ำไม่พอทำการเกษตร

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 22:20 น.] #1943611 (16/62)
นี่คือความล้มเหลวอีกอย่างของหย่วยงานที่มีงบพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่พยากรแบบผิดอย่างมาก

ถ้าพิดนิดหน่อย ไม่เป็นไร แต่นี่บอกจะแล้ง แต่มาแบบสามสี่ลูกติดๆ

ถามว่านายอภิสิทธิ์ และนางสาวยิงลักษณ์ รู้เรื่องน้ำใหม ผมว่าไม่รู้หรอกครับ หรืออาจจะรู้บ้าง

ฉนั้นจึงต้องอาศัยคนเหล่านี้ล่ะครับ เป็นแนวทางต่างๆ ในการวางแผน หรือแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 22:29 น.] #1943621 (17/62)
ซึ่งถ้าดูตามภาพกราฟด้านบน ของทั้งสองเขื่อน จะเห็นว่าปริมาณระดับน้ำ(เส้นแดง) พุ่งขึ้นตลอด
แต่การระบายออก กลับทำได้น้อย

ถ้าการพยากรของกรมอุตุฯ ใกล้เคียง และมีการระบายน้ำอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมรับน้ำใหม่
ก็คงจะไม่อยู่ในภาวะวิกฤติ จนต้องเร่งระบายสูงสุดถึง 100 ล.ลบม. แล้วเมื่อระบายออกมา รวมกับที่ท่วมอยู่แล้ว มันจึงเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้

_____________________________________________

นี่เป็นความคิด และความเชื่อของผม ผมไม่บอกว่าถูก หรือผิด
ถ้าท่านมีข้อมูลอีกด้าน นำมาแย้งกันได้ครับ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 22:38 น.] #1943631 (18/62)


(N)


ขอตำหนิคนนี้หน่อย นายเจ๊ะอามิง

“ เจ๊ะอามิง” หอบข้อมูลแฉรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารน้ำผิดพลาด กักน้ำจนเขื่อนวิกฤต

นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง รมช.มหาดไทยเงาพรรคประชาธิปัตย์ นำสถิติระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อให้เห็นว่าระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลยุคที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารงานสูงถึง 9 พันล้านลูกกบาศก์เมตรในวันที่ 3 สิงหาคม แต่ปล่อยให้น้ำสูงถึง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรจึงค่อยปล่อยน้ำออกมา แตกต่างจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่จะพร่องน้ำจากเขื่อนเมื่อระดับน้ำสูงไม่เกิน 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทำไมรัฐบาลชุดนี้กับปล่อยให้ระดับน้ำสูง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรค่อยปล่อยน้ำ ถือว่าเกินระดับที่เขื่อนจะรับไหว เท่ากับตั้งใจให้เกิดน้ำท่วมใช่หรือไม่

สิ่งที่พูดไม่ใช่การโยนความผิดไปมา เพราะข้อมูลนำมาจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ที่http//tiwrm.haii.or.th แต่ก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะปิดข้อมูลน้ำที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวหรือยัง

________________________________________________________________

วันที่ 3 ส.ค.น่ะ นายอภิสิทธิ์ยังรักษาการนายกอยู่เลย

นี่ก็รีบแสดงอาการร้อนรนจนเกินเหตุ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 22:40 น.] #1943635 (19/62)
ราตรีสวัสดิ์ครับทุกท่าน
พรุ่งนี้เจอกันใหม่ ถ้ากระทู้ยังอยู่

โดยคุณ what-is-it (1.3K)  [พ. 09 พ.ย. 2554 - 22:51 น.] #1943654 (20/62)
ชัดเจนดีมากครับอาจารย์.....แต่ไม่เข้าใจอยู่อย่างนึงครับ... ขยะเต็มบ้าน..สวะเต็มคลอง..หนองน้ำตื้นเขิน...ทั้งๆที่.ก.ท.ม.มีเวลาเป็นเดือนทำไมไม่ทำ...งบประมาณก็มากมายแต่เครื่องสูบน้ำทำไมไม่รู้จักหามาให้พอ...น้ำท่วมตั้งแต่ นครสวรรค์ไล่มาถึง อยุธยา เข้าปทุมธานี เข้ารังสิต กว่าจะถึงกรุงเทพชั้นใน ใช้เวลาเป็นเดือน..มัวทำอะไรอยู่...

โดยคุณ ปฏิพัทธ์2539 (1.4K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 05:54 น.] #1943747 (21/62)

โดยคุณ manoonsri (579)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 06:10 น.] #1943758 (22/62)
"........................"

โดยคุณ ผู้ใหญ่นก (47)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 07:15 น.] #1943788 (23/62)
พวกคุณๆท่านๆ(น่าจะเรียกว่า.มัน.มากกว่า)มัวแต่เล่นเกมส์การเมือง โทษกันไปโทษกันมา ผลที่ได้รับคือชาวบ้าน เดือดร้อนกันไปทั่ว แม่งๆๆๆๆๆๆๆ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 07:31 น.] #1943797 (24/62)
ถึงแม้จะกลุ้มใจเรื่องน้ำจะท่วมบ้านอยู่แล้ว แต่ใจผมกว้างพอที่จะเปิดรับฟังข้อมูล-ข้อคิดเห็นดีดีของทุกๆคนและทุกๆด้านครับ ... และจะไม่โทษว่าใครเป็นคนผิดครับ เพราะเหตุการณ์นี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ผู้ใดจะจัดการให้ถูกใจได้ครับ

โดยคุณ suriyan04 (3.8K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 08:14 น.] #1943827 (25/62)
ตามที่รู้มา ผู้บริหารจัดการน้ำ กักน้ำไว้ตอนต้น ไม่ยอมปล่อยออกมา เพราะชาวนามาร้องขอ ให้ชลอไว้ก่อน รอเก็บเกี่ยวได้แล้วค่อยปล่อย จึงอั้นไว้เรื่อย ๆ จนทนไมไหว เขื่อนจะระเบิดเพราะรับน้ำไว้เต็มที่แล้ว จึงปล่อยออกมาระลอกใหญ่ พร้อมกันทุก ๆ เขื่อน พื้นที่ใต้เขื่อนจึงรับกันเละแบบทุกวันนี้

และอีกอย่าง ผังเมืองที่กำหนดให้เป็นทางเดินของน้ำ ก็ไปอนุญาติให้สร้างบ้าน โรงงาน ชุมชน อื่น ๆ ขวางทางน้ำหมด แล้วจะมาบอกตอนนี้ว่าต่อไปจะไม่อนุญาตเด็ดขาด มันจะทันมั๊ยครับ ปีหน้าปีต่อ ๆ ไป ก็คงมาแบบนี้อีก เซ็งกับระบบครับ

โดยคุณ PRAPAS-JATUKARM (4.4K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 08:33 น.] #1943850 (26/62)
ทั้งหมดนั้นคือหลักการทำงานและวิชาการครับ แต่ที่ผู้มีอำนาจปฏิติและสั่งการคือตามนี้ครับ


โดยคุณ suriyan04 (3232) (223.27.233.*) [10 Nov 2011 08:14] #1943827 (25/25)

ตามที่รู้มา ผู้บริหารจัดการน้ำ กักน้ำไว้ตอนต้น ไม่ยอมปล่อยออกมา เพราะชาวนามาร้องขอ ให้ชลอไว้ก่อน รอเก็บเกี่ยวได้แล้วค่อยปล่อย จึงอั้นไว้เรื่อย ๆ จนทนไมไหว เขื่อนจะระเบิดเพราะรับน้ำไว้เต็มที่แล้ว จึงปล่อยออกมาระลอกใหญ่ พร้อมกันทุก ๆ เขื่อน พื้นที่ใต้เขื่อนจึงรับกันเละแบบทุกวันนี้

................... ตามนี้เป๊ะครับ นี่คือเรื่องจริงที่ท่านผู้มีอำนาจเลือกที่จะสั่งการ

................... หลักการทำงานและวิชาการมักจะสวยหรูเสมอครับ แต่จะปฏิบัติหรือเปล่าก้อมิได้นำพาครับ

โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค (457)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 08:35 น.] #1943852 (27/62)
ผมเห็นด้วยครับเป์นเรื่องของการจัดการน้ำในเขื่อน ถ้าเอาข้อมูลที่น้ำท่วมการเก็บกักการระบายน้ำ ปี 49 มาเทียบจะเห็นชัดว่าจัดการแย่มาก พอดี ข้อมูลตรงนี้ผมทำเตรียมไว้แล้ว อยู่ในคอมเครื่องเก่า ตอนนี้รื้อออกหนีน้ำ ในข้อมูลที่ผมทำเตรียมไว้ เห็นได้ชัดครับการจัดการที่แย่ ไม่มีวิสัยทรรศน์ในการจัดการ

