ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ใครมีพระนิยายดีๆมาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ

(N)
ประเภทพระเก๊ แต่มีนิยายประกอบ เช่น พระองค์นี้เจ้าของเดิมเป็นคนใช้บ้านเจ้านายชั้นสูง ตอนหลังลาออกเจ้านายให้พระมาแกก็หวง แต่ตอนหลังป่วยไม่มีเงินรักษาเลยให้หลานเอามาปล่อย ฯลฯ เป็นต้น


เอาแบบฟังแล้วเคลิบเคลิ้มหน่อยนะครับ

โดยคุณ kasemchonburi (3.1K)  [จ. 09 ม.ค. 2555 - 22:33 น.]



โดยคุณ junbangna (1K)(1)   [จ. 09 ม.ค. 2555 - 22:36 น.] #2027347 (1/15)
..ปูเสื่อมารอฟังด้วยครับ

โดยคุณ kingamulet (1.2K)  [จ. 09 ม.ค. 2555 - 22:51 น.] #2027374 (2/15)
ชอบฟังแนวตำนานครับ มันส์ดี เช่น เคยมีเพื่อนเอาสมเด็จเนื้อโลหะ ชุบ 3 กษัตริย์ มาให้ชมแล้วเล่ามาว่าองค์นี้ได้มาจากลุงที่ขายของแบกับดิน พอดีคุยกันถูกคอลุงแกเลยให้มาแล้วบอกว่า องค์นี้เป็นพระจากในวังสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นพระที่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง สร้างเพื่อพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร พอดีเพื่อนผมเค้าร้อนเงินเลยเอามาปล่อยให้ผม 2แสน พอดีผมไม่มีวาสนาเลยไม่เอา

โดยคุณ wattana09 (601)  [จ. 09 ม.ค. 2555 - 22:58 น.] #2027389 (3/15)
ไปเจอบทความสนุกๆจากเวปเพื่อนบ้านมา คิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์เลยเอามาให้อ่านกันหวังว่าอ่านแล้วคงได้ข้อคิดอะไรดีๆมั่งน่ะครับ..........

หัวเรื่อง ""พระกรุ กับพระกุ...(( หรือพระกูยัดกุ 5555555555 )))

