ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : " ข้าวผัด 1 จานของในหลวง ที่ทำให้คนไทยอิ่มใจ "

(N)

โดยคุณ thaivip (284)  [อา. 04 ธ.ค. 2554 - 09:36 น.]



โดยคุณ panyasuparat (396)  [อา. 04 ธ.ค. 2554 - 10:09 น.] #1974861 (1/6)


(N)
มีภาพๆ หนึ่งเอามาให้ดูกัน เป็นภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกใช้แล้ว เห็นทีแรกไกลๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรมากหรอก เป็นภาพที่ติดอยู่บนบอร์ดที่โรงเรียนของลูก ระหว่างที่ยืนรอลูกๆ ลงมาจากห้องเรียน จึงได้อ่านข้อความที่ประกอบภาพนี้ อย่างละเอียด





ภาพหลอดยาสีฟันที่เห็นนี้ ต้องเรียกว่าเป็นหลอดยาสีพระทนต์ประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือ หลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เห็นแล้วรู้สึกเหมือนผมไหมครับ ความฉ่ำเย็นจากที่ไหนก็ไม่รู้อาบลงมากลางกระหม่อมเลย



ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ฯ ครูที่โรงเรียนของลูกผม ไปพบเข้าเลยนำมาถ่ายสำเนาติดบอร์ดให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจคำว่า "ประหยัด" ศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิงท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าให้ฟังว่า



"ครั้งหนึ่งทันตแพทย์ประจำพระองค์ กราบถวายบังคมทูลเรื่องศิษย์ทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยบางคนมีค่านิยมในการใช้ของต่างประเทศ และมีราคาแพง รายที่ไม่มีทรัพย์พอซื้อหาก็ยังขวนขวาย เช่ามาใช้เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว



ซึ่งเท่าที่ทราบมา มีความแตกต่างจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงนิยมใช้กระเป๋า ที่ผลิตภายในประเทศเช่นสามัญชนทั่วไปทรงใช้ดินสอสั้นจนต้องต่อด้าม แม้ยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่าน ก็ทรงใช้ด้ามแปรงพระทนต์รีดหลอดยาจนแบนจนแน่ใจว่าไม่มียาสีพระทนต์หลงเหลืออยู่ในหลอดจริงๆ



เมื่อกราบบังคมทูลเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ของพระองค์ท่านก็เหมือนกัน และยังทรงรับสั่งต่อไปด้วยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองมหาดเล็กห้องสรง เห็นว่ายาสีพระทนต์ของพระองค์คงใช้หมดแล้วจึงได้นำหลอดใหม่มาเปลี่ยนให้แทน



เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบ ก็ได้ขอให้เขานำยาสีพระทนต์หลอดเก่า มาคืนและพระองค์ท่านยังทรงสามารถใช้ต่อไปได้อีกถึง 5 วัน จะเห็นได้ว่าในส่วนของพระองค์ท่านเองนั้น ทรงประหยัดอย่างยิ่ง



ซึ่งตรงกันข้ามกับ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้อยู่เป็นนิจพระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึงพระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความประหยัดในการใช้ของอย่างคุ้มค่า



หลังจากนั้นทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้กราบพระบาททูลขอพระราชทานหลอดยาสีพระทนต์หลอดนั้น เพื่อนำไปให้ศิษย์ได้เห็นและรับใส่เกล้าเป็นตัวอย่างเพื่อประพฤติปฏิบัติในโอกาสต่อๆ ไป



ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานส่งหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นมาให้ถึงบ้านทันตแพทย์ประจำพระองค์รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้ายิ่ง



เมื่อได้พิจารณาถึงลักษณะของหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นแล้วทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้จึงแบนราบเรียบโดยตลอด คล้ายแผ่นกระดาษโดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปเกือบถึงเกลียวคอหลอด



เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอีกครั้งในเวลาต่อมา จึงได้รับคำอธิบายจากพระองค์ว่า



"หลอดยาสีพระทนต์ที่เห็น แบนเรียบนั้นเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ ช่วยรีดและกดจนเป็นรอยบุ๋มที่เห็นนั่นเอง และเพื่อที่จะขอนำไปแสดงให้ศิษย์ทันตแพทย์ ได้เห็นเป็นอุทาหรณ์ จึงได้ขอพระราชานุญาตซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ทรงพระเมตตาด้วยความเต็มพระทัย"