รบกวนขอเอาข้อมูลกราฟพี่ละกัน ของเขื่อนภูมิพล ปีนี้ ผู้รับผิดชอบถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง ของปี 49 จะเห็นว่า ข้อมูลระดับน้ำในเขื่อน จะเท่ากับปีนี้ ทั้งๆๆที่ต้นปี ระดับน้ำจัดเก็บต่ำกว่าเยอะ (ต้องขอโทษด้วยครับข้อมูลที่ผมเตรียมไว้ อยู๋ในคอมเครื่องเก่า) นั้นคือ ปี 49 ระดับกักเก็บในเดือนตุลา จะสูงเท่าปีนี้ ในตอนต้นเดือน นั้นหมายความว่าอย่างไร อย่าไปโทษกรมอุตุเลยนะครับ ต้องโทษผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับกับกักเก็บน้ำปล่อยน้ำ ผู้บริหารที่ดีมีวิสัยทรรศน์ ดูกราฟประกอบ และเอาข้อมูลเกามาดู จะรู้ว่าต้องทำอย่างไร ในการจัดการslope กราฟการจัดเก็บ ถ้าทำตั้งแต่เดือนกันยา ความจำเป็นต้องปล่อยน้ำ วันละ ปริมาณมหาศาลในช่วงต้นเดือนตุลา คงไม่เกิด ปริมาณ มากขนาดไหน ผมเคยคำนวณไว้(ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีข้อมูลอยู่เครื่องเก่า) ให้นึกถึงปริมาณน้ำแม่ปิง อีกสาย เอามาเติมในเจ้าพระยา นะครับ หมายถึง มีน้ำมาเติม เจ้าพระยาเท่ากับแม่น้ำปิง เพิ่มมาอีกสาย เนี้ยเขือนเดียวยนะครับ ไม่นับสิริกิต และถ้าดูวันที่ โรจนะ พัง ไฮเทดพัง นวนครพังพวกนี้ ถ้าไล่ดูระยะเวลา เทียบกับการใช้เวลาเดินทางของปริมาณน้ำนี้ จะรู้เลยครับว่าสัมพันธ์กัน ถ้าการบริหารไม่ดูข้อมูล หรือ ฐานข้อมูลที่มีอยู่ ถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ ผมว่าจ้างยามไปเป็นผู้บริหารเรื่องนี้ก็ได้ครับ จริงจะโทษแต่ข้าราชการประจำคงไม่ถูก ต้องดูข้าราชการการเมืองด้วย แต่เดือนกันยาใครเป็นนายกหรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้นะครับ เขาไม่รับทราบเลยหรือว่าน้ำท่วมประเทศอยู่ คนทีรับผิดชอบควรจะเรียกข้อมูลตรงนี้มาดูด้วย

ส่วนเรื่อง กทม. ที่ไม่ขุดลอก ผมว่าอย่าว่าแต่กทม.เลยนะครับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า หรือ กรมชลประทาน ตอนที่น้ำยังไม่มา จนถึงก่อนที่เขื่อนศาลายาแตก 2 วัน ไม่มีหน่วยงานไหนมาเก็บผักตบเลยครับ ในคลองมหาสวัสดิ์ คลองนี้ขึ้นกับ กรมชลประทาน ส่วนกทมก็รู็อยู่แล้วอย่างไรต้องระบายน้ำตามคลอง น่าจะมีการขุดลอกหรือ ขยายคอขวดต่างๆๆ แต่ไม่ทำ ผมโทษทั้งหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดนะครับ ที่รับผิดชอบคลอง

เนี้ยนะครับแสดงให้เห็นการจัดการ ทั้งก่อนและการเตรียมตัวรับปัญหา ของภาครัฐทุกส่วน ไม่ว่าข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมือง

แต่ที่ขอชมข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลนครนครสวรรค์นะครับ นายกเทศมนตรี สู้ด้วยตัวเองโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง นอกจากกองทัพภาคที่3 ครับ และร่วมทั้งเทศบาลสิงหบุรี อ่างทอง ปากเกร็ดด้วยครับ

โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค (457)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 08:46 น.] #1943857 (28/62)


(N)
ที่สำคัญคือรัฐมนตรีเกษตร ทั้งสองรัฐบาล ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ คือคนเดียวกันครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรฯ

โดยคุณ S4110488 (334)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 10:19 น.] #1943916 (29/62)
โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค


ที่สำคัญคือรัฐมนตรีเกษตร ทั้งสองรัฐบาล ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ คือคนเดียวกันครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรฯ

รัฐมนตรี คนเดิม ข้อมูล เดิมต่อเนื่อง จะรัฐบาลไหนก็ไม่เกี่ยวแล้วละครับ


รัฐมนตรีทำไงไม่สั่ง หรือ สั่งไม่ได้ หรือ ใครสั่งรัฐมนตรีไว้ ฐานเสียงใคร คาดการณ์ผิดมั๊ย




สุดท้าย ชาวบ้านรับกรรม หาคนรับผิดชอบไม่เจอ มีแต่โยนกันไปมา

บ้างว่า คนเก่า บ้างว่า คนใหม่ แต่ใส้ในมันของเดิม แค่เปลี่ยน กรอบข้างนอกครับ



สู้ๆๆครับ พี่น้องชาวไทย

โดยคุณ S4110488 (334)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 10:19 น.] #1943917 (30/62)
โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค


ที่สำคัญคือรัฐมนตรีเกษตร ทั้งสองรัฐบาล ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ คือคนเดียวกันครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรฯ

รัฐมนตรี คนเดิม ข้อมูล เดิมต่อเนื่อง จะรัฐบาลไหนก็ไม่เกี่ยวแล้วละครับ


รัฐมนตรีทำไงไม่สั่ง หรือ สั่งไม่ได้ หรือ ใครสั่งรัฐมนตรีไว้ ฐานเสียงใคร คาดการณ์ผิดมั๊ย




สุดท้าย ชาวบ้านรับกรรม หาคนรับผิดชอบไม่เจอ มีแต่โยนกันไปมา

บ้างว่า คนเก่า บ้างว่า คนใหม่ แต่ใส้ในมันของเดิม แค่เปลี่ยน กรอบข้างนอกครับ



สู้ๆๆครับ พี่น้องชาวไทย

โดยคุณ wattana09 (601)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 10:52 น.] #1943949 (31/62)

โดยคุณ pipat_ch (3.6K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 11:09 น.] #1943964 (32/62)
ข้อมูลชัดเจนการบรหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด ที่สำคัญเอาบุคลากรที่ไม่ตรงกับสายงานมาทำงาน เรื่องนี้พวกญี่ปุ่นเขาก็รู้ดี

โดยคุณ PRAPAS-JATUKARM (4.4K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 12:36 น.] #1944023 (33/62)
อย่าเอาตำรามาสอนท่านรัฐมนตรีหรอกครับ อธิบดีกรมชลประทานสั่งให้ปล่อยน้ำในตอนแรกท่านรัฐมนตีก็บอกว่ายังไม่ต้องปล่อย ท่านอธิบดียืนยันว่าปล่อยท่านรัฐมนตรีก็บอกว่ากูสั่งว่าไม่ต้องปล่อย กูรับผิดชอบ....................... จึงมาเป็นทุกวันนี้แหละครับ เอวังด้วยประการละฉะนี้

โดยคุณ Chartoba (1K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 12:45 น.] #1944034 (34/62)
ไม่ได้รู้ดีอย่างเดียวครับท่าน ญี่ปุ่นคอมเพลน(complain)ไว้เยอะครับ

โดยคุณ _DomeO_ (3.2K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 15:18 น.] #1944220 (35/62)
ใช่ครับ กล่อมกันเข้าไป...........เช่น...โครงการประกันราคาข้าว.........คนญี่ปุ่นเขายังเข้าใจ........สุดท้ายย มันก็ออกมาอย่างที่เห็นใช่ไหม ??