พระกรุ คือ พระที่มีการสร้าง มาตั้งแต่สมัยอดีตกาล โดย ใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น พระเถระ หรือพระมหากษัตริย์ ในสมัยอดีต วัตถุประสงค์เพื่อ สืบทอดพระพุทธศ่สนา หรือเพื่อการรณรงค์ แห่งสงคราม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แก่บรรดา ทหารกล้า เมื่อจบศึกสงครามก็จะนำมาบรรจุไว้ในกรุ ตามเจดีย์ ต่างๆ และ ส่วนใหญ่ จะมีจารึก ลานเงิน ลานทองทอง หรือแผ่นศิลา น้อยมากที่จะไม่มีอะไรเลย.ที่เป็นเครื่องบ่งบอกถึงการสร้างพระนั้นๆ บางกรุที่เป็นกรุแห่งพระมหากษัตริย์ ทรงสร้างขึ้น ก็จะมีเครื่อง ราชูปโภค เงิน ทอง เพชรนิล จินดา มากมาย ฝังรวมอยู่กับ พระเครื่อง พระบูชา ที่เป็นรูปลักษณ์แห่ง ศิลป ในยุคสมัยนั้นๆ
พระกุ คือ พระที่สร้างขึ้นโดย พวกเหล่าคนทำพระเก๊ เลียนแบบ ที่นำไปยัดกรุไว้ แล้วก้รอเวลา และสร้างเรื่อง การเกิดกุแตกขึ้น อาศัย ความศรัทธาแห่งคนโดยทั่วไป เป็นกำลังสำคัญ บางกรุ ในบางพื้นที่ ก็เล่นกันเป็นทีม มีตัวละครประกอบหลายคน ตั้งแต่พระ ยันฆาราวาส และส่วนมาก จะหาวัดที่ไม่ค่อยดัง พื้นที่สงบไม่มีคนพลุกพล่าน มากนัก และอยู่ในบริเวณพืีนที่ใกล้เคียง กับพระที่เคยแตกกรุ จนโด่งดังมาแต่ในอดีต โดยพยาม ผูกเรื่องหาเหคุ หามูลมาโยงใยโน้มน้าว ให้ผู้คนหลงเชื่อ แต่พระกุประเภทนี้ ถ้าไม่โลภ และ พินิจพิเคราะห์ ให้ดี จะเห็นได้ว่า พื้นที่ตลอดจนการฝังกุนั้นแตกต่างจากพระกรุ แท้ๆโดยสิ้นเชิง
วิธีสังเกตุพระกุ ง่ายๆเป็นเบื้องต้น
1.ภาชนะที่ใช้ ใชัไห กระเทียมดอง หรือไหดินเผาอื่นๆ เป็นพื้น
ไม่เคยปรากฎว่าพระกุ เหล่านี้ บรรจุอยู่ ในภาชนะ ที่มีค่า เช่นโถเงิน โถทอง หรือแม้แต่กระเบื้องลายคราม หรือสังคโลก ที่มีมูลค่า และราคา เลย แม้แต่กุเดียว
2.สภาพภูมิศาสตร์ ในการขุดพบ พระกุ
มักจะฝังไว้ ตามเจดีย์ เก่า ใต้โบสถ์ เป็นปฐม แต่ก็ไม่เคยพบศิลาจารึก หรือ ลานเงิน ลานทอง หรือเครื่องบอกเหตุ แห่งการสร้าง เพื่อบรรจุ พระกุ เหล่านั้นเลย อีกทั้ง การขุดพบ ก็จะสร้างเรื่อง ว่าพบพระกุ บรรจุ อยู่ในไหดินเผาเก่าเป็นพื้น ขุดพบเจอ โดยบังเอิญ โดยกุ พระเหล่านั้น ต่างจากพระกรุที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ไม่เคยพบ เครื่องป้องกัน พระเครื่องเหล่านั้น ตามอย่างพระกรุแท้ที่กว่าจะขุดเจอ ต้อง ผ่านชั้นเครื่องป้องกัน พระกรุอย่างที่ควรจะเป็น เช่นขุดลงไป ก็เจอกับไห บรรจุพระกุ เหล่านั้นเลย สิ่งเหล่านี้ นักขุดกรุพระรุ่นเก่า ที่ยังมีชีวิตอยู่รู้ดี
3.พิมพ์ทรงพระทีขุดพบ