ผมมีโอกาสได้ยืนมองดูรูปหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้อยู่เนืองๆ เวลาไปรอรับลูกที่โรงเรียน และเมื่อยิ่งดูก็ยิ่งได้รับรู้ถึง ปรัชญาที่พระองค์พระราชทานผ่านมาทางหลอดยาฯ นี้แล้วผมก็พบว่าแก่นแท้ของการประหยัดมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่ใช่ไม่ยอมใช้เลยแต่ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ไม่ใช้แบบเหลือทิ้งเหลือขว้าง และทำให้ผมคิดไปถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติบนโลกใบนี้



หลอดยาสีพระทนต์ของในหลวง หลอดนี้สอนผมให้เข้าใจว่า ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เรายังคงต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่อ ไม่ใช่ไม่ใช้เลย แต่จะใช้อย่างไรมากกว่า



ตัวอย่างง่ายๆ เรื่องการใช้น้ำเราไม่ควรประหยัดน้ำจนต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตายเพราะขาดน้ำ แต่เราควรระวังการเปิดน้ำทิ้งไว้ เราควรระวังท่อน้ำรั่ว หยด ซึม เราควรระวังเรื่องสิ้นเปลืองเหล่านี้ต่างหาก แล้วผมก็คิดเลยไปถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องเขื่อนว่าทำไมบางครั้งโลกเราถึงต้องยอมเสีย พื้นที่ป่าบางพื้นที่เพื่อสร้างเขื่อนบ้าง







ประภาส ชลศรานนท์ คอลัมน์ "คุยกับประภาส"

จากหนังสือพิมพ์มติชน วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2543
-----------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.alittlebuddha.com/News%202007/August%2007/17%20August%2007.html

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [อา. 04 ธ.ค. 2554 - 10:24 น.] #1974904 (2/6)
แล้วทำไมเรายังฟุ่มเฟือยกันอยู่...............
ดื่มน้ำทีแก้วละเกือบร้อย
กินข้าวมื้อนึงเกือบพัน
ม่ายข้าวจายเจงเจง(ขออภัยถ้าโดนใครแต่บางครั้งก็เคยเป็นยามจำเป็นอิอิ)

โดยคุณ panyasuparat (396)  [อา. 04 ธ.ค. 2554 - 11:15 น.] #1974961 (3/6)
โดยคุณ โพธิ์ทอง
แล้วทำไมเรายังฟุ่มเฟือยกันอยู่...............
ดื่มน้ำทีแก้วละเกือบร้อย
กินข้าวมื้อนึงเกือบพัน
ม่ายข้าวจายเจงเจง(ขออภัยถ้าโดนใครแต่บางครั้งก็เคยเป็นยามจำเป็นอิอิ)
---------------------------------------------------------------------------------------
อิอิ...............เข้าใจเปรียบ
น้ำแก้วละเกือบร้อบ ข้าวมื้อละเกือบพัน

เมื่อวานนี้ผมไปทำความสะอาดบ้าน นั่งร้านปากซอย(ปรกติไม่เคยนั่ง)
ก๋วยเตี๋ยวชาม เป็บซี่ จ่ายแปดสิบห้าบาท
โอ้แม่เจ้า............................................................................

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [อา. 04 ธ.ค. 2554 - 12:15 น.] #1975046 (4/6)
โดยคุณ panyasuparat (244) (110.49.234.*) [4 Dec 2011 11:15] #1974961 (3/3)
โดยคุณ โพธิ์ทอง
แล้วทำไมเรายังฟุ่มเฟือยกันอยู่...............
ดื่มน้ำทีแก้วละเกือบร้อย
กินข้าวมื้อนึงเกือบพัน
ม่ายข้าวจายเจงเจง(ขออภัยถ้าโดนใครแต่บางครั้งก็เคยเป็นยามจำเป็นอิอิ)
---------------------------------------------------------------------------------------
อิอิ...............เข้าใจเปรียบ
น้ำแก้วละเกือบร้อบ ข้าวมื้อละเกือบพัน

เมื่อวานนี้ผมไปทำความสะอาดบ้าน นั่งร้านปากซอย(ปรกติไม่เคยนั่ง)
ก๋วยเตี๋ยวชาม เป็บซี่ จ่ายแปดสิบห้าบาท
โอ้แม่เจ้า............................................................................
************************************************************
:อายุคนยังสูงขึ้นเรื่อยๆเลยครับ..

โดยคุณ รักเบ๊นซ์ (738)  [อา. 04 ธ.ค. 2554 - 19:39 น.] #1975390 (5/6)

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [จ. 05 ธ.ค. 2554 - 07:25 น.] #1975799 (6/6)


(N)
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1