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 19:45 น.] #1944482 (36/62)
โดยคุณ suriyan04
ตามที่รู้มา ผู้บริหารจัดการน้ำ กักน้ำไว้ตอนต้น ไม่ยอมปล่อยออกมา เพราะชาวนามาร้องขอ ให้ชลอไว้ก่อน รอเก็บเกี่ยวได้แล้วค่อยปล่อย จึงอั้นไว้เรื่อย ๆ จนทนไมไหว เขื่อนจะระเบิดเพราะรับน้ำไว้เต็มที่แล้ว จึงปล่อยออกมาระลอกใหญ่ พร้อมกันทุก ๆ เขื่อน พื้นที่ใต้เขื่อนจึงรับกันเละแบบทุกวันนี้

และอีกอย่าง ผังเมืองที่กำหนดให้เป็นทางเดินของน้ำ ก็ไปอนุญาติให้สร้างบ้าน โรงงาน ชุมชน อื่น ๆ ขวางทางน้ำหมด แล้วจะมาบอกตอนนี้ว่าต่อไปจะไม่อนุญาตเด็ดขาด มันจะทันมั๊ยครับ ปีหน้าปีต่อ ๆ ไป ก็คงมาแบบนี้อีก เซ็งกับระบบครับ
________________________________________________
อืม............ชอบครับ
จริงๆ มันก็น่าเห็นใจทุกฝ่ายนะครับ ชาวนาก็หวังว่า จะได้ข้าวมาจำนำ แต่บังเอิญ ด้วยจำนวนน้ำที่เยอะ มันจึงอั้นไม่ใหว ก็อาจจะเป็นได้ครับ

ผมอยากให้รัฐบาลคิดเรื่องนี้ให้มากๆ เรื่องทางผ่านของน้ำ เรื่องแก้มลิง เรื่องผังเมืองต่างๆ อาจจะแก้ทันทีไม่ได้ แต่ก็ต้องพยายามทำครับ

ส่วน กทม.ขอให้ยอมรับเถอะว่า นี่ก็ทางผ่านของน้ำ ฉนั้นเตรียมขุดลอกคูคลอง เตรียมพื้นที่รับน้ำ
เตรียมช่องทางที่จะระบายน้ำให้ลงทะเลโดยเร็ว

ปีหน้าถ้ามีน้ำมาอย่างนี้อีก เราจะได้ไม่ช้ำครับ เราเลี่ยงไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะรู้จักมัน เลือกที่จะผ่อนหนักผ่อนเบาได้ เลือกที่จะป้องกันไม่ให้เสียหายมาก แล้วเราก็ปรับปรุงระบบ ให้มันดีๆขึ้นไปได้

ส่วนนักวิชาการ ถ้าในเมืองไทย หาเอามาทำยาไม่ได้ อาจจะนำเข้ามาจาก เนเธอแลนด์ ก็ไม่แปลกครับ หรือจะจากจีน ที่เขามีประสพการณ์กันจนชินมากกว่าเรา

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 19:56 น.] #1944492 (37/62)
ผมเคยบอกในหลายๆความเห็น ในหลายกระทู้ว่า น้ำท่วมครั้งนี้ มันยาก น้ำมันมามากเกินกว่าจะรับใหว
ที่ผมหวัง และมองใว้ คือการเยียวยา และการบริหารหลังน้ำท่วมที่จะหนักหนา สาหัสไม่แพ้กัน อาจจะ
หนักหนากว่าน้ำท่วมด้วยซ้ำ
__________________________________________________

มาดูคณะทำงานด้านนี้ ของท่านนายกครับ

งานมหาหิน ที่หนักหนายิ่งกว่า น้ำท่วม กำลังคอยให้ นายกยิ่งลักษณ์ ทำงาน
ครั้งนี้ คือ เดิมพัน ของ ปชช ที่ยังเชื่อมั่นในตัว นายก ว่าจะ ทำงานเพื่อ คนไทย อย่าง อดทน และเสียสละ โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ อีกครั้ง

มี บุคคลระดับ มือดี มาช่วยงาน มหาหินครั้งนี้
คงเห็นแล้วว่า ถ้า ไม่มา เป็น ตัวช่วย บ้านเมืองจะถึงคราวเรือหาย
เพราะลำพัง แค่ นายก คนเดียวคงไม่สามารถ ทำงาน ให้ ประเทศ ฟื้นฟูได้

การขอความร่วมมือโดย นายก รมต เป็นผู้ประสานงาน จึงถือเป็นภาระกิจ ที่นายก ยิ่งลักษณ์ จะใช้ ความโดดเด่นในตัวเธอ ออกมาเพื่อผลักดัน งานฟื้นฟูชาติ ให้สัมฤทธิ์ผล

ครม.ตั้ง"ดร.โกร่ง" คุมยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ


นายกรัฐมนตรีลงนามตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ ให้ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานกรรมการ...

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. โดยเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันนี้ ทั้งนี้โดยอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีข้อที่ 3 กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2554 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการทั้งสิ้น 15 คน ดังนี้คือ


1.นายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานกรรมการ
2.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี
3.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองประธานกรรมการ

ทั้งนี้ กรรมการประกอบด้วย
4.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง
5.นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์
6.นายกิจจา ผลภาษี
7.นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
8.นายวิษณุ เครืองาม
9.นายศุภวุฒิ สายเชื้อ
10.เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
11.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
12.ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
13.ประธานสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย
14.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
15.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ


ไทยรัฐออนไลน์
•โดย ทีมข่าวการเมือง
𔅜 พฤศจิกายน 2554, 14:19 น.

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 20:03 น.] #1944506 (38/62)
ดูตามรายชื่อข้างบนแล้ว ผมว่า หวังได้นะ

โดยคุณ PRAPAS-JATUKARM (4.4K)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 20:27 น.] #1944528 (39/62)
ลงที่............กทม. จบข่าว

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 21:24 น.] #1944649 (40/62)


(N)
โดยคุณ PRAPAS-JATUKARM
ลงที่............กทม. จบข่าว
_______________________

ผมไม่รู้ว่าพี่หมายถึงอะไร...........
คำว่าลงที่ กทม. ถ้าหมายถึงน้ำที่ ยังงัยก็ต้องผ่าน กทม. อันนี้จริงครับ

ส่วนถ้าหมายถึง ผมโทษ กทม. เห็นทีจะไม่ใช่นะครับ ผมไม่ได้โทษ
ท่านผู้ว่าเลย ไม่โทษใครเลย นอกจากระบบ การจัดการที่มันไม่เวิร์ค
ของประเทศเรา

ที่ผมบอกมาน่ะ คือหมายถึงให้ทุกฝ่ายเตรียมการน่ะครับ ทั้งรัฐบาล และ กทม.

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 21:31 น.] #1944659 (41/62)


(N)
สวัสดีครับ คุณอา ใช่ครับ น้ำมันมากจริงๆ ยากที่จะรับมือใหวครับ และผมไม่โทษใคร นอกจากระบบต่างๆ ในบ้่านเราที่มันไม่เวิร์คเท่าที่ควร ทั้งอุตุ เขื่อน ผังเมือง ฯลฯ

ผมว่าความล้มเหลวคราวนี้ เราสมควรรู้ และเท่าทันมันนะครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 21:40 น.] #1944671 (42/62)


(N)
ครับ......ในกระทู้นี้ ผมคิดว่า การที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งนี้ เกิดจากระบบการบริหาร จัดการน้ำ
ที่ผิดพลาดมาทุกยุค ทุกสมัย

หาได้เกิดจากการวางยาของรัฐบาลเก่า และหาได้เกิดจากการกระทำของรัฐบาลใหม่

ผมจึงหาข้อมูล-ข่าว-หลักฐานต่างๆ เพื่อมาสนับสนุนความคิดของผม

ส่วนของท่าน ผมสนับสนุน และหวังว่า จะได้เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ค้นหาความจริงให้ได้
ผมอยากทราบความจริง คนเดือดร้อนกันทั้งประเทศ อย่าปล่อยให้ลอยนวลครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 21:58 น.] #1944694 (43/62)


(N)
อันนี้ น่าสนใจครับ เดี๋ยวผมขอเวลา รื้อข้อมูลก่อน
เรื่องกราฟต่างๆนี่ และข้อมูลประกอบต่างๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาตอบครับ
กระทู้นี้ ไม่ทิ้งแน่นอนครับ สัญญา...........

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 22:33 น.] #1944737 (44/62)


(N)
ความจริงก็คือดูแค่ระดับน้ำไม่ได้ครับ...

ต้องดูปริมาณน้ำเข้า ปริมาณน้ำออก ด้วย...

ปี 49 น้ำเข้าเท่าไหร่-ออกเท่าไหร่ ปี 50 เข้าเท่าไหร่-ออกเท่าไหร่ ว่าปล่อยเท่าไหร่ ถึงจะทัน

จริงๆแล้วการพร่องน้ำ ผมว่ามันต้องทำล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆครับ ไม่ใช่พร่องเดือนเดียวแล้วจะลดได้ครับ ไม่ทันหรอก...


เห็นพี่พูดถึงกราฟเทียบปี 49 กับ 54 ผมเดาว่าน่าจะเป็นกราฟนี่นะ.............