มักจะเป็นพระในชุดเบญจภาคี เป็นปฐม หรือพิมพ์พระ ที่โด่งดังมาแต่ในอดัต ที่มีราคา ค่างวดแล้ว ไม่เคยพบเห็นพระกุ ที่เป็นพิมพ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎขึ้นในวงการมาก่อนเลย เหมือนอย่างพระกรุแท้ๆ ส่เหตุเป็นเพราะ ถ้าขืนไปทำพระที่ชาวบ้านไม่รู้จัก ก็มีหวังกุเรื่องไม่สำเร็จ จึงอาศัย พระชุดเญจภาคี เป็นปฐม เพื่อสะดวกในการขาย เพราะพระเหล่านี้นั้น ราคา อยู่ที่หลักแสน หลักล้านทั้งสิ้น ฝังไว้ สัก 2-3 พันองค์ สร้างเรื่องแล้วเอามาขาย แค่องค์ ล่ะ 1500 ถึง 2000 ก็พอ ลองคุณดู 1500 คูณ 3000 เท่ากับ 4.5 ล้าน เข้าไปแล้ว ขายมั่งแจกมั่ง ให้พระกระจายไป ยังเหลือเงิน อีกมหาศาล พอที่จะแบ่งปัน ผู้ร่วมขบวนการ ได้นับสิบคน
4.พระกุ เหล่านี้ เซียนพระระดับแถวหน้าไม่เคยให้ความสนใจเลย
ในความเป็นจริง ถ้ามีการขุดพบพระกรุแท้ในแต่ล่ะครั้ง เซียนทั้งหลาย จะให้ความสนใจ วิ่งกันให้ควั่ก แทบจะชนกันตาย ราคา ก็จะถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันใกล้ ไม่เกิน 3 เดือน พระก็แทบจะหมดไปจากพื้นที่ ราคา ก็ทยานสูงขึ้น นับสิบเท่าตัว ราคาจะไม่มีวันนิ่งอยู่กับที่ แค่ 1500 หรือ 2000 นั้น นานนับปีหรอกครับ
5.การผูกเรื่องเชื่อมโยง
พระ กรุแท้ จะมี การพบศิลาจารึก หรือลานเงิน ลานทอง หรืออื่นๆ ที่สามมารถ คาดเดาได้ ในเชิงหลักฐาน แต่พระกุ มักจะอาศัย คำบอกเล่า ซึ่งก็จะมาจากกลุ่มคนพวกนี้ ที่ยัดกุ เอาไว้ แต่หลักฐานไม่เคยปรากฎในเชิงรูปธรรม และพยามยาม เปรียบเทียบหาเหตุจูงใจ ให้ใกล้เคียงกับพระแท้ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา แต่ยิ่งพูด ยิ่งเล่า สังเกตุ และ คิดตามให้ดีดี มันจะขัดแย้งในตัวเองเสมอ เรียกว่า ยิ่งให้การ ยิ่งวกวน แต่หาหลักฐานไม่ได้เลย
พระกุประเภทนี้ พยายามถอยให้ห่าง อย่าหลงตาม เงินเราหามาได้ แต่ล่ะร้อย แต่ล่ะพัน มันไม่ง่าย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ หากิน ได้แต่กับตลาดล่าง กับคนที่มีรายได้น้อย แต่อยากได้พระแพง พระดี พระเหล่านี้ เอาเข้าไป ขาย ในตลาดพระใหญ่ๆ เช่นที่ท่าพระจันทร์ หรือพันธุ์ทิพย์ ไม่มีเซียนพระคนดังชั้นแนวหน้าซื้อหรอกครับ เอาไปออกใบเซอร์ ที่สมาคมพระเครื่อง พระบูชา แห่งประเทศไทยก้ไม่ได้ เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะ พระเก๊ ผียัดกุ ไงครับ
วันหลัง จะเล่าให้ฟังถึงพื้นที่ ที่ทำพระกุ ตลอดจนผู้ผลิต มาเล่าให้ฟัง จะได้เป็นภูมิ คุ้มกัน พระกุ เหล่านี้ เพราะ ประสบการณื กว่า 30 ปี ที่ผ่านมา ได้รู้ ได้เดินทางในทุกภูมิภาค ของประเทศนี้ เลยได้เห็น ได้รู้จักกับกลุ่มคนเหล่านี้ บางราย ทำมาต้มคนรวย ไม่เป็นไรครับ เพราะคนเหล่านั้น เขามี สักยภาพในการจ่าย ต้มเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันหมด เราจะไม่ยุ่ง แต่พวกพระกุ ผียัดกุ ที่กินคนจน และ ตลาดล่างนี้ ไม่ไหวครับ หากินกับคนจน รับไม่ได้จริงๆ เอวัง