โดยคุณ panyasuparat (396)  [พฤ. 10 พ.ย. 2554 - 22:40 น.] #1944741 (45/62)


(N)
จะเห็นว่าต้นปี 54 เก็บน้ำน้อยกว่าก็จริง แต่... พอถึงเดือน พ.ค. ก็เริ่มมีการหยุดการปล่อยน้ำ เริ่มกักเก็บน้ำไว้มากขึ้นเรื่อยๆ จนไล่มาเท่ากันที่เดือนสิงหา ( ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนจริง พายุ มรสุมเริ่มเข้าเยอะ )

สุดท้ายก็ท่วมเละเทะเหมือนกันอยู่ดี ( จริงๆปี 54 ท่วมเละกว่าด้วย )

ดังนั้นจะอ้างว่าต้นปีพร่องน้ำไว้เยอะเพื่ออะไรครับ ??? ไม่มีประโยชน์อยู่ดี เพราะพอกลางปีคุณก็เริ่มกักน้ำไว้เยอะ จนมากเท่าปีหน้าท่วมตอนต้นหน้ามรสุมอยู่ดี ( การกักน้ำเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอะไรนะครับ )


อันนี้เป็นกราฟการพร่องน้ำสะสมครับ

___________________________________________________
จะเห็นได้ว่าปี 2554 เป็นปีที่มีการพร่องน้ำช่วงกลางปีน้อยที่สุดในรอบเป็นสิบปี

สุดท้ายเมื่อถึงเดือนสิงหา ปีนี้ก็กลายเป็นปีที่พร่องน้ำสะสมน้อยที่สุด ตามเส้นสีแดง ดังนั้นไอ้ที่อ้างว่าพร่องเยอะๆตอนต้นปีมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะครับ

โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค (457)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 03:44 น.] #1944835 (46/62)
ความจริงก็คือดูแค่ระดับน้ำไม่ได้ครับ...

ต้องดูปริมาณน้ำเข้า ปริมาณน้ำออก ด้วย...



ผมขอขยายความเพิ่มเติมนะ

ครับ นั้นคือ ปริมาณน้ำในอ่าง = ปริมาณน้ำเข้า - ด้วยปริมาณน้ำออก

และอัตราการเปลี่ยนแปลงระดับปริมาณน้ำในอ่าง นั้นก็ คือ slope ในกราฟครับ

ซึ่ง ผมก็ได้บอกไว้ชัดเจนแล้วว่า ในกระทู้ดังกล่าว แสดงถึงการจัดการน้ำ ผมว่า ถ้าจัดการดีๆๆนะครับ เดือนเดียวก็พอ ถ้าเดือนเดียวไม่พอ ทำไมเขาจัดการน้ำ แค่ 1/2 เดือน ที่เร่งปล่อยในเดือนตุลา ต้นเดือนครับ ถ้าอย่างนั้นเท่ากับว่า การจัดการน้ำห่วยสุดครับ จริงไหม ถ้าเดือนเดียวไม่พอจัดการน้ำ แต่กลับมาจัดการน้ำ แค่ 1/2 เดือน (ที่เร่ง ปล่อย ออกมาต่อวัน เท่ากับ ยกแม่น้ำปิง มาอีกสาย)

ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ ผู้บริหารที่ดี มีวิศัยทรรศน์ ที่สำคัญทำเพื่อคนส่วนใหญ่ เขาจะรู้ นอกจาก คนนัีนไม่ใช่ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จ้างยามมาเป็นดีกว่า ครับ ทำงานเท่ากัน ไม่ปฏิบัติการ ตัดสินใจบนฐานข้อมูล

ครับ การเก็บน้ำ เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่แล้ว(เอาเวลาเป็นหลัก) สมมุติว่าจริงอย่างที่คุณว่า แต่ แสดงถึงอะไร การจัดการข้อมูล การจัดการ ที่ห่วยครับ คนที่ทำงานโดยคาดการณ์สถานการณ์ ล่วงหน้า 7-8 เดือน กับคนที่ทำงานจัดการ โดยคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า 1-2 เดือน ใคร น่าจะผิดพลาดน้อยกว่ากันนะครับ ที่สำคัญคือ รัฐมนตรีเกษตร คนเดียวกันกับรัฐบาลชุดนี้นะครับ คนไม่มีใครโง่พอที่จะวางยาตัวเองหรอกนะครับ นอกจากผู้บริหารที่ไม่ได้เรื่อง ไม่รู้ว่าตนทำอะไรลงไป

โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค (457)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 03:53 น.] #1944836 (47/62)
และที่สำคัญถ้าอ้างตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 วรรคสอง (จากของพี่นะครับ)

ก่อน แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยใหเนิ่นช้าไป จะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่ จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้


นั้นหมายถึงอะไร บางระกำโมเดล ยังประกาศกลางเดือนสิงหาเลยนะครับ ก่อนแถลงนโยบาย (อันนี้ผมยกกรณีเกี่ยวกับน้ำท่วมนะครับ ยังมีอีกหลายกรณีที่รัฐบาลชุดนี้ทำก่อนแถลงนโยบายเสียอีก ไม่อยากแตกประเด็นเพิ่ม เราถกเฉพาะกรณีน้ำท่วม) แสดงว่ารัฐบาลนี้รับรู้แล้วว่าน้ำท่วม ประเทศ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขาดวิศัยทรรศน์ในการทำงาน ของผู้บริหาร อย่างนี้ก็เท่ากับว่าความผิดก็ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ แน่นอนตัดไปได้เลย นอกจากจะเป็นแพะ เพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ แล้วรัฐมนตรีเกษตรก็เป็นคนเดียวกัน กับรัฐบาลชุดก่อน จะอ้างว่า ข้อมูลคนละข้อมูล ไม่ต่อเนื่อง รัฐบาลชุดที่แล้ววางยา ผมว่าตรรกะนี้แปลกนะครับ

โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค (457)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 05:42 น.] #1944856 (48/62)
รัฐบาลชุดที่แล้ววางยา ผมว่าตรรกะนี้แปลกนะครับ

ขอแก้ไขเป็น

รัฐบาลชุดที่แล้ววางยา หรือว่าเป็นความผิดรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมว่าตรรกะแบบนี้แปลกนะครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 12:03 น.] #1945146 (49/62)


(N)
.

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 12:07 น.] #1945155 (50/62)
จากภาพด้านบน แสดงถึงข้อมูล น้ำเข้า และปล่อยออก ของเขื่อนภูมิพล

ที่ระดับ ๑๐,๐๐๐ ล.บ.เมตรนั้น ตรงกับวันที่ ๒๖ ส.ค. ๒๕๕๔ ตามรูปประกอบ

จะเห็นปริมาณน้ำมากเป็นภูเขาเลากาหลังจากวันที่ ๒๖ ก็คือน้ำที่เป็นผลมาจากพายุหลายลูกติดๆกัน ซึ่งปริมาณน้ำในเขื่อนเดิมที่มากอยู่แล้วมันก็มากจนบริหารจัดการได้ยาก

น้ำไม่ใช่พึ่งจะมาแต่แสดงแนวโน้มมาตั้งแต่แรกแล้ว ช่วงที่รัฐบาลใหม่เข้ามาประเทศไทยก็รับน้ำไปเต็มๆจากพายุสองลูกแรก รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มิได้รับการดูแลมาตั้งแต่ต้น

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 12:22 น.] #1945181 (51/62)


(N)


จากข้อมูลของพี่เด็กตลาดช่องแค ที่ผมขีดเส้นแดงเอาใว้ ผมก็ยังยืนยันว่า การที่จะระบายน้ำ ให้ได้รับผลกระทบน้อยนั้น ต้องระบายออกล่วงหน้าครับ จะมาเร่งปล่อยเดือนนึงหรือครึ่งเดือนนั้น ก็เป็นอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ล่ะครับ

ที่ว่าเร่งปล่อยในต้นเดือนตุลาคมนั้น เพราะปริมาณน้ำที่เข้ามานั้น มันมาก(สังเกตุความชันของกราฟในช่วงนั้น) เพราะพายุมันเข้าหลายลูก ทำให้เขื่อนจำต้องเร่งปล่อยครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 12:29 น.] #1945187 (52/62)


(N)
โดยคุณ เด็กตลาดช่องแค
รัฐบาลชุดที่แล้ววางยา ผมว่าตรรกะนี้แปลกนะครับ

ขอแก้ไขเป็น

รัฐบาลชุดที่แล้ววางยา หรือว่าเป็นความผิดรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมว่าตรรกะแบบนี้แปลกนะครับ
___________________________________________________________________

ส่วนความเห็นนี้ของพี่ ผมว่าผมออกตัวไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ว่าผมไม่โทษรัฐบาลเก่า หรือใหม่

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:21 น.] #1945236 (53/62)
นี่อีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ ผมนำเอามาวางใว้ ให้ชมก่อนนะครับ
______________________________________________

บางกอกบัณฑิต (Bangkok Pundit) บล็อกเกอร์ด้านการเมืองไทย นำเสนอบทวิเคราะห์ปริมาณน้ำเข้า-ออกในเขื่อนภูมิพล ในเว็บไซต์

http://asiancorrespondent.com/68854/bhum...-capaicty/

โดยประมวลข้อมูลจากน้ำในเขื่อนภูมิพล 6 ปีย้อนหลัง และพล็อตกราฟเพื่อเปรียบเทียบและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม
ได้อย่างน่าสนใจ ประชาไท จึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและนำเสนอ ดังนี้
_____________________________________________________

เขื่อนภูมิพล: น้ำเข้า-ออก และความจุเขื่อน

ผู้เขียนได้ตามหาตัวเลขต่างๆเกี่ยวกับเขื่อนภูมิพลในรูปแบบที่อ่านเข้าใจง่ายและสามารถเทียบกับตัวเลขของปีอื่นๆในตัวด้วยเรียบร้อยแล้ว
ในบทความนี้เราจะพิจารณา 3 กราฟพร้อมๆ กันไป คือ
กราฟที่ 1 ปริมาตรน้ำที่เก็บกักในเขื่อนภูมิพล
กราฟที่ 2 คือปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมในเขื่อนภูมิพลของแต่ละปีตั้งแต่ปี 2548-2554
และสุดท้าย กราฟที่ 3 คือปริมาณน้ำระบายสะสมในแต่ละปีของเขื่อนภูมิพลตั้งแต่ปี 2548-2554

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:23 น.] #1945239 (54/62)


(N)
กราฟที่ 1 ปริมาตรน้ำที่กักเก็บในเขื่อนภูมิพล ระหว่างปี 2548-2554

ที่มา: กรมชลประทาน

เมื่อลองคลิ๊กที่เพจนี้ดูจะมีกราฟฟิกที่น่าสนใจมากให้ชม และเมื่อเอาเมาส์ไปวางบนเส้นในกราฟนั้น จะแสดงผลปริมาณน้ำ
ที่กักเก็บในเขื่อนของวันนั้นๆด้วย

หมายเหตุ: แกนกราฟแนวตั้งทางซ้ายมือแสดงตัวเลขหน่วยเป็น ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ผู้เขียนเขียนไว้ว่า normal คือระดับความจุเต็มที่ของเขื่อน

บางกอกบัณฑิต: ว่ากันจริงๆแล้วตอนช่วงต้นปีไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นมาก แต่สังเกตว่าพอถึงเดือนมีนาคม 2554 แทนที่น้ำจะลดลงเพราะเขื่อนปล่อยน้ำ
ตามตัวเลขในปีก่อนๆหน้า ปริมาณน้ำกลับยังคงเดิมเป็นแนวราบในกราฟ จนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคมก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:25 น.] #1945245 (55/62)


(N)
กราฟที่ 2 ปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมในเขื่อนภูมิพลของแต่ละปี ระหว่างปี 2548-2554

ที่มา: สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
แต่ในเว็บไซต์ระบุไว้ว่าได้ข้อมูลมาจากกรมชลประทานอีกต่อหนึ่ง

หมายเหตุ: แกนกราฟแนวตั้งทางซ้ายมือแสดงตัวเลขหน่วยเป็น ล้านลูกบาศก์เมตร แกนแนวนอนคือวันที่ โดยแสดงวันที่ทุกๆ 26 วัน
(ไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนั้น!) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม ข้อมูลแบบเต็มสามารถดูได้เฉพาะ 7 ปีที่ผ่านนี้เท่านั้น

บางกอกบัณฑิต: ปี 2554 เป็นปีที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บกักน้ำของเขื่อนมากที่สุด เห็นได้จากในกราฟอย่างชัดเจนเลยว่า
ปี 2554 นี้มีปริมาณน้ำไหลเข้าในเชื่อนเป็นจำนวนถึง 2 เท่าของปริมาณน้ำปกติในปีอื่นๆ (2548, 2549-2552)
น้ำในเขื่อนของปี 2554 เริ่มมีจำนวนมากกว่าปีอื่นๆ
เมื่อประมาณวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่เราเห็นได้ว่าเส้นกราฟของปีนี้นั้นพุ่งขึ้นเร็วกว่าเส้นกราฟของปีอื่นๆตั้งแต่ตอนต้นปีเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี ต้องพึงสังเกตด้วยว่าแม้แต่ในปีที่แห้งแล้งที่สุด (2553)ก็ยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเป็นปริมาณถึง 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร
หมายความว่าแม้แต่ในปีที่น้ำน้อย ก็ยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเยอะอยู่ดี ในวันที่ 1 สิงหาคม (อันเป็นจุดที่กราฟของปีนี้เริ่มพุ่งทะยานขึ้น)
น้ำในเขื่อนเพิ่มจาก 3.353 พันล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 11.689 พันล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 1 พฤศจิกายน เท่ากับ 8.336
พันล้านลูกบาศก์เมตรในเวลาเพียง 3 เดือน หรือคือ 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

หมายเหตุ: มีความล่าช้าอยู่บ้างจากวันที่มีฝนตกจนถึงวันที่น้ำไหลเข้าเขื่อน ดังนั้น ไม่ได้แปลว่าจู่ๆมีฝนตกในเดือนมิถุนายน
แต่สังเกตดูว่าหน้าฝนเริ่นต้นขึ้นค่อนข้างเร็ว คือเริ่มในเดือนมีนาคม ดูโพสต์นี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนที่ตกในภาคอีสาน

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:31 น.] #1945254 (56/62)


(N)
กราฟที่ 3 ปริมาณน้ำระบายสะสมในแต่ละปีของเขื่อนภูมิพล ระหว่างปี 2548-2554

ที่มา: สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
แต่ในเว็บไซต์ระบุว่าได้ข้อมูลมาจากกรมชลประทานอีกต่อหนึ่ง

หมายเหตุ: แกนกราฟแนวตั้งทางซ้ายมือแสดงตัวเลขหน่วยเป็น ล้านลูกบาศก์เมตร แกนแนวนอนคือวันที่ โดยแสดงวันที่ทุกๆ 25 วัน
(ไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนั้น!) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม ข้อมูลแบบเต็มสามารถดูได้เฉพาะ 7 ปีที่ผ่านนี้เท่านั้น

บางกอกบัณฑิต: โปรดสังเกตดูว่ามีการระบายน้ำในระยะแรกน้อยเพียงใด ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 มีการระบายน้ำไปเพียง 1.545 พันล้าน
ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น (ดูตรงเส้น 1500 ในกราฟ) ซึ่งเป็นจุดที่ปริมาณการระบายน้ำเริ่มเปลี่ยนไปจากปริมาณเฉลี่ยที่ระบายออกในปีอื่นๆ
หลังจากนั้น เมื่อถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ปริมาณน้ำที่ระบายออกทั้งหมดคือ 2.5 พันล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น และกราฟก็เป็นแนวราบ
ไปเลยหากเทียบกับค่าเฉลี่ยของปีอื่นๆ โดยในปี 2550-2553 มีการระบายน้ำออกถึง 3 พันล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อถึงต้น/กลางเดือนเมษายน
แต่ในปี 2554 นั้น กว่าจะระบายได้ 3 พันล้านลูกบาศก์เมตรก็ปาเข้าไปตั้งวันที่ 16 สิงหาคม

ตามจริงแล้ว เมื่อถึงวันที่ 2 สิงหาคม ? เมื่อมีการระบายน้ำไปแล้ว2.838 พันล้านลูกบาศก์เมตร ? ปริมาณน้ำที่ระบายออกทั้งหมดที่ผ่านมา
ของปี 2554 ก็ยังน้อยกว่าทั้งปี 2548 อยู่ดี และถือว่าเป็นปริมาณการระบายน้ำที่น้อยที่สุดในรอบ 7 ปีที่บันทึกไว้เลยด้วยซ้ำ
ทั้งที่ปี 2554 เป็นปีที่มีน้ำเก็บกักในเขื่อนเยอะที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาอีกต่างหาก การระบายน้ำเพิ่งจะมาระบายจริงจังกันหลังจากวันที่ 2 สิงหาคม
ซึ่งก็คงเป็นความพยายามที่จะไม่ให้น้ำล้นปริมาตรสูงสุด 100% ของเขื่อนนั่นเอง

ดังนั้น ปัญหาก็คือแบบที่ ดร. สมิทธ ได้กล่าวไว้แล้วว่า ไม่มีการระบายน้ำที่เพียงพอในระยะต้นของหน้าฝนที่ผ่านมา
โดยเฉพาะในช่วง มีนาคม-กรกฎาคม ก่อนที่อุทกภัยจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อวานนี้ ผู้ว่าการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ให้สัมภาษณ์อธิบายไว้ใน
บางกอกโพสต์ ว่า

ช่วงเวลาที่วิกฤติจริงคือเดือนกรกฎาคม หรือเมื่อระดับน้ำเริ่มที่จะสูงขึ้นมากๆ ในขณะที่ความสนใจของประเทศกับฝ่ายราชการไปอยู่กับการเลือกตั้ง
และการตั้งรัฐบาลเพื่อไทยกันหมด แต่นายสุทัศน์กล่าวว่า จะไม่เป็นธรรมนักหากจะลากเอาหน่วยงานของเขาเข้ามาเกลือกกลั้ว
ในการสาดโคลนทางการเมืองกันว่า เป็นต้นเหตุของน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ โดยนายสุทัศน์ชี้ว่าสาเหตุมาจากฝนที่ตกหนักเกินปกติในปีนี้ต่างหาก