โดยคุณ wattana09 (601)  [จ. 09 ม.ค. 2555 - 22:59 น.] #2027392 (4/15)
หวังว่าคงเอาไปใช้เป็นหลักในการเล่นหาพระกรุ.......ได้ดีน่ะครับ

โดยคุณ ธนากรพระเครื่อง (2.3K)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 01:31 น.] #2027571 (5/15)
***** เอาแบบที่เคยเจอมากับตัวผมเองล่ะ สมัยเริ่มเล่นพระใหม่ๆๆ ตอนนั้นยังเล่นพระแบบงูๆปลาๆอยู่เลย....แต่ทำซ่าไปนั่งโต๊ะเปิดแผงพระด้วยครับ วันหนึ่งมีผู้หญิงสาวสวย....แต่งตัวออกแนวร็อกเกอร์...เอาพระมาปล่อยผม......มีพระมา 3 องค์...2องค์จำไม่ได้แล้ว.....แต่องค์แรกจำได้ขึ้นใจ .....เพราะท่านคือ..แอ่น..แอน..แอ๊น !!!!1 พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาด พร้อมใบประกาศฯ ดีกรีที่ ๒ งานนายร้อยสามพรานครับ
เธอเดินมาหาทำหน้าเศร้า..เธอบอกว่าเราไปกันไม่ได้!!! ล้อเล่นครับ เธอตีหน้าเศร้าเล่าว่าเธอเดือดร้อนเงินมากๆๆๆ เลยต้องเอาพระของพ่อซึ่งเป็นนายตำรวจเก่า ออกมาปล่อยเพื่อหางานทำทุน เธอไม่มีทางเลือก เลยต้องทำอย่างนี้
เธอเรียกราคาไว้ 5,000 บาท คนก็สวยพระยิ่งสวยกว่า (ขออภัยที่นอกเรื่อง) ผมอยากได้มาก เลยต่อราคาเธอไปเหลือ 1,500 บาท เพราะในตัวมีตังค์แค่ 1,700 บาท (เหลือไว้ 200 บาท เอาไว้เป็นค่ารถไปพันธุ์ทิพย์ไงล่ะ) เธอทำหน้าเศร้าแล้วบอกว่าได้ค่ะ แล้วแต่พี่จะให้ หนูก็ไม่รู้เรื่องพระนัก แต่รู้ว่าสมัยที่พ่อยังอยู่พ่อหวงมาก ....*** ผมนึกในใจว่า สงสารน้องเค้าเหมือน พระราคาเป็นแสน....แต่เธอได้เงินไปแค่ 1,500 บาท นึกสงสารเธอจับใจ แต่ก็ข่มใจว่า วงการนี้ก็อย่างนี้แหละ---- ปลาใหญ่ต้องกินปลาเล็ก ทำการใหญ่ใจอ่อนมิได้ ---- ได้แต่คิดว่าถ้าครั้งหน้าเธอมาจะซื้อให้ราคาดีๆๆแพงๆๆ สมนาคุณให้เธอแน่ๆๆ
รุ่งขึ้นผมรีบไปที่พันธ์ทิพย์ เอาหลวงปู่จีนพร้อมใบประกาศไปให้เซียนดู นั่งรถเมล์ไปใจก็คิดว่า ..... เราจะเอาเงินแสนกลับมายังไง...สงสัยต้องกลับแท๊กซี่ล่ะมั้ง?
พอไปถึงที่ร้าน......รีบยื่นพระให้เซียนดูพร้อมแนบใบประกาศ (กะว่ามันต้องถามว่า..เปิดไว้เท่าไหร่พี่?)
แต่ความจริงคือ.....เซียนไม่ส่องพระผมเลย....แต่บอกว่า*** เอามาทำไมพี่?....เก๊ทั้งพระทั้งใบประกาศเลยครับ ****
*********** สุดท้ายเลยต้องนั่งรถเมล์หน้าซีดหน้าเซียวกลับบ้าน.........ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยเห็นแม้แต่เงาลูกนายตำรวจเก่าอีกเลย **********

โดยคุณ superbid (245)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 01:43 น.] #2027573 (6/15)
ประสบการณ์ตรงเลยเหรอครับพี่..แบบนี้จำไม่ลืมเลยหล่ะครับ

โดยคุณ pupu-25 (4.9K)(8)   [อ. 10 ม.ค. 2555 - 02:03 น.] #2027580 (7/15)
*** เอามาทำไมพี่?....เก๊ทั้งพระทั้งใบประกาศเลยครับ ****

เป็นบทเรียนที่ดีเลยครับ ว่าพระมีใบประกาศก็อย่าไว้ใจ

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 05:37 น.] #2027622 (8/15)


(N)



โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 09:06 น.] #2027774 (9/15)
ชอบครับ ... ชอบฟังชอบอ่านแบบนี้ ให้อะไรหลายอย่างแก่ผมครับ

โดยคุณ เสือน้อย8ริ้ว (778)(2)   [อ. 10 ม.ค. 2555 - 11:10 น.] #2027932 (10/15)

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 12:13 น.] #2027985 (11/15)