?ประเทศนี้กำลังอยู่ในระหว่างวิกฤติภัยธรรมชาติ แทนที่เราจะมาใส่ร้ายกัน เรามาช่วยกันร่วมมือแก้ไขปัญหาดีกว่า? นายสุทัศน์กล่าว

นายสุทัศน์กล่าวด้วยว่า ที่พูดๆ กันทั่วเมืองว่าน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนทางตอนเหนือทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น ผิดถนัด
เขายืนยันว่าความจริงคือตรงข้ามกันเลยต่างหาก ถ้าหากไม่มีเขื่อนใหญ่ทั้งสองเขื่อน ที่ลุ่มภาคกลางก็จะถูกน้ำท่วมถึง 30 พันล้านลูกบาศก์เมตร
เรียบร้อยแล้ว หรือเท่ากับสองหรือสามเท่าของปริมาณน้ำที่ท่วมอยู่ทุกวันนี้

กรมชลประทานยังให้ข้อมูลด้วยว่า ในรอบ 10 เดือนของปีนี้เขื่อนภูมิพลได้สะสมน้ำมาทั้งหมด 11.488 พันล้านลูกบาศก์เมตร
และระบายออกไป 4.085 ล้านลูกบาศก์เมตร

[บางกอกบัณฑิต: ไม่จริง มีการระบายน้ำออกไป 6.163 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่างหาก ดูที่นี่สำหรับหลักฐาน]

เขื่อนสิริกิติ์ สะสมน้ำมาทั้งหมด 10.3 พันล้านลูกบาศก์เมตร และระบายออก 6.573 พันล้านลูกบาศก์เมตร
ที่ลุ่มภาคกลางในขณะนี้ถูกท่วมจากน้ำที่เอ่อล้นมาจากแม่น้ำ 5 สาย คือ ปิง วัง ยม เจ้าพระยา และ สะแกกรัง

เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิตเป็นแหล่งจ่ายน้ำสำหรับทำการชลประทานให้แก่จังหวัดภาคกลางถึง 20% ทั้งสองเชื่อนมีน้ำอยู่ในเขื่อนน้อยมาก
หรือเพียง 45-50% ของความจุเต็มที่เท่านั้น ตั้งแต่ปลายปี 2553 จนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องด้วยจากภัยแล้ง

เมื่อพายุโซนร้อนไหหม่าพัดเข้าถล่มในเดือนมิถุนายนนั้น แม่น้ำสายต่างๆในประเทศ รวมทั้งสะแกกรัง ยม และวัง
ต่างก็มีระดับน้ำเอ่อล้นจนทะลักตลิ่ง และเกิดเป็นอุทกภัยในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร และนครสวรรค์

ทั้งเขื่อนภูมิพลที่มีความจุ 13.46 พันล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนสิริกิตที่มีความจุ 9.51 พันล้านลูกบาศก์เมตร
ต่างก็หยุดการระบายน้ำออกในช่วงเวลานี้

ตั้งแต่สิ้นเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนที่แล้ว มีพายุลูกใหญ่ๆพัดเข้าประเทศไทยอีกถึง 4 ลูก ส่งผลให้เขื่อนเกือบทุกแห่งในประเทศ
เต็มความจุ รวมทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิตด้วย

กฟผ. ต้องจำใจเปิดประตูระบายน้ำ (สปิลเวย์) ของเขื่อนสิริกิตตั้งแต่สิ้นเดือนสิงหาคมจนถึงต้นเดือนกันยายน ในขณะที่เขื่อนภูมิพล
ต้องเปิดประตูระบายน้ำเมื่อเดือนที่แล้ว

?ในช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยปกติจะโดนพายุใหญ่เข้า 2 หรือ 3 ลูกต่อปี? นายสุทัศนน์ชี้แจง ?แต่ปีนี้ เราโดนถึง 5 ลูก ทำให้
ไม่มีเวลาพอที่จะให้น้ำไหลไปลงอ่าวไทยได้ทัน?

บางกอกบัณฑิต: เห็นการใช้ตรรกะวิบัติไหม? เราไม่ได้วิจารณ์เลยว่าปัญหาคือเรา ?มี? เขื่อน แต่วิจารณ์ว่า
น่าจะระบายน้ำได้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้ต่างหาก คนที่อ่านคำสัมภาษณ์ของนายสุทัศน์คงต้องงงเป็นไก่ตาแตกเป็นแน่
เมื่ออ่านถึงตอนที่นายสุทัศน์บอกว่า
?ที่พูดๆกันทั่วเมืองว่าน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนทางตอนเหนือทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น ผิดถนัด?
เพราะว่า ถ้านายสุทัศน์พูดแบบนี้ แสดงว่าการระบายน้ำจากเขื่อนไม่ได้ส่งผลให้มีน้ำท่วมมากขึ้นเลยหรือ?
การปล่อยน้ำลงมาไม่ได้เพิ่มระดับน้ำท่วมหรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมเลยจริงหรือ?

โอเค ข้ออ้างที่ว่ามีพายุโซนร้อนไหหม่าพัดเข้าประเทศไทยเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2554 ทำให้ไม่สามารถปล่อยน้ำได้เพราะถ้าปล่อยน้ำ
ไปอาจจะเสี่ยงให้น้ำท่วมทวีความรุนแรงเข้าไปอีกน่ะ พอฟังขึ้นได้แน่นอน แต่ข้ออ้างดังกล่าว มันขัดกับข้ออ้างที่ว่า การระบายน้ำไม่ได้ส่งผลต่อ
น้ำท่วมใดๆเลยมิใช่หรือ??? อย่างไรก็ตาม หากดูจากปริมาณน้ำที่ระบายออกในปี 2554 นี้ ไม่ได้มีแค่เดือนมิถุนายนเท่านั้นที่ปล่อยน้ำน้อยเกินไป
เดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2554 ก็ยังระบายน้ำได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของที่ปกติระบายกันในปีก่อนๆ ผู้เขียนเข้าใจว่าคงมีปัจจัยอื่นๆด้วย
และปริมาณน้ำฝนจากภาคเหนือสูงเป็นพิเศษจากเดือนมีนาคมเป็นต้นมาแต่การปล่อยน้ำเพียงน้อยนิดเช่นนี้
มีแต่จะทวีความรุนแรงของอุทกภัยเท่านั้นเอง

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:34 น.] #1945259 (57/62)


(N)
อันนี้ของเขื่อนสิริกิติ์ครับ
_________________

กราฟที่ 1 ปริมาตรน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนสิริกิติ์ระหว่างปี 2548-2554

จากนั้น บางกอกบัณฑิต ได้โพสต์ข้อสังเกตเกี่ยวกับปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ ดังนี้....

โพสต์ก่อนหน้านี้ ได้วิเคราะห์ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลไปแล้ว แต่ในโพสต์นี้ จะพิจารณาถึงเขื่อนหลักๆ อีกเขื่อนหนึ่งนั่นคือเขื่อนสิริกิติ์
โดยมีสามกราฟที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์พร้อมกัน ประกอบไปด้วย
1. ปริมาตรน้ำที่ถูกเก็บกักอยู่ในเขื่อนสิริกิติ์
2. ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างสะสมลงเขื่อนสิริกิติ์ในแต่ละปี ระหว่างปี 2548-2554
และ 3. ปริมาณที่ถูกระบายออกสะสมจากเขื่อนสิริกิติ์ในแต่ละปี ระหว่างปี 2548-2554

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:36 น.] #1945265 (58/62)


(N)
กราฟที่ 2 ปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมในเขื่อนสิริกิติ์ของแต่ละปี ระหว่างปี 2548-2554

ที่มาของข้อมูล: สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(หน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
แต่ก็ได้ระบุไว้ว่าข้อมูลตัวเลขที่ได้มาจากกรมชลประทาน

หมายเหตุ: แกนแนวตั้งมีหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร แกนแนวนอนเป็นวันที่ มีรอบทุกๆ 26 วัน (ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม) และเริ่มจากเดือนมกราคม
ไปจนถึงเดือนธันวาคม ข้อมูลเต็มๆ มีเฉพาะ 7 ปีนี้เท่านั้น

บางกอกบัณฑิต: ปี 2554 เป็นปีที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดที่ไหลเข้าสูอ่างเก็บน้ำ โดยน้ำที่ไหลเข้ามาในเวลาเดียวกันของปี 2554 คิดเป็น 2 เท่า
ของปริมาณน้ำที่เคยมีมา 6 ทั้งปีก่อนหน้า และเมื่อปลายเดือนมิถุนายนก็ปรากฎปริมาณน้ำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน
และเมื่อถึงปลายเดือนมิถุนายนนั้นเอง ปริมาณน้ำก็เริ่มพิสดารขึ้น น้ำในเขื่อนยังเพิ่มสูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ และเพิ่งมาในตอนนี้เองที่ระดับน้ำ
จะดูคงที่มากขึ้น

หมายเหตุ: มันมีความเหลื่อมกันอยู่บ้างระหว่างวันที่ฝนตก และวันที่น้ำไหลเข้าสู่เขื่อน ดังนั้น มันจึงไม่ได้หมายความว่าฝนเริ่มตก
ในเดือนมิถุนายนโดยทันที ถึงแม้ว่ามันจะมีพายุโซนร้อนในปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งสามารถอธิบายสาหตุถึงปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่เขื่อนในช่วงนี้
แต่คุณจะเห็นด้วยว่า ฤดูฝนได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ตามโพสต์นี้ ที่ว่าด้วยปริมาณน้ำฝนในภาคเหนือ

ที่มาของข้อมูล: กรมชลประทาน ? เมื่อคุณคลิกเข้าไปดูในหน้าเพจ จะมีกราฟิกที่น่าสนใจอยู่ และเมื่อคุณเอาเมาส์ไปวางเหนือเส้นบนกราฟ
จะปรากฎปริมาณน้ำที่แน่นอนในเขื่อนของแต่ละวัน

หมายเหตุ: แกนแนวตั้งมีหน่วยเป็นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และการอ้างอิงโดยปกติคิดจาก 100 เปอร์เซ็นต์ของความจุ แกนแนวนอน
ซ้ายไปขวาคือปี 2548 ถึง 2554 นี่เป็นปีที่มีข้อมูลแบบเต็ม

บางกอกบัณฑิต: จะเห็นว่า ในช่วงเดือนแรกๆ ของปี ยังไม่มีอะไรที่ผิดสังเกตมากนัก ถึงแม้เมื่อถึงเดือนเมษายน 2554 จะเริ่มเห็นแนวโน้ม
การคงที่ของปริมาณน้ำ แต่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนของปี 2554เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด และกราฟก็พุ่งสูงขึ้น
เป็นระยะเวลาหนึ่ง ในวันที่ 25 มิถุนายน มีน้ำปริมาณ 5.201 พันล้าน ลบ.ม.และเพิ่มขึ้นเป็น 6.140 พันล้าน ลบ.ม. เมื่อถึงวันที่ 2 กรกฎาคม
ซึ่งนับเป็นเกือบหนึ่งพันล้าน ลบ.ม.ในระยะเวลาเพียงอาทิตย์เดียวเห็นได้ชัดว่า การเพิ่มขึ้นสูงของปริมาณน้ำในช่วง
ปลายเดือนมิถุนายน 2554 ทำให้เขื่อนกักเก็บปริมาณน้ำที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับ 6 ปีที่ผ่านมา

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:39 น.] #1945269 (59/62)


(N)
กราฟที่ 3 ปริมาณน้ำระบายสะสมในแต่ละปีของเขื่อนสิริกิติ์ ระหว่างปี 2548-2554


ที่มาของข้อมูล: สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (หน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
แต่ก็ได้ระบุไว้ว่าข้อมูลตัวเลขที่ได้มาจากกรมชลประทาน

หมายเหตุ: แกนแนวตั้งทางซ้ายมีหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร แกนแนวนอนเป็นวันที่ ซึ่งมีรอบทุกๆ 25 วัน และเริ่มจากเดือนมกราคมถึงธันวาคม
ข้อมูล ?ฉบับเต็ม? สามารถหาได้แค่ 7 ปีนี้เท่านั้น

บางกอกบัณฑิต: เราจะเห็นว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 มีการพร่องน้ำ 2.503 พันล้านลบ.ม. นับเป็นปริมาณน้ำที่ถูกพร่องมากที่สุด
ในจุดเดียวกันเมื่อเทียบกับ 6 ปีก่อนๆ แต่แทนที่จะยังคงปล่อยน้ำในระดับเดิมต่อไป มันกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 19 พฤษภาคม
ซึ่งมีการพร้องน้ำจำนวน 3.167 พันล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นการปล่อยน้ำที่น้อยที่สุดเป็นลำดับสองเมื่อเทียบกับ
ระยะเวลาหกปีก่อนๆ การพร่องน้ำในปริมาณน้อยนี้ยังคงเป็นต่อมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งในจุดนี้ มีเพียงจำนวน 3.542 ลบ.ม.
เท่านั้นที่ถูกปล่อย และหลังจากนั้น ปริมาณน้ำที่ถูกปล่อยก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงวันที่ 5 สิงหาคมก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก โดยพร่องน้ำจำนวน 3.967 ลบ.ม.
จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม มีการปล่อยน้ำถึง 5.280 ลบ.ม. ซึ่งนับเป็นการปล่อยน้ำที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปี

เราคงต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงมีการปล่อยน้ำน้อยผิดปรกติระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 13 กรกฎาคม? มีการพร่องน้ำเพียง 1 พันล้านลบ.ม.
เท่านั้นในช่วงนี้ ซึ่งน้อยกว่าถึง 1-2 พันล้าน ลบ.ม. ในช่วงเดียวกันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา ยกเว้นปี 2553 ทั้งนี้ เมื่อถึงสิ้นเดือนมิถุนายน
เราเข้าใจได้ว่ามันลดน้อยลงอย่างกะทันหันเนื่องจากมีพายุโซนร้อนเข้ามา แต่ในช่วงเดือนก่อนหน้านี้เล่า มันเป็นเพราะเหตุใด?
ซึ่งนั่นก็ทำให้เราจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการพร่องน้ำเมื่อน้ำได้ท่วมแล้ว

สุดท้ายนี้ เมื่อคำนึงถึงปริมาณฝนในปีนี้ ผู้เขียนคิดว่า ถึงแม้เราจะมีระบบการจัดการน้ำที่ดีกว่านี้ เราก็ยังประสบน้ำท่วมอยู่ดี
เพราะมันมีน้ำจำนวนมากเกินกว่าที่ระบบจะจัดการได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ยังเห็นว่า การพร่องน้ำออกจากเขื่อนช้า ทำให้ปัญหาน้ำท่วมแย่ลง
เนื่องจากมันบังคับให้ปริมาณมากต้องถูกปล่อยตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา 5 ใน 6 ปีที่ผ่านมา ยกเว้นปี 2553 (ซึ่งมีการปล่อยน้ำที่น้อยกว่านั้นอีก)
มีการปล่อยน้ำต่ำกว่า 1 พันล้าน ลบ.ม. ระหว่างช่วงวันที่ 1 สิงหาคมถึง 31 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม

สำหรับปี 2554 มีการปล่อยน้ำสูงถึง 4 พันล้าน ลบ.ม. ? จาก 3.946 พันล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 1 สิงหาคม เป็น 8.206 พันล้านลบ.ม.
ในวันที่ 31 สิงหาคม มวลน้ำที่ปล่อยออกมานี้เองที่ทำให้ปัญหาน้ำท่วมถูกซ้ำเติมเข้าไปอีก มันอาจจะระบุได้อยากว่า ควรจะมีการปล่อยน้ำ
ก่อนหน้านี้เท่าใดกันแน่ แต่มันเป็นความผิดพลาดแน่ที่มีการกักเก็บน้ำไว้มากจนต้องปล่อยออกมาในเดือนสิงหาคม ซึ่งน้ำได้ท่วมไปแล้ว

มาถึงตอนนี้ ผู้เขียนคิดว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันอาจจะทำมากกว่านี้ได้ในการป้องกันน้ำท่วม ด้วยระบบเตือนภัยที่ทันเวลาและเตรียมพร้อม
ในการรับมือความเสียหายที่ดีกว่า และ กทม. ก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อดูจากปริมาณน้ำฝนและน้ำที่ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม
ตัวเลือกที่มีอยู่ ก็คงต้องเป็นการตัดสินใจว่าจะให้น้ำเข้าท่วมที่ไหน และรักษาที่ไหนให้ได้มากกว่า

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 13:48 น.] #1945278 (60/62)
ต้องค่อยๆอ่าน และทำความเข้าใจกับมัน
แต่สรุปของผมก็คือ

ต้นปี 2554 ทุกคนบอกว่าจะแล้ง และรัฐบาลก็เชื่อ จึงสั่งให้กักเก็บน้ำ และบอกให้ชาวนางดทำนาปรัง

แต่พอมากลางปี ไม่ได้แล้งอย่างที่คาด ปริมาณฝนกลับมากผิดปกติ โดยเฉพาะพายุไหหม่าลูกเดียว น้ำในเขื่อนก็เริ่มมีการไหลเข้ามากจนทำให้กราฟพุ่งสูง อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเลือกตั้ง จึงไม่ค่อยมีใครสนใจในข้อมูล มุ่งเน้นเรื่องหาเสียงเป็นหลัก