(N)
พระเนื้อชินเขีย

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ กรมราชฑัณฑ์กระทรวงนครบาล ได้ลงโทษประหารชีวิตนายบุญเพ็ง (บุญเพ็ง หีบเหล็ก) ด้วยวิธีการกุดหัว (ตัดศรีษะ) เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๒ สถานที่ประหารชีวิตนายบุญเพ็ง คือลานวัดภาษี เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (นายบุญเพ็งเป็นนักโทษคนสุดท้ายในสยาม ที่ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีการกุดหัว)...ข้อมูลประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการลงถูกบันทึกไว้เพียงเท่านี้ เชื่อว่าหลายท่านคงพอจะทราบกันมาบ้างแล้ว แต่ประวัติศาสตร์หน้านี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะขาดรายละเอียดสำคัญในส่วนของปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาขณะที่เพชรฆาตได้ลงดาบประหารนายบุญเพ็ง...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ชาวบ้านรุ่นคุณทวดที่ได้เข้าชมการประหารชีวิตนายบุญเพ็ง ต่างรู้เห็นกันทุกคน (เพราะสมัยนั้นทางการอนุญาตให้ประชาชนเข้าชมการประหารชีวิตได้) แล้วจึงมาเล่าให้ลูกหลานฟังต่อๆกันมาว่า เพชรฆาตได้ลงดาบฟันคอนายบุญเพ็งอย่างแรง แต่ดาบนั้นฟันไม่เข้า เนื่องจากนายบุญเพ็งเป็นคนที่มีอาคมขลังหนังเหนียว เพชรฆาตจึงบอกกับนายบุณเพ็งว่า มีของดีอะไรให้เอาออกมามิเช่นนั้นจะเอาไม้รวกสวนทวาร(ก้น) แล้วจะเจ็บปวดทรมานจนตาย...(วิธีการสวนทวารนี้ เป็นวิธีที่ครูเพชรฆาตสมัยโบราณสอนต่อๆกันมา จะใช้กับนักโทษประหารที่มีอาคมขลังหนังเหนียวเท่านั้น) นายบุญเพ็งจึงยอมคาย "พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่าเนื้อชินเขียว" ซึ่งได้อมไว้ออกมาจากปาก จากนั้นเพชรฆาตจึงกุดหัวนายบุญเพ็งได้สำเร็จ...ข้อมูลส่วนนี้คือประวัติศาสตร์สำคัญหน้าที่ขาดหายไป แม้จะไม่ได้รับการจดบันทึกไว้อย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ก็ถูกเล่าขานเป็นตำนานในกลุ่มของผู้ที่นิยมสะสมพระกรุอย่างไม่มีวันจบสิ้น

......................................................................................................................


(((( แต่ข้อมูลนี้มีอยู่จริง ))))


บุญเพ็งหีบเหล็ก เป็นฉายาของนายบุญเพ็ง ซึ่งเป็นฆาตกรที่เหี้ยมโหดในสมัยรัชกาลที่ 6 บุญเพ็งเกิดในปีขาล ที่เมืองท่าอุเทน มณฑลอุดร บิดาเป็นชาวจีน ส่วนมารดาเป็นลาว (อดีตไทยภาคกลางยังเรียกคนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ลาว) บุญเพ็งได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยอาศัยอยู่กับตาชื่อสุก และยายชื่อเพียร[1] เดิมนายบุญเพ็งเป็นภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองนนทบุรี เนื่องจากพระบุญเพ็งเป็นพระที่ลูกศิษย์ส่วนมากเป็นผู้หญิงและร่ำรวยจึงทำให้บุญเพ็งมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงเหล่านี้ ต่อมาเกิดโลภมากในทรัพย์จึงได้ฆ่าสีกาที่เป็นเศรษฐีนี แล้วนำศพยัดใส่หีบเหล็กแล้วถ่วงน้ำ 7 ครั้ง ผู้คนจึงเรียกเขาว่า บุญเพ็งหีบเหล็ก ต่อมาเขาถูกจับได้และประหารชีวิตในที่สุด โดยบุญเพ็งเป็นนักโทษประหารชีวิตคนสุดท้าย ที่ถูกสังหารโดยการตัดคอ (โดยเล่าลือว่าในตอนแรกขณะที่ประหารเพชฌฆาตไม่สามารถตัดคอบุญเพ็งได้เนื่องจากความแก่กล้าในคาถาอาคม)[2] [3] เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2462 ศพฝั่งอยู่ที่ป่าช้า และทำพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดภาษี เขตวัฒนา ริมคลองแสนแสบ ปัจจุบัน มีศาลบูชาบุญเพ็ง ซึ่งบุคคลในวัดจะเรียกบุญเพ็งว่า "ลุงบุญเพ็ง" และยังเชื่อว่าหีบเหล็กทั้ง 7 ใบนั้นถูกฝังอยู่ใต้ศาลของบุญเพ็งที่วัด[4][5]

นับว่าเขาคือ นักโทษคนสุดท้ายที่ได้รับโทษประหารชีวิตด้วยการบั่นศีรษะ


และบุญเพ็ง คือ ฆาตกรฆ่าหั่นศพคนแรกของเมืองสยาม

สิ่งที่ทำให้บุญเพ็ง หีบเหล็ก ได้กระทำความผิดนั้น มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือ *กิเลส* ในจิตใจของเขานั่นเอง

มนต์ดำ คือของนอกรีต ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเป็นสิ่งที่คอยผูกมัดมนุษย์ด้วยความกลัว ความโลภ ความหลง

และสิ่งที่เขาได้รับเป็นผลตอบแทนจากกรรมของเขา จะเป็นบทเรียนที่สำคัญให้แก่นักเล่นไสยศาสตร์มนต์ดำนอกรีต

โดยคุณ PRANKAUM (1.4K)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 12:16 น.] #2027991 (12/15)
ข้อความข้างบนเป็น....พระเนื้อชินเขียวครับ ขออภัยไม่ใช่เนื้อชินเขีย

.........................................................................................

เหมือนดังที่อาว่าครับ ชอบครับ ... ชอบฟังชอบอ่านแบบนี้ ให้อะไรหลายอย่างแก่ผมครับ

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 15:46 น.] #2028136 (13/15)


(N)
.

........เจอมากับตัว.....เมื่อสักปี..2526...(หลังฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี).....

.......วัดอโศการาม ...ทำซุ้มประตูหน้าวัดใหม่ ....มีพระของอาจารย์ลี แตกกรุออกมา...

........"สวยกริ๊บ".....ตำหนิ...ตรงทุกอย่าง....รมดำเต็มๆ.....สุดยอดปรารถนา ของคนปากน้ำ....

.......ตามแผงพระ...มีมาอาทิตย์ละ 3เหรียญ ...4....เหรียญ......เลี่ยมพลาสติกเรียบร้อย..

......ข่าวว่า.....คนทำซุ้มประตู....ได้มาจากการรื้อซุ้มประตูเก่า ที่เขา ทำใหม่....

......เจอแล้ว....ไม่กล้าเอาออกมามาก...กลัววัดจับได้แล้วเรียกคืน..ไม่ให้..ติดคุก...

......ทยอยขาย...องค์ละ..800 บ้าง 1000 บ้าง ถูกกว่าในสนาม ครึ่งราคา......

.......เก็บกันแบบเงียบๆ กลัวคนรู้ กลัววัดมาตามทวงคืน กลัวสารพัด......

......โดนกันไปทั่วหน้า.....

.......สุดท้าย......เขาเรียกกันว่า......"บล็อกฮ่องกง"......

......แบบเดียวกับที่เซียนใหญ่เขาโดน"หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ปี 05 เลย...

.....หงายหลังกันเป็นแถบๆ....เราก็โดน...นับแต่นั้นมา...เลิกซื้อพระไปเลย 3- 4 ปี....

....เงิน 800.- กับเด็ก ปวช. ที่ได้ตังวันละ 40 บาท ......."จำไปนาน".........


โดยคุณ santana (1.3K)  [อ. 10 ม.ค. 2555 - 15:56 น.] #2028147 (14/15)
ชอบข้อเตือนใจ ของท่านwattana09 กับประสบการณ์ของท่าน ธนากรพระเครื่อง มากครับ
ผมเองเคยเจอคล้ายๆกับของท่าน ธนากรพระเครื่อง อ้างเป็นลูกเขยนายตำรวจพ่อตาตายไปแล้วทิ้งมรดกเป็นพระสมเด็จจิตรลดาปี2509 มีใบรับรองมอบพระให้กับนายตำรวจยศ พ.ต.ท.มาแสดงด้วย บอกว่าเป็นหนี้พนันบอลต้องหาเงินใช้เจ้าหนี้4000บาทในวันนี้ ขอปล่อยแค่พอใช้หนี้พอ แต่บังเอิญผมเล่นพระเฉพาะสายที่ชอบและมั่นใจเลยไม่ได้รับไว้

โดยคุณ กตเวท (151)  [พ. 11 ม.ค. 2555 - 21:18 น.] #2030036 (15/15)
แรกเริ่มเดิมที ผมก็โดนมาเหมือนๆกัน....แต่เดี๋ยวนี้สิ.......ก็ยังโดนบ้างนานๆครั้ง

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1