ดังนั้น การจะเอาเรื่องนี้มาโทษรัฐบาลคุณปูนั้น ก็เห็นจะไม่แฟร์เท่าไหร่นะครับ

เพราะความจริงแล้ว มันควรจะพร่องน้ำตั้งแต่เดือนมิถุนายนหลังพายุไหหม่า เนื่องจากมีการไหลของน้ำเข้าเขื่อนมากผิดปกติตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

และที่สำคัญ เพิ่งย่างเข้าสู่ต้นฤดูฝนเองด้วย ซึ่งแม้ไม่มีพายุ ก็จะมีฝนตกเป็นประจำในเดือนสิงหาคม และกันยายนอยู่แล้วครับ

โดยคุณ panyasuparat (396)  [ศ. 11 พ.ย. 2554 - 14:03 น.] #1945290 (61/62)
ช่วงนี้กระทู้ตกใวมาก อยากให้ปักหมุดกระทู้นี้ มากกว่ากระทู้ก่อนของผม

โดยคุณ prizz (4.3K)  [พฤ. 24 พ.ย. 2554 - 08:26 น.] #1961715 (62/62)
วันนี้ 23 พ.ย. เมื่อเวลา 20.30 น. นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล ประธานสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ร่วมพูดคุยในรายการ "คนเคาะข่าว" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV

นายศิริชัย กล่าวว่า จริงๆแล้วเรื่องของการบริหารน้ำจะมีคณะกรรมการหลายชุด ชุดที่สำคัญก็คือคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งมีหน่วยงานทั้งหมด 9 หน่วยงาน มีกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุทกศาสตร์ สำนักงานระบายน้ำกทม. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานกรรมการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการไฟฟ้า 9 หน่วยงานนี้ประชุมกันตลอด หน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องก็รายงานในส่วนของตัวเอง

ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายการผลิตเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เขื่อนนี้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ การผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นแค่ประเด็นรอง เขื่อนนี้จริงๆช่วยในเรื่องการเกษตร อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม แล้วก็การผลักดันน้ำทะเล ขบวนการปล่อยน้ำผ่านเขื่อนก็คือเอาเครื่องกำเนิดกระแสไฟไปติดตั้งเพื่อให้ได้ไฟเท่านั้น

กำลังการผลิตทั้งหมดของการไฟฟ้ามีทั้งหมด 5 เปอร์เซ็นต์ของระบบไฟฟ้า ดังนั้นการเก็บน้ำไว้เพื่อที่จะปั่นไฟเป็นประเด็นรอง ซึ่งการปล่อยน้ำจะคิดก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ว่าจะให้กฟผ.ผันน้ำเท่าไหร่ ก็ต้องปล่อยตามนั้น

นายศิริชัย กล่าวต่อว่า ขอชี้แจงปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ปี 52 อยู่ในระดับต่ำ ปี 53 ต่ำกว่า 52 อีก ส่วนปี 54 เริ่มตั้งแต่ม.ค.ต่ำกว่าเกณฑ์ในระดับต่ำสุดตลอดเลย ข้อมูลลึกๆผอ.เขื่อนภูมิพลทำพิธีไหว้เพื่อให้น้ำเข้าเขื่อนเยอะๆด้วยซ้ำเพราะ 2 ปีที่ผ่านมาน้ำต่ำตลอด จนกระทั่งพายุเข้ามาประมาณก.ค.

เส้นของปี 54 ประเทศไทยมีร่องมรสุม พายุลูกแรกไหหม่า น้ำเข้าเขื่อนสิริกิติ์เยอะมาก แต่เขื่อนภูมิพลเลยเส้นระดับต่ำขึ้นมานิดนึง แต่มาเริ่มสูงตอนเจอพายุนกเต็น แล้วก็มา 3 ลูกพร้อมกัน ไหถ่าง เนสาด นาลแก อันนี้ขึ้นไปถึงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

นายศิริชัย กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ตนทำมา เรื่องของการเมืองที่พยายามพูดว่าประชาธิปัตย์เก็บน้ำไว้ ขอบอกได้เลยว่า วันที่ 10 พ.ค. เป็นวันยุบสภา น้ำยังต่ำกว่าระดับล่าง อยู่ที่ประมาณ 46 เปอร์เซ็นต์ วันที่ 3 ก.ค. เป็นวันเลือกตั้ง วันนั้นระดับน้ำอยู่ที่ 58 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าระดับต่ำนิดนึง จนวันที่ 10 ส.ค. เป็นวันถวายสัตย์ของครม. ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 67 เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งพายุนกเต็นเข้ามาระดับน้ำขึ้นมาสูงมากจนแทบจะล้นเขื่อน จึงต้องมีการปล่อยน้ำ

ทีนี้เขื่อนสิริกิติ์ช่วงที่พายุมา ฝนตกในเขื่อนและพื้นที่โดยรอบทั้งเหนือและอีสาน เขื่อนภูมิพลกักแม่น้ำปิง เขื่อนสิริกิตติ์กักน้ำแม่น้ำน่าน แม่น้ำยมกับแม่น้ำวัง ไม่มีเขื่อนกัก แม่น้ำวังผ่านลำปาง ซึ่งก็น้ำท่วม แม่น้ำยมผ่านแพร่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ซึ่งก็ท่วมหมด เราก็เห็นว่าบางระกำท่วมหนักมาก ปริมาณน้ำนั้นมาก การปล่อยของเขื่อนภูมิพลช่วงแรกยังไม่ให้ปล่อย เพราะน้ำจากที่อื่นมาเยอะแล้ว กลัวนครสวรรค์จมมากกว่านี้ เลยให้เก็บไว้ก่อน ทั้งๆที่การไฟฟ้าก็เห็นว่าช่วงหลังรับไม่ไหว เลยรายงานไปว่าสมควรที่ต้องเปิดแล้ว จนสุดท้ายน้ำท่วมเชียงใหม่ถึงต้องปล่อยเขื่อนภูมิพล

เมื่อถามถึงกรณีที่มีรัฐมนตรีสั่งไม่ให้พร่องน้ำ นายศิริชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาน้ำมันน้อยตลอด เขาเลยคิดว่าปีนี้น้ำไม่สูง ประกอบกับนโยบายจำนำข้าว เป้าหมายคืออยากให้ชาวนาทำนาได้มากขึ้น น้ำในเขื่อนสามารถทำนาปีนึง 2 ครั้ง แต่อันนี้เก็บน้ำไว้ให้ทำถึง 5 ครั้ง เพื่อหวังว่าจะได้มีผลผลิตมากขึ้น ตรงนี้ไม่ว่าเพราะเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่พอถึงคราวที่ต้องปล่อยกลับกั๊ก มีต่อรองว่าขอให้ชาวนาเกี่ยวข้าวก่อน นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากนโยบาย บางครั้งการเมืองก้าวล่วงจนการตัดสินใจของคนที่เกี่ยวข้องไม่มีอิสระ

ถ้ามีอิสระเหตุการณ์ไม่รุนแรงขนาดนี้ ข้อมูลที่การไฟฟ้ามี เขื่อนเก็บน้ำไว้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยจริงๆแค่ 26 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีเขื่อนวันนี้ไหลลงมาเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ต้องยอมรับว่าน้ำมาก แต่ปีอื่นก็เคยเกิดแต่ทำไมบริหารจัดการได้ การบริหารจัดการน้ำเป็นสิ่งที่ต้องเอาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

นายศิริชัย กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าการควบคุมปล่อย - กักน้ำ สามารถทำได้เป็นอย่างดี เรามีข้อมูลหมด เป็นสิ่งที่กฟผ.ต้องยึดในเรื่องนี้ ต้องบอกความจริงกับประชาชน เพียงแต่ว่าการเมืองต้องพยายามอย่าเข้ามามีอิทธิพล

ด้านผศ.ทวี กล่าวว่า สังคมต้องพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงสปิริตมากกว่านี้ สถานะต่อจากนี้ไปหมดความเชื่อถือจากประชาชนส่วนใหญ่แล้ว แม้แต่เสื้อแดงจำนวนมากก็รู้แล้วว่านปช.ไม่จริงใจ ถ้าให้แน่ยุบสภา และให้เลือกตั้งใหม่ก็ดี

รัฐบาลระยะใกล้ๆนี้คงต้องรับศึกหนักมาก ไปไหนมาไหนคนไม่เชื่อใจ นโยบายประกาศออกมาก็จะไม่เป็นที่เชื่อถือ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้มันอยู่ยาก ประชาชนอาจไม่มีอำนาจ เสียงฝ่ายค้านไม่พอ มันก็จะเป็นสภาพต่างคนต่างอยู่ เกิดความแตกแยก ร้าวฉาน ฉีกสังคมให้เกิดวิกฤตการเมือง และก็เข้าล็อคคนที่ต้องการล้มล้างเปลี่ยนแปลงการปกครอง นี่เป็นสเต็ปแรกในการทำลายสถาบันประชาชน สเต็ปต่อไปก็จะทำลายทหาร เพื่อนำไปสู่จุดที่พวกนั้นต้องการ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1